แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า•ตอนที่ 27

การไล่ล่าของเงินตรา

ผลงานโดย คนมองเมือง
"ถ้าคุณไม่วางโทรศัพท์เดี๋ยวนี้ ผมจะถือว่าการเจรจาระหว่างเราจบลง และความบันเทิงรูปแบบใหม่จะไปเยือนถึงหน้าประตูบ้านคุณในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า" เสียงห้าวทุ้มที่ปลายสายไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แต่มันกลับแฝงไปด้วยความเย็นชาที่บาดลึกถึงกระดูก กวินกำสมาร์ทโฟนในมือแน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว เหงื่อเย็นเยียบซึมออกมาตามไรผมท่ามกลางอากาศอบอ้าวในห้องเช่ารูหนูย่านใจกลางเมือง เขานั่งอยู่บนพื้นห้อง สายตามองจดหมายฉบับหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ มันเป็นจดหมายจากลินินที่เขายังไม่ได้เปิดอ่าน แต่ในเวลานี้ ตัวเลขสีแดงฉานในแอปพลิเคชันธนาคารบนหน้าจอกำลังตอกย้ำความล้มเหลวของชีวิตเขาอย่างเลือดเย็น "ผม... ผมต้องการเวลาอีกแค่อาทิตย์เดียว" กวินเอ่ยตอบ เสียงของเขาสั่นเครือ พยายามบังคับให้มันดูมั่นคง แต่ความกลัวในใจกลับกัดกินทุกความพยายาม "โลกของตัวเลขไม่มีคำว่าอาทิตย์เดียวครับคุณกวิน ความเมตตาเป็นทรัพยากรที่แพงเกินไปสำหรับคนตกงานอย่างคุณ" ปลายสายหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะกดตัดสายไปทิ้งให้กวินจมอยู่กับความเงียบที่น่าอึดอัดยิ่งกว่าเสียงตะโกน กวินทิ้งตัวลงนอนหงายกับพื้นไม้ที่ส่งกลิ่นอับของความชื้น กลิ่นของเมืองหลวงที่เขาพยายามไขว่คว้ามาตลอดหลายปี บัดนี้มันกลายเป็นกรงขังที่กำลังบีบตัวเล็กลงเรื่อยๆ เขาไม่ใช่ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยความฝันในสูทราคาแพงคนเดิมอีกต่อไป เขาก็แค่เศษซากของระบบที่ถูกดีดทิ้งออกมาเมื่อเครื่องจักรไม่ต้องการชิ้นส่วนที่เสื่อมสภาพ เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ทำให้กวินสะดุ้งสุดตัว เขาไม่ได้สั่งอาหาร และคนที่เขารู้จักไม่มีใครมาหาในเวลาแบบนี้ เขาเดินโซเซไปที่ประตู สายตาเหลือบไปเห็นจดหมายของลินินอีกครั้ง... *'ชีวิตไม่ได้วัดกันที่ว่าเราล้มลงกี่ครั้ง แต่เราเลือกที่จะยืนขึ้นมาในสภาพไหน'* ข้อความในจดหมายฉบับก่อนหน้าแวบเข้ามาในหัว เขาสูดหายใจลึก แง้มประตูออกช้าๆ ภาพที่เห็นกลับไม่ใช่ชายชุดดำที่เขากลัว แต่เป็นคุณลุงสมที่ยืนกอดถุงขยะใบใหญ่ไว้ในอ้อมแขน แววตาของชายชราภายใต้หมวกแก๊ปสีซีดจางนั้นดูเหนื่อยล้า แต่แฝงไปด้วยความนัยบางอย่าง "อย่าไปสนใจพวกหมาล่าเนื้อพวกนั้นเลยกวิน" คุณลุงสมกล่าวโดยไม่รอให้กวินทักทาย ลุงก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับเชิญ "เมืองนี้มันสร้างเงินตราขึ้นมาเพื่อเป็นโซ่ล่ามพวกเราไว้ แต่ถ้ามึงไม่วิ่งตามมัน มึงก็ไม่มีวันถูกมันลากไป" "ลุงรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง..." กวินถามด้วยความตกใจ เขาไม่เคยบอกใครเรื่องหนี้สิน "ผมเห็นทุกอย่างจากกองขยะที่คนทิ้ง" ลุงสมวางถุงขยะลงแล้วหยิบแฟ้มเก่าๆ ออกมา "บันทึกรายจ่าย รายรับ บัญชีที่ถูกฉีกทิ้ง และสัญญาที่คนเขาทำลายกัน... คุณไม่ใช่คนแรกที่กำลังจะพังเพราะกระดาษพวกนี้หรอกนะ" ลุงสมขยับแว่นสายตาพลางยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้มันเป็นรายการเดินบัญชีของบริษัทชื่อดังที่กวินเคยทำงานอยู่ "ถ้ามึงอยากรอด มึงต้องเลิกกลัวคนพวกนั้น แล้วเริ่มดูว่า 'ใคร' ที่อยู่เบื้องหลังเงินที่มึงติดมันอยู่จริงๆ" กวินหยิบกระดาษแผ่นนั้นมาอ่าน ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นรายชื่อผู้ถือหุ้นและบริษัทรับจ้างทวงหนี้ที่ผูกโยงกันด้วยเส้นสายของอดีตเจ้านายเขาเอง ความโกรธแค้นที่เคยถูกกดทับไว้เริ่มเดือดพล่านขึ้นมาแทนที่ความหดหู่ "ทำไมลุงถึงช่วยผม?" กวินถาม เสียงของเขาเริ่มมีความหวังที่ปนไปกับความสงสัย "เพราะมึงยังเหลือความเสียดายในชีวิตอยู่ไง" ลุงสมตอบก่อนจะเดินไปที่หน้าต่าง มองดูแสงไฟจากตึกสูงระฟ้านับพันที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิดของมหานคร "คนที่ไม่กลัวตายคือคนที่น่ากลัวที่สุด แต่คนที่กล้าจะเปลี่ยน 'ความล้มเหลว' ให้เป็น 'อาวุธ' ต่างหาก คือคนที่เมืองนี้ต้องยอมสยบ" ทันใดนั้น เสียงทุบประตูดังสนั่นจากด้านนอก ตามด้วยเสียงถีบประตูจนกลอนประตูที่เก่าคร่ำคร่าสั่นไหว กวินถอยหลังกรูดไปชนกับโต๊ะ ลุงสมหันมามองเขาด้วยสายตาที่เฉียบคมราวกับจะบอกให้กวินตัดสินใจในเสี้ยววินาทีนี้ "พวกมันมาแล้ว" ลุงสมกระซิบ "เลือกว่ามึงจะก้มหน้ายอมจำนน หรือจะใช้สิ่งที่อยู่ในมือมึงเปิดโปงทุกอย่างที่พวกมันซ่อนไว้ใต้เงามหานครแห่งนี้" กวินมองกระดาษในมือ สลับกับประตูที่กำลังจะพังทลายลง เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดส่งข้อมูลทุกอย่างที่ลุงสมให้ไปที่อีเมลของสำนักข่าวใหญ่ที่เขาเคยเพียรพยายามจะสมัครงานด้วยในอดีต แต่ก่อนที่เขาจะกด 'ส่ง' เสียงหัวเราะเยือกเย็นจากหลังบานประตูก็ดังแทรกขึ้นมา "เปิดประตูสิครับคุณกวิน... เรามีเรื่องต้องคุยกันเรื่อง 'ดอกเบี้ย' ที่คุณยังจ่ายไม่ครบ" กวินสูดหายใจเข้าเต็มปอด นิ้วโป้งของเขาค้างอยู่ที่ปุ่มยืนยันส่งข้อมูล ขณะที่บานประตูเริ่มร้าวจากแรงกระแทกซ้ำๆ เขารู้ดีว่าหากเขาตัดสินใจวินาทีนี้ ชีวิตของเขาจะไม่มีวันกลับไปเป็นคนธรรมดาที่ใช้ชีวิตหลบซ่อนใต้เงามหานครได้อีกต่อไป เขาตัดสินใจกดปุ่มส่ง ข้อมูลถูกตีกลับว่า 'กำลังส่ง' พร้อมๆ กับที่บานประตูพังครืนลงมาเผยให้เห็นชายฉกรรจ์สามคนในชุดสูทสีเข้ม ยืนจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความเมตตา ราวกับนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมไว้ในกรงขัง ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดของเมืองใหญ่ไปพร้อมกับผมนะครับ - คนมองเมือง
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%