กลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ ที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องน้ำแคบๆ ของอพาร์ตเมนต์เก่าริมคลอง ช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับในเพนต์เฮาส์หรูหราอลังการที่เธอเพิ่งก้าวเท้าเดินจากมาเมื่อสามวันก่อน... สามวันที่รินรดารู้สึกเหมือนชีวิตทั้งชีวิตถูกดึงทึ้งจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาจนแทบประคองแท่งพลาสติกสีขาวในมือไว้ไม่อยู่ ดวงตากลมโตที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงจนบวมช้ำ จ้องมองไปยังขีดสีแดงสองขีดที่ปรากฏขึ้นเด่นชัดท่ามกลางความเงียบงัน... สองขีด... สองขีดที่หมายถึงชีวิตใหม่อีกหนึ่งชีวิตกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ท่ามกลางซากปรักหักพังของชีวิตแต่งงานที่เพิ่งถูกเผาทำลายด้วยมือของคีรินทร์ อดีตสามีผู้ไร้หัวใจ
"ลูก..."
เสียงกระซิบแผ่วเบาหลุดลอดริมฝีปากที่ซีดเซียว รินรดาทรุดกายลงนั่งกอดเข่ากับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ หยาดน้ำตาที่คิดว่าแห้งเหือดไปหมดแล้วกลับทะลักทลายลงมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่หยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้หรือความเสียใจที่มีต่อผู้ชายคนนั้น แต่มันคือหยาดน้ำตาแห่งความตื่นตระหนก ความหวาดกลัว และความรักอันมหาศาลที่พุ่งพล่านขึ้นมาในอกอย่างฉับพลัน
ทำไม... ทำไมโชคชะตาถึงใจร้ายกับเธอนัก? ทำไมเขาต้องส่งโซ่ทองเส้นนี้มาผูกมัดเธอไว้กับผู้ชายที่ประกาศกร้าวว่ารังเกียจเดียดฉันท์และไม่เคยปรารถนาจะมีสายเลือดร่วมกัน วันที่เธอเซ็นชื่อลงบนใบหย่าแผ่นนั้น เธอบอกกับตัวเองว่าได้ตัดขาดจากพันธะพิศวาสอันเจ็บปวดนี้ไปตลอดกาลแล้ว แต่เวลานี้... กลับมีอีกหนึ่งชีวิตเติบโตขึ้นในครรภ์ของเธอ ชีวิตที่เป็นสายเลือดแท้ๆ ของคีรินทร์ ผู้ชายที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
รินรดายกมือขึ้นโอบกอดหน้าท้องแบนราบของตนเองแน่น ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ความหวาดกลัวทีละน้อย แม้ภายนอกเธอจะดูอ่อนหวานและบอบบางราวกับตุ๊กตาแก้ว แต่ลึก and บาดแผลฉกรรจ์ในใจกลับหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นหญิงแกร่งที่พร้อมจะปกป้องลูกน้อยด้วยชีวิต
"แม่จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายลูก... แม่จะไม่ยอมให้เขาคนนั้นมารู้การมีอยู่ของลูกเด็ดขาด" เธอมุ่งมั่นประกาศกับความว่างเปล่า แววตาที่เคยอ่อนแสงแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวและแข็งกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สี่ปีต่อมา...
ณ ร้านกาแฟเล็กๆ แต่บรรยากาศแสนอบอุ่นย่านชานเมือง กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดเคล้าคลอไปกับเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ รินรดาในชุดผ้ากันเปื้อนเรียบง่ายกำลังง่วนอยู่กับการจัดขนมเค้กโฮมเมดลงในตู้กระจก ใบหน้าหวานละมุนฉายแววสุขุมและอิ่มเอม แม้ร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูบุตรชายตามลำพังจะปรากฏให้เห็นบ้าง แต่รอยยิ้มพิมพ์ใจก็ไม่เคยจางหายไปจากใบหน้าของเธอเลย
"คุณแม่ครับ! น้องรันอยากกินบราวนี่ชิ้นนั้นครับ"
เสียงใสแจ๋วราดรดหัวใจคนเป็นแม่ให้พองโต รินรดาหันไปมองเด็กชายวัยสี่ขวบที่กำลังยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่หน้าเคาน์เตอร์ ดวงตากลมโตสุกใส จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากหยักได้รูป ช่างถอดแบบพิมพ์มาDจากคีรินทร์ราวกับแกะ ยิ่งโตขึ้นเค้าโครงความหล่อเหลาเย่อหยิ่งของผู้เป็นพ่อก็ยิ่งเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ จนบางครั้งรินรดาก็อดใจหายไม่ได้
"ไม่ได้ครับตัวแสบ เดี๋ยวทานข้าวเที่ยงไม่หมดอีกแล้วนะ" รินรดาย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วเรียวเขี่ยจมูกโด่งรั้นของลูกชายเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว
"แต่น้องรันเป็นเด็กดีแล้วนี่ครับ คุณแม่ให้รางวัลน้องรันหน่อยนะ นะครับ..." น้องรันส่งสายตาออดอ้อนพร้อมกับเอามือเล็กๆ มาเกาะแขนคุณแม่แน่น ซึ่งเป็นไม้ตายที่ทำให้รินรดาใจอ่อนยวบทุกครั้ง
"ก็ได้ค่ะ แต่ต้องสัญญาว่าทานข้าวหมดจานก่อนนะ ไม่อย่างนั้นงดขนมหวานหนึ่งอาทิตย์เลย ตกลงไหมครับ?"
