พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก•ตอนที่ 31

ยอมตายเพื่อปกป้อง

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางความมืดสลัวของโกดังร้างที่ถูกทิ้งร้างมานานแรมปี กลิ่นอับชื้นและฝุ่นละอองคละคลุ้งอยู่ในอากาศ แต่สิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่ากลิ่นใดๆ คือกลิ่นคาวสนิมของเลือดที่เริ่มโชยแตะจมูก รินรดากอดร่างเล็กของน้องรันไว้แน่นจนสุดแรงเกิด หยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลอาบแก้มเนียนอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก เมื่อปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบจากน้ำมือของศัตรูคู่อาฆาตกำลังเล็งตรงมายังทิศทางที่เธอกับลูกซ่อนตัวอยู่ “แม่จ๋า... รันกลัว” เสียงอู้อี้ดังขึ้นจากอ้อมอก เล็กๆ ที่สั่นเทาจนน่าสงสาร ดวงตากลมโตคู่นั้นถอดแบบมาจากผู้ชายคนยืนขวางอยู่เบื้องหน้าไม่มีผิดเพี้ยน น้องรันซุกใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาเข้ากับซอกคอของมารดา ปิดตาแน่นด้วยความหวาดกลัวต่อเสียงคำรามก้องของความตาย “ไม่เป็นไรนะคนดี... ลูกต้องไม่เป็นไร” รินรดากลั้นสะื้น กระซิบปลอบโยนบุตรชายด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือไม่แพ้กัน ในวินาทีเป็นตายเท่ากันนี้ ภาพความหลังทั้งหลายไหลย้อนเข้ามาในห้วงความคิดราวกับภาพยนตร์ซ้ำๆ เธอนึกเกลียดทิฐิของเขา เกลียดความเย็นชาในอดีต แต่ในยามนี้... ภาพแผ่นหลังกว้างของคนที่เธอกล่าวคำตัดเยื่อใยมาตลอด กลับกลายเป็นเกราะคุ้มภัยเดียวที่ยอมเอาชีวิตเข้าแลก คีรินทร์ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าสองแม่ลูกอย่างไม่เกรงกลัวความตาย บาดแผลฉกรรจ์ที่ต้นแขนจากการปะทะเมื่อครู่ทำให้หยดเลือดสีเข้มไหลซึมเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวจนชุ่มโชก ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น ร่างกายเต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้ แต่นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นกลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและดุดันอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน มันคือแววตาของความเป็นพ่อ... แววตาของคนที่พร้อมจะแหลกสลายเป็นจุล หากลมหายใจของคนข้างหลังต้องดับสูญ “แกคิดว่าจะปกป้องพวกมันพ้นรึไง คีรินทร์!” เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของศัตรูดังสะท้อนก้องผนังปูนเปลือย พร้อมกับนิ้วที่เริ่มออกแรงเหนี่ยวไกปืนในมือ ไม่มีเวลาให้ลังเล ไม่มีแม้แต่เสี้ยววินาทีให้คิดคำนวณ คีรินทร์พุ่งตัวเข้าใส่เป้าหมายด้วยความเร็วดุจพายุเพลิง เขายอมเอาสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่เคยซ่อนไว้ภายใต้มาดนักธุรกิจผู้เยือกเย็นออกมาใช้ ทุ่มแรงทั้งหมดที่มีเข้าประชิดตัวและกระชากอาวุธในมืออีกฝ่ายให้เบี่ยงเบนออกไปจากวิถีชีวิตของลูกและอดีตภรรยา *ปัง!* เสียงคำรามก้องของสนั่นหูฉีกกระชากความเงียบงัน รินรดาหวีดร้องสุดเสียง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก ร่างสูงใหญ่ของคีรินทร์เซถอยหลังไปสองก้าวเมื่อคมกระสุนเฉียดผ่านหัวไหล่ซ้ายไปอย่างเฉียดฉิว เลือดสดๆ กระเซ็นเปรอะพื้นคอนกรีตสีเทาหม่น ทว่าอ้อมแขนที่กางกั้นอันตรายไม่ยอมให้ใครล้ำเส้นเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว “อย่าแตะต้องลูกฉัน... และอย่าแตะต้องเมียฉัน!” คีรินทร์คำรามลอดไรฟัน เสียงนั้นแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยพลังอำนาจที่กดดันให้ศัตรูชะงักงัน แม้บาดแผลจะโหมกระหน่ำความเจ็บปวดเสียดแทงไปทั่วร่าง แต่ความรักและความหวงแหนที่เพิ่งตระหนักรู้ในวินาทีเฉียดตาย กลับหลอมรวมเป็นความแข็งแกร่งอันไร้เทียมทาน เขาไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากแก้วตาดวงใจทั้งสองดวงนี้ไปจากอ้อมอกเขาอีกเด็ดขาด