ความเงียบงันภายในห้องพักกว้าง สั่นสะไหวด้วยเสียงหอบสะท้านและหยดน้ำตาที่รินไหลอาบแก้วเนียนของรินรดา ร่างบางสั่นเทิ้มด้วยแรงสะอื้นที่ถูกกลั้นไว้เนิ่นนานนับปี บาดแผลในอดีตที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ด้วยหยาดเหงื่อและรอยยิ้มเพื่อลูกน้อย ถูกกรีดซ้ำด้วยสายตาและคำถามคาดคั้นจากชายผู้เป็นต้นเหตุแห่งความพังทลายทั้งหมด
คีรินทร์ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหิน ความเย่อหยิ่งเย็นชาที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่า เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นไห้ที่ปะปนไปด้วยความแค้นเคืองและร้าวรานจากปากของอดีตภรรยา
"คุณอยากรู้ใช่ไหมคะคีรินทร์... ว่าตลอดเวลาที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน รินคนนี้ต้องผ่านอะไรมาบ้าง" น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยลอดริมฝีปากที่สั่นระริก ดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนหวานฉายแววเด็ดเดี่ยวและเจ็บปวดลึกซึ้งจนคนมองหัวใจกระตุกวูบ
"ริน..." เขาขยับริมฝีปากเอמהชื่อเธอแผ่วเบา ราวกับคนหมดแรงจะต้านทานกระแสอารมณ์ที่โถมซัด
"วันนั้น... วันที่คุณเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย วันที่คุณบอกว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงน่ารำคาญที่เกาะคุณกิน คุณรู้ไหมคะว่าตอนนั้นฉันกำลังอุ้มท้องลูกของเราอยู่!" รินรดาตะโกนออกมารasเสียงสั่นเครือ หยดน้ำตาพรั่งพรูลงมาดั่งสายฝนที่อัดอั้นมานาน เธอยกมือขึ้นทุบอกข้างซ้ายของตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความเจ็บปวดที่กัดกินหัวใจ "ท้องได้สองเดือนค่ะ! สองเดือนเต็มๆ ที่ฉันต้องก้มหน้ารับคำดูถูกจากคุณ โดยที่คุณไม่เคยเอะใจเลยสักนิด!"
คีรินทร์ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความจริงที่เพิ่งได้รับรู้หนักอึ้งเสียจนเขาแทบหายใจไม่ออก ภาพวันเก่าๆ ที่เขาผลักไสไล่ส่งเธออย่างใจร้ายฉายชัดขึ้นมาในหัว ซ้ำเติมความผิดบาปที่เขาเป็นคนก่อขึ้นด้วยมือตัวเอง
"ริน... ผม..." คีรินทร์พยายามจะเอ่ยคำขอโทษ แต่ลำคอตีบตันจนเปล่งเสียงไม่ออก
"สายไปแล้วค่ะ..." รินรดาส่ายหน้าช้าๆ รอยยิ้มสมเพชตัวเองปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวย "คำขอโทษของคุณมันไม่มีค่าอะไรอีกแล้ว ในเมื่อวันที่ฉันต้องการมือของคุณมากที่สุด คุณเลือกที่จะปล่อยมัน... และเหยียบย้ำฉันจนจมดิน"
ความอัดอั้นตันใจระเบิดออกมาเป็นความเงียบงันที่บาดลึก คีรินทร์ทนมองความเจ็บปวดในแววตานั้นไม่ได้ เขาก้าวเข้าไปประชิดร่างบางอย่างรวดเร็ว ก่อนจะดึงตัวเธอเข้ามากอดแนบอกด้วยสัญชาตญาณ ความโหยหาและสำนึกผิดตีรวนอยู่ในอกจนร้อนผ่าว
"ปล่อยฉันนะคะ! คนใจร้าย... ปล่อย!" รินรดาดิ้นรนทุบตีแผงอกกว้างด้วยแรงทั้งหมดที่มี แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสู้แรงของชายหนุ่มได้ คีรินทร์กลับยิ่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ฝังใบหน้าลงกับลาดไหล่บอบบางที่สั่นสะท้าน
"ไม่... ผมจะไม่ปล่อยอีกแล้ว ริน..." เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่น เจือไปด้วยความเว้าวอนที่เธอนึกรังเกียจ "ลงโทษผมเถอะ จะด่า จะตี จะเกลียดผมแค่ไหนก็ได้ แต่อย่าผลักไสผมอีกเลย... ผมรู้แล้วว่าความว่างเปล่าที่ไม่มีคุณมันเป็นยังไง"
