กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานหรูหรา ไม่ได้ช่วยให้ความร้อนรุ่มภายในอกของคีรินทร์ลดลงเลยแม้แต่น้อย บนโต๊ะทำงานกระจกใส แฟ้มเอกสารคดีฟ้องร้องและใบหย่าที่ถูกเซ็นชื่อด้วยลายมืออันคุ้นเคยถูกเปิดค้างไว้ รินรดา... ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเงาจางๆ ในบ้านหลังใหญ่ ผู้หญิงที่ยอมก้มหน้าอดทนต่อถ้อยคำเชือดเฉือนและความเย็นชาอย่างไร้ขีดจำกัดจากเขามาตลอดหลายปี
ทว่าในเวลานี้ เงาจางๆ นั้นกลับเด่นชัดขึ้นมาทุกขณะในความนึกคิด
นิ้วแกร่งไล้ไปตามขอบกระดาษแผ่นเก่าที่เขาเคยปัดตกพื้นอย่างไม่ใยดี ในอดีต คีรินทร์ไม่เคยใส่ใจเลยว่าหยาดน้ำตาของภรรยาจะร่วงหล่นลงกี่หยด ทุกครั้งที่เธอยกมือขึ้นไหว้ขอร้องให้เขาอยู่ทานมื้อค่ำด้วยกัน หรือแม้แต่วันที่เธอเอ่ยปากบอกว่าตั้งครรภ์ เขากลับตอกกลับด้วยวาจาอันแสนเลือดเย็นว่ามันคือ "แผนการสกปรก" เพื่อผูกมัดเขาไว้กับความรับผิดชอบ
*“คุณคิดว่าใช้วิธีนี้แล้วผมจะรักคุณงั้นเหรัอรินรดา? เด็กในท้องคุณก็แค่เครื่องมือชั้นต่ำ!”*
เสียงก้องสะท้อนในหัวย้อนกลับมาทุบตีหัวใจของตนเองอย่างรุนแรง คีรินทร์หลับตาลงพร้อมกับขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ความเงียบงันรอบตัวในยามค่ำคืนไม่ได้ทำให้เขาสงบลงเลย ตรงกันข้าม ความทรงจำที่เขาพยายามปัดทิ้ง กลับพากันดาหน้าเข้ามาซัดสาดราวกับคลื่นใต้น้ำที่รอวันพังทลายเขื่อนกั้น
เขาจำแววตาคู่สวยที่เคยระยิบระยับด้วยความรัก ในวันที่สวมแหวนแต่งงานให้กันได้... วันเวลาผ่านไป แววตานั้นเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า ไร้ชีวิตชีวา และสุดท้ายแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว เย็นชา ในวันที่เธอยื่นคำขาดขอแยกทางโดยไม่เรียกร้องแม้แต่สมบัติสักบาทเดียว เธอต้องการเพียงแค่อิสรภาพ และการหายไปจากชีวิตผู้ชายใจร้ายอย่างเขา
“บ้าเอ๊ย...” คีรินทร์สบถลอดไรฟัน มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังกัดกินขั้วหัวใจ มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกผิด แต่มันคือความเวิ้งว้างว่างเปล่าที่หาทางเติมเต็มไม่ได้ บ้านหลังใหญ่ที่เคยน่าเบื่อหน่าย บัดนี้กลับน่ากลัวและเงียบเหงาเกินกว่าจะทนอยู่ลำพัง
ในขณะที่จิตใจกำลังถูกรุมเร้าด้วยอดีตอันแสนโหดร้ายที่ตนเองเป็นผู้สร้างขึ้น เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็แผדเสียงทำลายความเงียบขึ้นมา ปลายสายคือเลขาฯ ส่วนตัวที่รายงานความคืบหน้าเรื่องการตามหาตัวรินรดา
“ท่านประธานครับ... ทางเราเช็คข้อมูลการเดินทางล่าสุด พบเบาะแสของ คุณรินรดา แล้วครับ เธอย้ายไปพักอยู่ที่เมืองริมทะเลทางใต้ และ... ดูเหมือนเธอไม่ได้อยู่คนเดียวครับ”
คีรินทร์ขมวดคิ้วแน่น หัวใจกระตุกวูบ “หมายความว่ายังไง ที่ว่าไม่ได้อยู่คนเดียว?”
