พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก•ตอนที่ 7

ชีวิตที่ไร้เงาเขา

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งเด็กและไอน้ำอุ่นจากการอาบน้ำในช่วงค่ำอบอวลไปทั่วห้องนอนขนาดกะทัดรัด บ้านไม้สักเก่าแก่ที่ถูกรีโนเวทใหม่ให้กลายเป็นร้านหนังสืออิสระและคาเฟ่เล็กๆ ในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ กลายมาเป็นรังรักอันอบอุ่นที่รินรดาใช้ซุกซ่อนตัวตนและหัวใจที่เคยแตกสละ นิ้วเรียวบางบรรจงติดกระดุมเม็ดสุดท้ายให้เด็กชายวัยสี่ขวบ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในคืนไร้เมฆ ใบหน้าจิ้มลิ้มจมูกโด่งรั้นและริมฝีปากหยักได้รูปนั้น ช่างถอดแบบมาจากใครบางคนที่เธอพยายามลบเลือนออกจากความทรงจำทุกค่ำคืน... ช่างน่าเจ็บปวดเหลือเกินที่แม้กาลเวลาจะหมุนผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด พันธะทางสายเลือดก็ไม่เคยจางหายไปจากเงาของลูกชายเลยแม้แต่น้อย "คุณแม่ครับ วันนี้คุณแม่เล่านิทานเรื่องเจ้าชายกบให้ฟังอีกรอบได้ไหมครับ น้องรันชอบตอนที่เจ้าชายถูกจູບแล้วกลายเป็นมนุษย์จังเลย" เสียงใสแจ๋วเอ่ยถามพร้อมกับดึงชายเสื้อผ้าฝ้ายของรินรดาเบาๆ ดวงตาคู่นั้นมองมาที่เธอด้วยความรักและความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยม รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ความรักความอบอุ่นบริสุทธิ์จากลูกชายตัวน้อยนี่เองที่เป็นเกราะคุ้มกันหัวใจอันบอบช้ำของเธอให้กลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้งในดินแดนอันเงียบสงบแห่งนี้ "ได้สครับคนเก่งของแม่... แต่ตอนนี้ตาแป๋วจะปิดอยู่แล้วนะคะ เจ้าชายกบต้องเข้านอนพักผ่อนเติมพลังก่อน พรุ่งนี้เราต้องต้อนรับลูกค้าที่ร้านหนังสือกันอีกนะจ๊ะ" รินรดากดจมูกลงบนแก้มยุ้ยๆ ของลูกชายด้วยความหมั่นเขี้ยวและรักใคร่สุดหัวใจ อ้อมแขนเล็กๆ ป้อมๆ โอบรอบคอเธอแน่น ซุกซบใบหน้าลงกับซอกคอสูดดมกลิ่นกายของมารดาจนลมหายใจสม่ำเสมอกลายเป็นสัญญาณว่าเจ้าตัวเล็กเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว รินรดาลูบศีรษะของน้องรันอย่างแผ่วเบา สายตาทอดยาวออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสที่สะท้อนภาพเงาของเธอเอง ท่ามกลางความเงียบงัดของราตรี เธอย้อนนึกถึงวันที่ตัดสินใจหันหลังให้กับคฤหาสน์ตระกูลใหญ่ในกรุงเทพฯ วันที่คีรินทร์เอ่ยคำพูดเย็นชาไร้เยื่อใย วันที่หัวใจของเธอถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี ผู้ชายคนนั้นไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ และต่อให้เขารู้... รินรดาก็ไม่มีวันยอมให้พรากแก้วตาดวงใจดวงนี้ไปเด็ดขาด เธอเลือกที่จะเดินออกมาจากชีวิตของเขาอย่างเงียบๆ ไร้ซึ่งการเรียกร้อง ไร้ซึ่งการฟ้องร้องทางกฎหมาย เธอขอแค่สิทธิ์ในการดูแลลูกและหัวใจที่ถูกประกอบขึ้นใหม่ทีละชิ้นด้วยมือของเธอเอง ชีวิตที่ไร้เงาของคีรินทร์... ในตอนแรกมันช่างเวิ้งว้างและหนาบเหน็บราวกับเดินอยู่ท่ามกลางพายุหิมะ แต่เวลานี้ หยาดน้ำตาในอดีตได้แปรเปลี่ยนเป็นความเข้มแข็ง ร้านหนังสือเล็กๆ ที่เธอตั้งใจสร้างขึ้นจากเงินเก็บก้อนสุดท้าย กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เธอได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ทุกๆ หน้ากระดาษ ทุกๆ กลิ่นกระดาษเก่า และรอยยิ้มของน้องรัน คือเครื่องพิสูจน์ว่าผู้หญิงที่เคยอ่อนแออย่างเธอ สามารถยืนหยัดบนลำแข้งของตนเองได้อย่างสง่างามโดยไม่ต้องพึ่งพาอ้อมกอดจอมปลอมของใครหน้าไหนทั้งสิ้น แต่ทว่า... โลกใบนี้ช่างแคบเสียเหลือเกิน หรือบางที พรหมลิขิตอาจไม่ได้ต้องการปล่อยให้คนบาปหลุดพ้นจากบทลงโทษที่เขาสสมเอาไว้ เสียงกระดิ่งลมหน้าร้านที่ดังขึ้นแผ่วเบายามค่ำคืน ท่ามกลางสายฝนปรอยที่เพิ่งโปรยปลงมา ทำให้รินรดาต้องละสายตาจากร่างเล็กบนเตียง เธอก้าวเดินลงมาจากชั้นสองอย่างเงียบเชียบด้วยคิดว่าเป็นลูกค้าที่หลงทางหรือลืมของ แต่เมื่อกวาดสายตาผ่านชั้นวางหนังสือในมุมสลัว ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝนกลับยืนนิ่งสนิทอยู่หน้าเคาน์เตอร์ แผ่นหลังกว้างและไหล่หนานั้นคุ้นตาจนหัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลังราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยผสมผสานกับกลิ่นฝนลอยแตะจมูก คีรินทร์หมุนตัวกลับมา... ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย็นชาและความเหินห่าง บัดนี้กลับแดงก่ำและสั่นระริก ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้เธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่สลายหายไปในอากาศ "ริน..." เสียงทุ้มต่ำที่แหบพร่าและสั่นเครือเอ่ยเรียกชื่อเธอเป็นครั้งแรกในรอบสี่ปี รินรดาก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการปกป้องลูกน้อยกรีดร้องลั่นในอก ดวงตาคู่สวยจ้องมองอดีตสามีด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเย็นชาไม่แพ้กันในอดีต "คุณมาที่นี่ได้ยังไง..." เสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าสั่นสะท้านเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามเก็บซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเข้มแข็ง คีรินทร์ไม่ได้ตอบคำถามนั้น ดวงตาคมกวาดมองไปรอบร้านก่อนจะมาหยุดนิ่งที่บันไดทางขึ้นชั้นสอง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างป้อมๆ ของเด็กชายวัยสี่ขวบ ในชุดนอนลายการ์ตูนขยี้ตาเดินงัวเงียลงมาเพราะความกระหายน้ำ "คุณแม่ครับ... น้องรันหิวน้ำ..." เสียงใสแจ๋วเอ่ยขึ้นก่อนจะชะงักกึกเมื่อเห็นชายแปลกหน้าแปลกถิ่นยืนอยู่เคียงข้างมารดา คีรินทร์แข็งค้างราวกับถูกสาป ร่างสูงชะงักงันเมื่อดวงตาสีดำสนิทคู่โตรูปทรงเดียวกันกับตนเองกำลังกะพริบปริบๆ มองเขาด้วยความสงสัย สายตาของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเลื่อนต่ำลงพิจารณาร่างเล็กตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา ใบหน้านั้น... แววตานั้น... แม้กระทั่งท่าทางเอียงคอสงสัย ช่างสะท้อนเงาของเขาในวัยเด็กออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ความจริงที่กระแทกเข้าใส่หน้าอย่างจังทำให้ลมหายใจของคีรินทร์สะดุดกึก เข่าแทบทรุดลงตรงนั้นเมื่อตระหนักได้ว่าตลอดเวลาสี่ปีที่ผ่านมา เขาไม่ได้สูญเสียแค่ภรรยาผู้แสนดี... แต่เขาได้ละทิ้งสายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองไปอย่างเลือดเย็นที่สุด ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%