ตราบใดที่ลมหายใจของเขายังคงอยู่ รินรดามองแผ่นหลังที่กำลังสั่นน้อยๆ ด้วยความเหนื่อยล้าของอดีตสามี หัวใจที่เคยด้านชาและปิดตายมาตลอด กลับถูกทุบทำลายลงด้วยหยาดเลือดและความเสียสละที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะหาคำใดมาเปรียบ มือบางที่สั่นเทายกขึ้นปิดปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงสะื้น ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าลึกลงไปในความรู้สึก ความรักที่เคยฝังกลบไว้กำลังฟื้นคืนชีพขึ้นมาอย่างเจ็บปวดและลึกซึ้ง ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมหลังเสียงปืนสงบลง ศัตรูผู้พ่ายแพ้ต่อความเด็ดเดี่ยวถูกควบคุมตัวไว้ได้โดยกำลังเสริมที่เพิ่งมาถึง ตำรวจและทีมคุ้มครองต่างกรูเข้ามาเคลียร์พื้นที่ แต่ทว่า... บรรยากาศภายในโกดังกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย คีรินทร์ทรุดกายลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นอย่างหมดแรง ความเจ็บปวดจากบาดแผลเริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะ รินรดารีบประคองร่างของน้องรันให้ยืนขึ้นด้วยมือข้างหนึ่ง ก่อนจะพุ่งเข้าไปหาชายหนุ่มด้วยความลนลาน หญิงสาวทิ้งตัวลงคุกเข่าเคียงข้างเขา มือบางสั่นระริกแตะลงบนรอยแผลที่ชุ่มเลือดด้วยความตื่นตระหนก “คุณ... คุณคีร์! ทำไมถึงทำแบบนี้ ทำไมต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงด้วย!” เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความตัดพ้อปนห่วงใย น้ำตาที่แห้งเหือดไปกลับเอ่อล้นคลอหน่วยดวงตาคู่งามอีกครั้ง คีรินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาอดีตภรรยา รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากซีดเซียว แม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและร่องรอยความเหนื่อยล้า แต่นัยน์ตากลับทอประกายความอ่อนโยนอย่างที่รินรดาไม่เคยได้รับมาก่อนในยามที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน “เพราะ... ถ้าไม่มีพวกคุณสองคน ชีวิตผมก็ไม่มีความหมายอะไรอีกแล้วริน...” เขาเอ่ยเสียงแผ่วเบา มือหนายื่นออกไปสัมผัสแก้มเนียนที่เปื้อนคราบน้ำตาอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าเธอจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่จะสลายหายไปในอากาศ ในเสี้ยววินาทีนั้น น้องรันที่ยืนมองอยู่ใกล้ๆ ก็คลานเข้ามาใกล้ผู้เป็นพ่อ มือเล็กๆ เอื้อมไปจับชายเสื้อเชื้อที่เปื้อนเลือดของคีรินทร์ไว้แน่น ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงใสซื่อที่ทลายกำแพงทิฐิทั้งหมดลงอย่างราบคาบ “คุณพ่อ... เจ็บไหมครับ รันเป่าให้นะครับ” คีรินทร์นิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจที่ด้านชามานานแสนนานถูกเติมเต็มด้วยความอบอุ่นสายใหญ่ที่ไหลบ่าเข้ามาจนจุกแน่นในอก เขาโอบกอดร่างเล็กของบุตรชายและร่างบอบบางของอดีตภรรยาเข้ามาไว้ในอ้อมอ้อมแขนเดียวกัน แนบแน่นราวกับจะหลอมรวมวิญญาณเป็นหนึ่งเดียว ทว่า ในขณะที่ความอบอุ่นกำลังโอบล้อมหัวใจของคนทั้งสาม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลังเงาสลัวของโกดัง รินรดาชะงักเงยหน้าขึ้นมอง ขณะที่คีรินทร์หันขวับไปตามสัญชาตญาณการระแวดระวังภัย ร่างสูงโปรดของบุคคลปริศนาในชุดสูทสีเข้มก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก เอกสารในซองสีน้ำตาลถูกโยนลงมาตรงหน้าพวกเขา เสียงกระดาษกระทบพื้นดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัด “คิดว่าเกมนี้มันจบลงแค่นี้จริงๆ เหรอครับ... คุณคีรินทร์” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับภาพถ่ายใบเสร็จการโอนเงินและหลักฐานลับบางอย่างที่หลุดร่วงออกจากซอง ปรากฏสู่สายตาของรินรดาอย่างชัดเจนจนลมหายใจสะดุดกราม — ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "รสรินกลิ่นกำมะหยี่" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%