คราบน้ำตานั้นไร้ซึ่งความหมาย เมื่อมันร่วงหล่นลงบนพื้นพรมราคาแพงในวินาทีที่สายเกินกว่าจะแก้ไข
คีรินทร์ในยามนี้ไม่มีเหลือมาFซึ่งมา Lภาพของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและเย็นชา ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองรินรดาราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ บัดนี้กลับแดงก่ำและเต็มไปด้วยความร้าวราน เขากำลังคุกเข่าลงแทบเท้าของหญิงสาว สองมือสั่นเทาระทึกพยายามจะเอื้อมไปแตะชายกระโปรงของเธอ ทว่ารินรดากลับถอยหลังหนีด้วยกิริยาที่ราบเรียบ เย็นชา และไร้เยื่อใยยิ่งกว่าหินผา
"ริน... พี่ขอร้อง ได้โปรดฟังพี่ก่อน" เสียงทุ้มที่เคยทรงอำนาจ บัดนี้แหบพร่าจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม หยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงเผาะลงบนหลังมือของเขาเอง มันคือหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดที่หลั่งออกมาจากหัวใจที่แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ
รินรดาก้มมองอดีตสามีผู้ชายคนที่เธอเคยรักจนหมดหัวใจ แต่วันนี้... เธอกลับไม่รู้สึกอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่า หัวใจดวงนี้ถูกความโหดร้ายของเขาเผาผลาญจนกลายเป็นเถ้าถ่านไปนานแล้ว รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากอิ่มสวยจึงมีเพียงความเย้ยหยันหยาดเยิ้มแต่บาดลึก
"คุณคีรินทร์คะ คำว่า 'ขอโทษ' ของคุณในตอนนี้ มันมีค่าเท่ากับเศษกระดาษที่เปียกฝนค่ะ ไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว" เสียงหวานใสเอื้อnเอ่ยออกมาอย่างนุ่มนวล ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนเนื้อสด "วันที่รินอ้อนวอนขอความเห็นใจ วันที่รินกราบกรานขอให้คุณมองเห็นหัวใจของภรรยาและลูก คุณเคยสนใจไหมคะ? คุณบอกว่ารินมันน่ารังเกียจ คุณผลักไสไลส่งรินราวกับไม่ใช่คน... แล้ววันนี้ คุณมาร้องไห้คร่ำครวญอะไรตรงนี้คะ? ทุเรศสิ้นดีค่ะ"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและเชือดเฉือนนั้นทำให้คีรินทร์สะอื้นฮัก เขารู้ดีว่าทุกคำที่เธอพูดคือความจริง เป็นความจริงอันโหดร้ายที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง
"พี่โง่เอง... พี่มันตาบอดเองริน" เขาเอ่ยเสียงสั่น พยายามคลานเข้าไปใกล้เธออีกนิด "พี่ถูกความทิฐิและอคติครอบงำ จนมองไม่เห็นว่าคนที่รักพี่มากที่สุดคือใคร พอพี่รู้ตัวว่าเสียน้องกับลูกไป หัวใจของพี่มันก็ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว... ให้โอกาสพี่ได้ไถ่บาปเถอะนะ ให้พี่ได้ทำหน้าที่สามีและพ่อ..."
