พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก•ตอนที่ 29

การพิสูจน์ตนเอง

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดชั้นดีลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นอายความชื้นของหยาดน้ำค้างยามใกล้รุ่ง ทว่าสิ่งเดียวที่ดึงดูดสายตาของรินรดาในเวลานี้ หาใช่ความสุนทรีย์ของยามเช้าไม่ หากแต่เป็นร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก กางเกงสแล็คเข้ารูปที่บ่งบอกถึงรสนิยมราคาแพง ทว่าในเวลานี้กลับเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบฝุ่นละอองและรอยเปื้อนจากคราบดิน คีรินทร์... ประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรธุรกิจพันล้าน ผู้ซึ่งเคยตวัดปลายปากกาเซ็นเช็คด้วยมืออันสะอาดสะอ้านและสวมสูทสั่งตัดจากอิตาลีอย่างไร้ที่ติ บัดนี้กำลังยืนถือไม้กวาดทางมะพร้าวปัดกวาดลานหน้าเรือนไม้กึ่งปูนขัดมันของเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่เด็ดเดี่ยว "คุณกำลังทำอะไรของคุณคะ คีรินทร์" เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนฉุนเฉียว รินรดา দাঁড়อยู่ที่ระเบียงชั้นสอง มือเรียวกำราวไม้แน่นจนข้อต่อปูดโปน ดวงตาคู่สวยมองอดีตสามีที่ละทิ้งคฤหาสน์หลังงามและตึกระฟ้าที่เมืองหลวงมาขลุกอยู่ ณ ดินแดนชนบทห่างไกลแห่งนี้ตั้งแต่เมื่อสามวันก่อน คีรินทร์หยุดมือที่กำลังกวาดใบไม้แห้ง เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย็นชาและหยิ่งผยองในวันวาน บัดนี้กลับฉายแววอ่อนล้า ทว่ามั่นคงอย่างน่าประหลาด ไร้ซึ่งมาดยศถาบรรดาศักดิ์ใดๆ เหลือเพียงชายคนหนึ่งที่ยอมลดทอนศักดิ์ศรีทั้งหมดลงเพื่อแลกกับการได้ยืนอยู่ใกล้เธอและลูกอีกครั้ง "ผมมาทำหน้าที่พ่อบ้าน... ตามข้อตกลงที่เราไม่ได้ตกลงกัน" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยตอบเรียบเรื่อย ก่อนที่เขาจะปักไม้กวาดไว้พิงเสาเรือนแล้วเดินสาวเท้าตรงมายังบันไดบ้านอย่างไร้ความลังเล "ฉันบอกคุณแล้วนะคะว่าที่นี่ไม่ต้อนรับคนอย่างคุณ! งานที่กรุงเทพฯ ไม่มีให้ทำหรือไง ถึงได้ถ่อสังขารมาทำตัวเป็นภาระแถวนี้!" รินรดาก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณเมื่อร่างสูงก้าวขึ้นมาประชิดตัวบนระเบียง กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับเหงื่อจางๆ จากการทำงานหนักพัดเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยที่พยายามสร้างกำแพงเหล็กกล้าสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ "งานที่บริษัทมีคนจัดการแทนได้ครับ... แต่หน้าที่สามีและพ่อ ที่ผมเคยละเลยจนเกือบสูญเสียพวกคุณไปตลอดกาล มีแค่ผมคนเดียวเท่านั้นที่ต้องทำ" คีรินทร์ก้าวเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังบางชนเข้ากับเสาเรือน ร่างสูงโน้มตัวลงกักขังเธอไว้ระหว่างวงแขน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างแก้มเนียน "อย่ามาพูดจาน่าขันหน่อยเลยค่ะ! สามี? พ่อ? วันที่คุณเหยียบยละศักดิ์ศรีของฉัน คุณไม่เคยนึกถึงคำเหล่านี้เลยสักนิด!" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา ปลายเสียงสั่นเครือด้วยความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครา หยาดน้ำใสคลอหน่วยที่หน่วยตาคู่สวยอย่างน่าสงสาร คีรินทร์เห็นดังนั้น หัวใจแกร่งก็กระตุกวูบด้วยความเจ็บปวด เขาไม่เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ อีก นัยน์ตาคมกริบลึกล้ำดุจห้วงมหาสมุทรบ่งบอกถึงความสำนึกผิดที่กัดกินหัวใจมานานนับปี นิ้วแกร่งเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มเนียนออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยทำให้รินรดาสั่นสะท้าน "ผมรู้ว่าคำพูดร้อยพันคำมันไม่ลบเลือนความเลวร้ายที่ผมเคยทำไว้... แต่ให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเองเถอะนะริน" เสียงกระซิบพร่าทุ้มข้างใบหูราวกับมนต์สะกด ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้จนเกือบชิดกลีบปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความลังเล ในวินาทีนั้น เสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงหัวเราะคิกคักก็ดังขึ้นจากด้านในตัวบ้าน "คุณอาคนนั้น... มาให้อาหารน้องรันหน่อยยย" ร่างเล็กป้อมของน้องรันในชุดนอนลายการ์ตูนวิ่งดุ๊กๆ ออกมา แต่พอดวงตากลมโตมองเห็นชายหนุ่มร่างสูงที่คุ้นเคย เจ้าตัวน้อยก็หยุดชะงัก เอียงคอมองด้วยความสงสัย ก่อนจะวิ่งเข้าไปหลบหลังซอกประตูอย่างระแวดระวัง คีรินทร์ชะงักไป ดวงตาคมไหววูบด้วยความโหยหา เขาค่อยๆ ถอยห่างจากรินรดาอย่างรู้จังหวะ นั่งคุกเข่าลงบนพื้นระเบียงไม้ในระดับสายตาเดียวกับเด็กน้อย พยายามส่งยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายเย็นชาคนหนึ่งจะทำได้ "รันครับ... มาหาพ่อ... เอ๊ย อาหน่อยครับ" รินรดามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ตีรวนกันอยู่ในอก ทั้งเกลียด ทั้งโกรธ ทว่าลึกๆ กลับมีความเวทนาและแรงปรารถนาบางอย่างที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างเงียบเชียบในยามค่ำคืนที่ผ่านมา และดูเหมือนว่าคีรินทร์จะไม่ยอมถอยกลับไปง่ายๆ เสียแล้ว เมื่อคืนก่อน... ในความเงียบสงบของบ้านพักหลังน้อย หลุมพรางแห่งอารมณ์พิศวาสที่ทั้งสองต่างโหยหาได้หลอมรวมพวกเขากלายเป็นหนึ่งเดียว ร่างกายที่เคยปฏิเสธกลับโหยหาสัมผัส รสจูบที่ร้อนแรงและอ้อมกอดที่เว้าวอนในความมืด ทำให้รู้ว่าถ่านไฟเก่ามันยังคงร้อนระอุและพร้อมจะมอดไหม้ทุกสิ่ง "คุณริน..." เสียงทุ้มกระซิบเรียกแผ่วเบาในขณะที่น้องรันวิ่งหนีเข้าห้องไปแล้ว คีรินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาประชิดร่างบางอีกครั้งอย่างไม่เปิดโอกาสให้หนี มือแกร่งรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น จนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับทรวดทรงอิ่มเอม รินรดากลั้นหายใจเมื่อฝ่ามืออุ่นร้อนลูบไล้ไปตามแผ่นหลัง สัมผัสที่คุ้นเคยปลุกเร้าไฟสิเน่หาให้โหมกระหน่ำขึ้นมาในอกอย่างรวดเร็ว "ปล่อยนะคะ..." เสียงประท้วงเบาหวิวราวกับกระซิบ เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาโน้มลงมาประทับปิดกลีบปากอิ่มอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความโหยหาค่อยๆ ทวีความเร่าร้อนและลึกซึ้งขึ้นตามจังหวะหัวใจที่เต้นโครมคราม คีรินทร์ตักตวงความหวานล้ำอย่างตะกละตะกลาม ลิ้นร้อนเกี่ยวพันหยอกล้อดูดดื่มความหอมหวานที่เขาโหยหามาเนิ่นนาน รินรดาพยายามทุบไหล่หนาประท้วง