พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก•ตอนที่ 4

ก้าวแรกสู่ชีวิตใหม่

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
กลิ่นอายของหมึกพิมพ์ราคาถูกบนเอกสารปลอมแปลง คละเคลุ้งอยู่ในห้องเช่าแคบๆ ทางตอนเหนือของเมืองหลวง รินรดากำตั๋วโดยสารรถไฟเที่ยวตีสามในมือแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ หัวใจของเธอยังคงเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวต่อเงาของคีรินทร์—อดีตสามีผู้มีอำนาจล้นมือและหัวใจที่ไร้ความปรานี ซึ่งหากเขาไหวตัวทัน เธอกับลูกคงไม่มีวันได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกเลย "คุณแม่คะ... น้องรันง่วงจังเลยค่ะ ทำไมเราต้องรีบเดินออกมาตอนดึกๆ ด้วยล่ะคะ" เสียงเล็กใสที่เอ่ยถามด้วยความงัวเงีย ทำให้รินรดาสะстоกสะท้านในอก เธอรีบซ่อนหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้า แล้วย่อตัวลงสวมกอดร่างเล็กของลูกชายวัยสี่ขวบ แน่นเสียจนเด็กน้อยส่งเสียงประท้วงเบาๆ ใบหน้าจิ้มลิ้มของน้องรันช่างถอดแบบมาจากคีรินทร์ราวกับพิมพ์เดียวกัน—ดวงตากลมโต คิ้วเข้มได้รูป และริมฝีปากหยักลึกที่แม้จะยังเป็นเด็ก แต่ก็ฉายแววดุดันในยามที่เจ้าตัวขัดใจ ความจริงข้อนี้แหละคือโซ่ทองที่รั้งให้เธอต้องหนี... หนีให้พ้นจากเงื้อมมือของพ่อที่เห็นลูกเป็นเพียงเครื่องมือในการผูกมัด และเห็นเธอเป็นเพียงดอกไม้ริมทางที่ไร้ค่า "เรากำลังจะไปผจญภัยกันค่ะลูก ไปในที่ที่มีแค่เราสองคน... ที่ที่ไม่มีใครมาทำร้ายเราได้อีก" รินรดากระซิบชิดขมับนุ่มของลูกชาย สูดดุมกลิ่นหอมบริสุทธิ์ของเด็กน้อยเพื่อเติมพลังใจให้ตัวเอง นาฬิกาแขวนผนังส่งเสียงเดินน่ารำคาญ ทุกๆ วินาทีที่ผ่านไปคือความเสี่ยง รินรดากวาดสายตามองกระเป๋าเดินทางใบย่อมสองใบ ทรัพย์สินทั้งหมดที่เธอรวบรวมได้จากการแอบขายเครื่องเพชรราคาแพงที่คีรินทร์เคยโยนให้ราวกับเศษเงิน มันพอเพียงที่จะใช้ตั้งต้นชีวิตใหม่ในเมืองชายทะเลเงียบสงบ ไกลสุดขอบฟ้าจากความทรงจำอันแสนเจ็บปวด เธอเลือกที่จะทิ้งสถานะ "คุณนายแห่งตระกูลอัครโยธิน" ทิ้งความหรูหราที่แลกมาด้วยหยาดน้ำตา และทิ้งความสัมพันธ์ที่เหมือนการตกนรกทั้งเป็น ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อผ้าเรียบง่ายลุกขึ้นยืน คว้ากระเป๋าและจูงมือน้องรันก้าวออกจากห้องเช่ามืดทึบ ลมหนาวปลายฤดูพัดกรรโชกเข้ามาปะทะผิวกายจนเธอต้องกระชับเสื้อโค้ทตัวเก่าให้แน่นขึ้น ทว่าความหนาวเหน็บภายนอกยังเทียบไม่ได้กับความหนาวสะท้านในอก ยามนึกถึงใบหน้าเย็นชาและคำพูดเฉือดเฉือนของคีรินทร์ที่มักจะตอกย้ำสถานะ "ผู้หญิงไร้ค่า" ของเธอเสมอ *‘เธอคิดเหรอว่าหนีฉันพ้น... รินรดา’* เสียงทุ้มต่ำดั่งมัจจุราชนั้นยังคงก้องกังวานในโสตประสาท แม้ว่าเขาจะไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ก็ตาม เธอกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด ความเจ็บปวดในอดีตคือเชื้อเพลิงชั้นดีที่เผาผลาญความอ่อนแอในตัวเธอจนหมดสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณความเป็นแม่ที่พร้อมจะปกป้องลูกน้อยด้วยชีวิต รถไฟเที่ยวปักษ์ใต้จอดเทียบชานชาลาด้วยเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดหู รินรดากลั้นหายใจ จูงมือน้องรันแทรกตัวผ่านฝูงชนผู้คนยามวิกาลที่บางตา กลิ่นอายของความอับชื้น กลิ่นควันรถ และความเร่งรีบ บ่งบอกว่าเธอกำลังก้าวเท้าข้ามเส้นแบ่งระหว่างความเป็นทาสในเรือนเบี้ย กับอิสรภาพที่เธอโหยหามาเนิ่นนาน เมื่อก้าวขึ้นมาบนตู้โดยสารชั้นสามที่ค่อนข้างแออัดและมีกลิ่นอาหารแห้งปะปนกับกลิ่นเหงื่อ รินรดาเลือกที่นั่งริมหน้าต่าง ทอดสายตามองออกไปเบื้องนอกผ่านกระจกใสที่สะท้อนใบหน้าซีดเซียวของตนเอง แสงไฟสลัวของสถานีรถไฟค่อยๆ เคลื่อนถอยหลังทีละน้อย หัวใจที่เคยเต้นระทึกเริ่มสงบลงเมื่อล้อรถไฟเริ่มหมุนตัวออกจากเมืองหลวง มุ่งหน้าสู่ทิศใต้... สู่ดินแดนที่ไม่มีใครรู้จักพวกเขา "คุณแม่ครับ หิวน้ำจังเลย" เสียงเล็กๆ ดังขึ้นอีกครั้ง รินรดายิ้มอ่อนโยน หยิบกระติกน้ำออก.มาเปิดให้ลูกดื่ม พลางยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็กด้วยความรักล้นปรี่ "อดทนอีกนิดนะคะคนเก่ง เดี๋ยวพอถึงบ้านใหม่ของเราแม่จะทำของอร่อยๆ ให้กินเยอะเลยค่ะ" ภาพความฝันเกี่ยวกับบ้านหลังเล็กริมทะเลที่เธอแอบวาดภาพไว้ในหัวเริ่มเด่นชัดขึ้น เสียงคลื่นซัดสาด ลมทะเลพัดเอื่อย และเสียงหัวเราะของน้องรัน ไม่มีสายตาดูแคลน ไม่มีคำพูดเชือดเฉือนจากสามีไร้หัวใจ มีเพียงเธอกับลูกที่กุมมือกันก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ทว่า... ท่ามกลางความโล่งอกที่เริ่มแผ่ซ่าน ความรู้สึกสังหรณ์ใจประหลาดบางอย่างกลับตีตื้นขึ้นมาในอก รินรดานิ่งงันไปครู่หนึ่ง หันกลับไปมองสำรวจผู้โดยสารรอบกายด้วยความระแวง ในจังหวะที่รถไฟเร่งความเร็วผ่านอุโมงค์มืดทึบ แสงไฟนีออนภายในโบกี้กะพริบไหววูบ โทรศัพท์มือถือแบบเติมเงินเครื่องเก่าในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของเธอกลับสั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หน้าจอที่ถูกตั้งค่าให้ปิดเสียงไว้ ปรากฏข้อความตัวอักษรปริศนาจากเบอร์แปลกที่ไม่เคยบันทึก ทว่าเพียงแค่กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ นั้น เลือดในกายของเธอก็เย็นเฉียบลงทันที ราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็งขั้วโลก— *[เกมซ่อนหา... สนุกดีนี่ Rinda, แต่อย่าลืมนะว่าต่อให้หนีไปสุดขอบโลก ลูกก็ยังเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของฉัน... เตรียมตัวรับผลของการท้าทายฉันให้ดี]* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%