"สามี? พ่อ?" รินรดาทวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงที่กลั้วหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแวววับโรจน์ด้วยเพลิงแห่งความเจ็บปวดที่ถูกชำระสะ้างจนหมดสิ้นแล้ว "สายไปแล้วค่ะคุณคีรินทร์ ลูกของเราไม่ต้องการพ่อที่เห็นแก่ตัวอย่างคุณ และริน... ก็ไม่ต้องการสามีที่ใช้ความรุนแรงทางจิตใจกับรินอีกต่อไปแล้ว เชิญคุณกลับไปเถอะค่ะ ไปอยู่กับโลกจอมปลอมที่คุณสร้างขึ้นมาคนเดียวเถอะ"
ร่างบางหมุนตัวเตรียมจะเดินหนีจากบรรยากาศน่าสมเพชนี้ ทว่าคีรินทร์กลับพุ่งเข้าคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้แน่นราวกับคนจมน้ำกำลังคว้าฟางเส้นสุดท้าย แรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานานผสมผสานกับความโหยหาและกลัวว่าจะสูญเสียเธอไปตลอดกาล ทำให้เขาดึงรั้งเธอเข้าหาอกอย่างแรงจนแผ่นหลังบอบบางกระแทกเข้ากับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง
"ปล่อยนะคะ! คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวริน!" รินรดาร้องอุทานด้วยความตกใจ พยายามดิ้นรนขัดขืนสุดแรง
แต่คีรินทร์กลับไม่ยอมปล่อย เขากลับใช้ท่อนแขนแข็งแกร่งดั่งโซ่ตรวนพันธนาการเอวบางไว้แน่น ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บริเวณซอกคอขาวผ่อง กลิ่นกายคุ้นเคยที่เธอเคยลุ่มหลงบัดนี้กลับปลุกเร้าความทรงจำอันซับซ้อนขึ้นมาในโสตประสาท ความโกรธเกรี้ยว ความเจ็บปวด และแรงปรารถนาที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเย็นชาตลอดหลายปี หลอมรวมกันจนเกิดเป็นแรงดึงดูดอันตรายที่ยากจะต้านทาน
"ถ้าพี่ไม่มีสิทธิ์ แล้วใครมี?" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดใบหู ร้อนรุ่มจนขนลุกชัน คีรินทร์ฝังใบหน้าลงกับลาดไหล่เนียน สูดดมกลิ่นกายหอมหวานที่เขาโหยหามานานแสนนานด้วยความกระหายหิว ราวกับคนอดอยากที่พบเจอหยาดน้ำทิพย์ "ริน... ลงโทษพี่ได้ จะตบ จะตี จะด่าพี่แค่ไหนก็ได้ แต่อย่าผลักไสพี่ไปจากชีวิตน้องอีกเลยนะ..."
ริมฝีปากร้อนจัดพรมจูบลงบนผิวเนื้อนวลเนียนบริเวณลำคอระหงอย่างเอาแต่ใจ รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความรู้สึกวาบหวามสายหนึ่งแล่นพล่านไปตามกระแสเลือดสวนทางกับความตั้งใจอันแน่วแน่ สัมผัสที่คุ้นเคย รสชาติของสัมผัสที่ทั้งเจ็บปวดและเร่าร้อนในคราวเดียวกันกำลังปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบของผู้ใหญ่ทั้งสองให้ตื่นขึ้น
"หยุดนะ... อื้อ..." เสียงประท้วงของเธอถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อคีรินทร์พลิกตัวเธอให้หันมาเผชิญหน้า ก่อนจะประกบเรียวปากลงมาบดขยี้ริมฝีปากอิ่มอย่างดุดันและเว้าวอนในเวลาเดียวกัน
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือจูบแห่งความโหยหา บ้าคลั่ง และสำนึกบาป คีรินทร์ขบเม้มเรียวปากเธอดื่มด่ำความหวานล้ำที่เขาเคยโง่เขลาทิ้งขว้าง มือหนาข้างหนึ่งรั้งท้ายทอยเธอไว้ไม่ให้หนีไปไหน ส่วนอีกข้างลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดเดรสเข้ารูปอย่างเร่าร้อน ปลุกเร้าอุณหภูมิในร่างกายให้พุ่งสูงขึ้นจนน่ากลัว
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจในคราแรก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธควรจะเป็นเกราะคุ้มAกัน แต่สัมผัสที่ลึกซึ้งและวาบหวามนี้กลับทำให้เข่าของเธออ่อนยวบลงอย่างน่าละอาย ปฏิกิริยาของร่างกายทรยศต่อความตั้งใจ เมื่อเรียวลิ้นร้อนของเขาแทรกซึมเข้ามาเกี่ยวพันตักตวงความหวานอย่างช่ำชอง ความต้านทานที่มีเริ่มพังทลายลงทีละน้อย ภายใต้บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเสน่หาและการไถ่บาปอันเร่าร้อน
แต่ในวินาทีที่เปลวเพลิงแห่งอารมณ์กำลังจะโหมกระหน่ำจนควบคุมไม่ได้ เสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสี่ขวบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องรับแขก
"คุณแม่ครับ! น้องรันวาดรูปคุณพ่อเสร็จแล้วนะ... เอ๊ะ?"
คีรินทร์และรินรดาผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อหันไปมองร่างเล็กป้อมของเด็กชายหน้าตาจิ้มลิ้มที่ยืนกุมกระดาษวาดรูปอยู่หน้าประตูกระจก เด็กน้อยคนนั้น... มีใบหน้าถอดแบบมาจากเขาในวัยเด็กราวกับพิมพ์เดียวกัน ไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของรสรินกลิ่นกำมะหยี่เสมอมานะคะ
พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก•ตอนที่ 22
การขอโทษที่สายเกินไป
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะพิศวาสร้ายคืนสิทธิ์รักสิทธิ์ลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!