"คุณสำนึกตอนนี้มันสายเกินไปค่ะ คีรินทร์..." เธอยังคงพยายามผลักไส แม้ว่าสัมผัสคุ้นเคยและไออุ่นจากอดีตสามีจะเริ่มสั่นคลอนหัวใจที่ด้านชา "หัวใจฉันมันตายไปตั้งแต่วันที่คุณเขี่ยฉันทิ้งแล้วค่ะ ปล่อยฉันเถอะ... ให้ฉันกับลูกได้อยู่อย่างสงบเถอะนะคะ"
คำว่า 'ลูก' กระแทกใจคีรินทร์อย่างจัง ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีพุ่งพล่านจนกลEนกลายเป็นการกระทำที่เอาแต่ใจ เขาสบตากับดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำน้ำ รสชาติความเค็มปร่าของหยดน้ำตาบนแกนวนเวียนอยู่ปลายลิ้น ก่อนที่คีรินทร์จะตัดสินใจทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจที่โหยหา
ริมฝีปากหยักประทับจูบลงบนเรียวปากอิ่มที่สั่นระริกอย่างไร้การอนุญาต รินรดาสะفดเฮือกด้วยความตกใจ พยายามเบือนหน้าหนีและเม้มปากแน่น แต่คีรินทร์ไม่มีวันยอมแพ้ ปลายลิ้นร้อนเกลี่ยไล้ริมฝีปากนุ่ม บังคับให้เธอยอมเปิดทางให้เขาได้ตักตวงความหวานล้ำที่โหยหามาเนิ่นนาน
สัมผัสที่คุ้นเคยปลุกเร้าไฟพิศวาสที่เคยแผดเผาให้กลับลุกโชนขึ้นอีกครั้ง แม้สมองจะสั่งให้ผลักไส แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการอ่อนระทวยลงในอ้อมแขนแกร่ง ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดรินกันและกันทำให้ห้องทั้งห้องร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น มือหนาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้าบางเบาอย่างโหยหาและเร่าร้อน ปลุกเร้าอารมณ์ปรารถนาที่ถูกกดทับไว้ใต้ความแค้นให้ปะทุขึ้นท่ามกลางคราบน้ำตา
จูบที่เริ่มจากความดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและเว้าวอน คีรินทร์ตักตวงความหวานจากเรียวปากเธอนานเท่าไหร่ไม่รู้ รู้แต่เพียงว่าเขาไม่อาจปล่อยมือจากผู้หญิงคนนี้ได้อีกแล้ว รินรดากำเสื้อของเขาแน่น ปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งไปกับห้วงเสน่หาที่ทั้งเจ็บปวดและวาบหวาม จนกระทั่งเสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงใสแจ๋วของเด็กชายดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง
"คุณแม่คะ! น้องรันหานมไม่เจอ... เอ๊ะ?"
คีรินทร์และรินรดาสะดุ้งสุดตัวผละออกจากกันราวกับโดนไฟลวก หญิงสาวหน้าซีดเผือด รีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ แล้วหันไปมองทางประตูด้วยความตกใจ
เด็กชายวัยสี่ขวบหน้าตาถอดแบบมาจากคีรินทร์ราวกับพิมพ์เดียวกันยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่ที่ธรณีประตู ในมือถือหุ่นยนต์ตัวโปรดไว้แน่น ดวงตากลมโตมองหน้ามารดา สลับกับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างกายเธอด้วยความฉงน
และในวินาทีนั้นเอง... สายตากลมโตของเด็กน้อยก็เบนไปสบตากับคีรินทร์เต็มตา ราวกับกระจกเงาที่สะท้อนเงาของกันและกัน!
*(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกเจ็บปวดและลึกซึ้งของตัวละครด้วยกันนะคะ)*
พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก•ตอนที่ 26
น้ำตาที่ไหลริน
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!