“มีเด็กผู้ชายวัยประมาณสี่ขวบอยู่ในการดูแลด้วยครับ จากรายงานของสายสืบ... เด็กคนนั้น... หน้าตาถอดแบบมาจากคุณคีรินทร์ราวกับแกะเลยครับท่าน”
ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ ทุกลมหายใจของคีรินทร์สะดุดกึก โทรศัพท์เกือบหลุดจากมือ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เด็กผู้ชายวัยสี่ขวบงั้นหรือ? นั่นหมายความว่า... ในวันที่เขาไล่เธอออกจากชีวิต ในวันที่เขาตราหน้าว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขา ความจริงแล้วเธอกำลังอุ้มสายเลือดของเขาไว้ และปกป้องเด็กคนนั้นให้รอดพ้นจากความใจร้ายของเขามาตลอดสี่ปีเต็มอย่างนั้นหรือ!
รินรดา... เธอช่างใจร้ายเหลือเกิน ที่กล้าปิดบังโซ่ทองคล้องใจสายเลือดเดียวกับเขาเอาไว้ได้เนิ่นนานขนาดนี้ แต่ในขณะเดียวกัน ความเกลียดชังในอดีตก็ถูกแทนที่ด้วยความโหยหาและสำนึกผิดที่โหมกระหน่ำเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออก
ขาวยาวก้าวพรวดพราดออกจากห้องทำงานทันที เป้าหมายเดียวในตอนนี้คือการเดินทางไปให้ถึงปลายทางให้เร็วที่สุด เพื่อทวงคืนสิ่งที่ควรเป็นของเขา และเพื่อชดใช้ความผิดบาปทั้งหมดที่เขาก่อขึ้นกับสองแม่ลูก
คีรินทร์ขับรถฝ่าความมืดของค่ำคืนด้วยความเร็วสูง ภาพใบหน้าของเด็กชายตัวน้อยที่เลขาฯ เพิ่งส่งรูปถ่ายทางไลน์เข้ามาตรึงตาตรึงใจเขายิ่งกว่าสิ่งใด ดวงตากลมโต จมูกรั้น และริมฝีปากที่แม้จะบึ้งตึงแต่มันช่างเหมือนเขาราวกับส่องกระจก เด็กคนนั้นคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพันธระหว่างเขากับรินรดานั้นไม่มีวันขาดสะบั้นลงได้
เมื่อเดินทางมาถึงเมืองริมทะเลเป้าหมาย บรรยากาศยามเช้าที่เงียบสงบไม่ได้ช่วยให้หัวใจที่ร้อนรนของเขาสงบลงเลย คีรินทร์จอดรถซุ่มอยู่ไม่ไกลจากบ้านพักหลังเล็กสีขาวที่ตั้งอยู่ติดชายหาด สายตาดุจพญาอินทรีจับจ้องไปยังระเบียงบ้านอย่างใจจดใจจ่อ
และแล้ว... ประตูบ้านก็เปิดออก ร่างระหงของรินรดาในชุดเดรสผ้าลินินสีอ่อนดูสวยสะกดตาและเข้มแข็งขึ้นกว่าในอดีตอย่างเห็นได้ชัด ความนุ่มนวลที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยออร่าของความเป็นแม่ที่พร้อมปกป้องลูกน้อยด้วยชีวิต
แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของคีรินทร์ขาดห้วงไปทันที คือเด็กชายตัวน้อยที่วิ่งตามหลังเธอออกมา พร้อมกับเสียงหัวเราะใสแจ๋วที่ดังแว่วมาตามลม
“คุณแม่ครับ! ลูกบอลอยู่นั่น!”
เด็กชายวัยสี่ขวบวิ่งก้าวย่างด้วยความกระตือรือร้น ใบหน้านั้น... ชัดเจนยิ่งกว่ารูปถ่ายในมือถือ ดวงตาคู่คมที่ถอดแบบมาจากเขาอย่างไม่ผิดเพี้ยนกำลังมองมารอบตัว ก่อนที่สายตาน้อยๆ นั้นจะหันขวับมาสบเข้ากับดวงตาของคีรินทร์ที่ยืนนิ่งค้างอยู่ข้างรถราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและอินไปกับความรู้สึกผิดและการชดใช้ครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก•ตอนที่ 8
ความทรงจำที่เริ่มกัดกินใจ
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!