"เย้! น้องรันสัญญาครับ!" เด็กชายกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ รอยยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันขาวสะอาด ช่างเป็นภาพที่บริสุทธิ์งดงามและเติมเต็มหัวใจของคนเป็นแม่ให้สมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องพึ่งพาคำว่าสามีหรือครอบครัวที่สมบูรณ์แบบในแบบที่สังคมขีดเส้นไว้เลย
ทว่า... ความสุขสงบที่เธอเฝ้าทะนุถนอมมาตลอดสี่ปี กลับกำลังจะถูกกระชากกระชั้นด้วยเงาอดีตที่คืบคลานเข้ามาใกล้กว่าที่คิด
รถยนต์หรูสีดำสนิทราคารับประจานความมั่งคั่งจอดเทียบฟุตบาทหน้าร้านกาแฟอย่างเงียบเชียบ ประตูฝั่งผู้โดยสารเปิดออกพร้อมกับร่างสูงสง่าในชุดสูทตัดเย็บประณีตที่ก้าวลงมาด้วยท่าทางเย่อหยิ่งและทรงอำนาจ คีรินทร์ ในวัยที่ดูสุขุมและคมคายขึ้น กวาดสายตาคมกริบมองรอบบริเวณร้านด้วยความเบื่อหน่าย เขาไม่ได้ตั้งใจจะแวะร้านกาแฟเล็กๆ นี่เลยสักนิด หากไม่ใช่เพราะคนขับรถรายงานว่าหม้อน้ำรถเกิดขัดข้องกะทันหัน
ขายาวก้าวเข้ามาในร้านพร้อมกับกลิ่นกายหอมเย็นของแบรนด์เนมราคาแพงที่อบอวลไปทั่วบริเวณ รินรดาที่กำลังหันหลังจัดเตรียมเครื่องดื่มอยู่หลังเคาน์เตอร์ ชะงักกึกทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศคุ้นเคยที่ฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำ
หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรุนแรงราวกับจะหลุดออกมานอกอก เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ ความรู้สึกหวาดกลัวและโกรธเกลียดตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เธอค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ เพื่อจะหลบเลี่ยงสายตา แต่ทว่า...
"คุณแม่ครับ! ดูนี่สิครับ น้องรันวาดรูปคุณแม่เสร็จแล้วนะ สวยไหมครับ?"
เสียงใสแจ๋วของน้องรันดังขึ้นทำลายความเงียบ พร้อมกับเด็กชายตัวน้อยที่วิ่งถือกระดาษวาดรูปพุ่งตรงเข้ามาหาผู้เป็นแม่ โดยไม่ทันได้สังเกตเห็นร่างสูงของชายแปลกหน้าที่ยืนตระหง่านอยู่ใกล้ประตู
คีรินทร์ที่กำลังจะหันไปสั่งกาแฟ ชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อร่างเล็กๆ ของเด็กชายวิ่งมาชนเข้าที่ชายสูทของเขาอย่างจัง เด็กชายเซเล็กน้อยแต่ไม่ล้ม คีรินทร์ขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ กำลังจะเอ่ยปากดุตามนิสัยปากร้าย ทว่าเมื่อก้มลงมองใบหน้าเล็กจิ๋วที่เงยขึ้นสบตาเขา...
โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้น
ดวงตากลมโตคู่สวย จมูกโด่งรั้น และร่องรอยความดื้อรั้นบนใบหน้าของเด็กชายวัยสี่ขวบตรงหน้า... ช่างสะท้อนเงาของตัวเขาเองในวัยเด็กออกมาได้อย่างราวกับส่องกระจกเงา ไม่มีผิดเพี้ยนแม้แต่นิดเดียว!
คีรินทร์ยืนนิ่งงันราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม หัวใจที่เคยด้านชาและว่างเปล่ากลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงจนเจ็บแปลบ ลมหายใจสะดุดกكن สมองของเขาสفตตึงขึ้นมาทันทีเมื่อตระหนักได้ถึงความจริงอันน่าตกตะลึงที่กำลังจ้องมองกลับมา
ในขณะเดียวกัน รินรดาที่เงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงที่ยืนแข็งทื่อเป็นหิน ร่างกายของเธอก็ชาวาบไปทั้งร่าง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อประสานสายตากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความตกใจระคนไม่อยากเชื่อของคีรินทร์
ระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าว... ความลับที่เธอพยายามปกปิดด้วยชีวิตมาตลอดสี่ปี บัดนี้กำลังจะถูกกระชากหน้ากากออกต่อหน้าเจ้าของสายเลือดตัวจริงอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง!
(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ)
พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก•ตอนที่ 3
ความลับในครรภ์
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!