แต่มือเรียวกลับอ่อนแรงลงทุกทีเมื่อความวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย สัมผัสจากเรียวปากหนาเคลื่อนต่ำลงมาซุกไซร้ซอกคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่นที่ติดตรึงอยู่ในความทรงจำ ปลายลิ้นร้อนลากผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่มจนร่างบางสะท้านเฮือก มือแกร่งปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกอย่างไร้ความปรานี เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนกับแสงแดดยามสาย "คีรินทร์... อื้อ... อย่า..." เสียงหวานครางประท้วงด้วยความสั่นสะเทือน เมื่อฝ่ามือใหญ่วางทาบลงบนความนุ่มหยุ่นผ่านร่มผ้า ก่อนจะสอดแทรกเข้าไปสัมผัสความอิ่มเอมอย่างเต็มมือ ความรู้สึกวาบหวามปนระทึกทำให้เข่าของรินรดาร่างแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ดีที่วงแขนแข็งแกร่งรวบเอวบางไว้แน่นและยกเธอลอยขึ้นจนแผ่นหลังแนบติดกับผนังไม้เย็นเยียบ บทเพลงรักอันเร่าร้อนและเปี่ยมด้วยแรงปรารถนาถูกบรรเลงขึ้นอีกครั้งท่ามกลางบรรยากาศชนบทที่เงียบสงบ ไม่มีเสียงเอะอะจากสังคมไฮโซ ไม่มีชื่อเสียงเงินทองมาขวางกั้น มีเพียงเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดของคนทั้งคู่ที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในห้วงแห่งความเสน่หาที่ยากจะถอนตัว ทว่า... ในจังหวะที่อารมณ์รักกำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูด้านล่างพร้อมกับเสียงเรียกของบุรุษไปรษณีย์ก็ดังขัดจังหวะขึ้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ "มีพัสดุมาส่งครับ! ของคุณคีรินทร์ครับ!" คีรินทร์ชะงัก ถอนริมฝีปากออกด้วยความหงุดหงิดระคนเสียดาย เขากระชับเสื้อผ้าให้รินรดาเรียบร้อยด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อยจากฤทธิ์อารมณ์ที่ยังค้างคา รินรดารemหอบหายใจแรง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอาย รีบผละออกจากอ้อมอกเขาแล้ววิ่งหนีเข้าห้องนอนไปทันที ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความเสียดาย ก่อนจะก้าวเดินลงมาชั้นล่างเพื่อรับพัสดุจากบุรุษไปรษณีย์ กล่องพัสดุกระดาษสีน้ำตาลเรียบๆ ไม่มีชื่อผู้ส่งถูกยื่นมาให้เขา คีรินทร์รับมาด้วยความสงสัย นิ้วแกร่งฉีกเปิดกล่องออกอย่างไม่รอช้า เอกสารแผ่นหนึ่งร่วงหล่นลงสู่พื้น... ก้มลงเก็บขึ้นมาอ่านเพียงปราดเดียว ดวงตาคมกริบก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงจนลมหายใจสะดุดกึก! มันคือซองผลตรวจ DNA อย่างเป็นทางการ ระหว่างตัวเขากับเด็กชายรัน... และผลตรวจระบุชัดเจนด้วยเปอร์เซ็นต์ความเข้ากันสูงถึง 99.99% ว่าเด็กน้อยคนนั้นคือ "เลือดเนื้อเชื้อไข" ของเขาจริงๆ... แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือชื่อของ "ผู้ส่ง" ที่ระบุไว้ที่มุมซองด้านหลัง... เป็นชื่อของคนสนิทมือขวาที่เขาสั่งให้สืบเรื่องนี้เมื่อสัปดาห์ก่อนที่กรุงเทพฯ ทว่าคนๆ นั้นไม่มีทางรู้เรื่องนี้ได้ลึกซึ้งขนาดนี้ เว้นเสียแต่ว่า... มีใครบางคนกำลังเล่นเกมซ้อนกลกับเขาอยู่! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครด้วยหัวใจเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%