แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า•ตอนที่ 28

มิตรภาพหลังกำแพงเหล็ก

ผลงานโดย คนมองเมือง
“ปล่อยมือเดี๋ยวนี้ครับคุณกวิน ถ้าคุณยังไม่อยากให้เขาต้องตายในคุกที่เขาไม่ได้ก่อ!” เสียงตวาดแหบพร่าของคุณลุงสมดังสะท้อนก้องในตรอกแคบๆ ที่มีเพียงกลิ่นอับชื้นของขยะเปียกและไอเสียรถยนต์ กวินชะงักมือที่กำลังคว้าคอเสื้อชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ผู้กำลังกดร่างชายชราอีกคนติดกับกำแพงเหล็กสนิมเขรอะ แสงไฟนีออนจากป้ายร้านสะดวกซื้อฝั่งตรงข้ามกะพริบถี่ๆ ราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของกวินในนาทีนี้ ชายชราผู้นั้นคือ ‘ลุงนพ’ คนเก็บขยะที่ชอบแบ่งปันเศษขนมปังให้แมวจรจัดในซอยนี้เสมอ ลุงนพไม่มีทางสู้ ใบหน้าเหี่ยวย่นนั่นเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและน้ำตา ในขณะที่ชายร่างยักษ์หัวเราะร่าด้วยความสะใจ “แกจะทำอะไรได้วะไอ้หนุ่มขี้แพ้?” ชายร่างยักษ์ผลักกวินจนเซไปพิงกำแพง “นี่มันเรื่องของ ‘หนี้’ ที่คนแก่คนนี้ทำไว้กับเจ้านายข้า ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ไสหัวไปก่อนที่กูจะเปลี่ยนใจ” กวินกำหมัดแน่น หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความกลัวที่ฝังรากลึกตั้งแต่ถูกไล่ออกจากงานแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่นัยน์ตาของคุณลุงสมที่จ้องมองมานั้นกลับนิ่งสงบดุจผิวน้ำที่ไร้กระแสลม คุณลุงสมขยับแว่นสายตาที่เบี้ยวผิดรูป ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าออกมา “ผมมีรูปใบนั้นอยู่ ลุงนพไม่ได้เป็นหนี้ใคร แต่กำลังถูกยัดข้อหาเพราะไปเห็นในสิ่งที่แกไม่ควรเห็น” คุณลุงสมพูดเสียงเรียบ หากแต่น้ำเสียงนั้นกลับมีอำนาจกดดันบางอย่าง “ถ้าแกไม่อยากให้ภาพที่ข้าถ่ายไว้ไปอยู่ในมือตำรวจพรุ่งนี้เช้า ก็ถอยออกไปซะ” ชายร่างยักษ์ชะงักไปชั่วครู่ มันจ้องมองลุงสมด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากความเย้ยหยันเป็นความระแวง ก่อนจะพ่นน้ำลายลงพื้นแล้วถอยกรูดออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วตรอก ลินินที่ก้าวออกมาจากเงามืดของเสาไฟฟ้าถอนหายใจยาว เธอรีบตรงเข้าไปประคองลุงนพที่ทรุดลงกับพื้น “ลุงคะ... ไม่เป็นไรใช่ไหม?” ลุงนพสั่นเทา มือหยาบกร้านเอื้อมมาจับมือลินินไว้แน่น “หนู... พวกมันไม่ได้เอาแค่เงิน แต่มันเอา ‘สมุดบันทึก’ ของลุงไป” กวินขมวดคิ้ว เขาเดินเข้าไปใกล้ลุงนพ “สมุดอะไรครับลุง? ทำไมพวกมันต้องถึงกับทำร้ายลุงขนาดนี้?” ลุงนพเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่พร่ามัวจากการโดนทำร้ายดูเลื่อนลอย “สมุดที่จดชื่อ... คนในตึกสูงเหล่านั้น ที่คอยบงการชีวิตคนในเมืองนี้ให้กลายเป็นเบี้ยล่าง มันไม่ใช่แค่เรื่องของคนเก็บขยะ แต่มันคือเรื่องของทุกคนในมหานครแห่งนี้” คำพูดนั้นทำให้กวินรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านสันหลัง เขาหันไปมองคุณลุงสมที่ยืนกอดอกนิ่งราวกับกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องใหญ่กว่าที่พวกเขาคาดไว้ “พวกเราถอยไม่ได้แล้วกวิน” คุณลุงสมกล่าวขึ้นเบาๆ “ในโลกที่แสงไฟสว่างจ้าที่สุด มักจะมีเงาที่มืดมิดซ่อนอยู่เสมอ และคืนนี้ พวกเราเพิ่งจะก้าวเข้าไปเหยียบเงาที่อันตรายที่สุดเข้าแล้ว” กวินมองไปรอบๆ มหานครที่ดูเหมือนจะหลับใหล แต่สำหรับเขาในตอนนี้ มันกลับกลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสายตาของใครบางคนที่กำลังจับจ้องพวกเขาจากตึกสูงเหล่านั้น ลินินดึงแขนกวินเบาๆ สื่อสารผ่านแววตาว่า ‘เราต้องไปกันเดี๋ยวนี้’ ขณะที่พวกเขากำลังจะประคองลุงนพออกจากตรอก เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากทั้งสองฝั่งของซอยพร้อมกัน แสงไฟฉายสว่างวาบส่องตรงมาที่ใบหน้าของกวินและพวกพ้อง “หาตัวเจอแล้วสินะ ไอ้พวกที่ชอบสะเออะเรื่องของชาวบ้าน” เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังมาจากบุคคลที่ก้าวออกมาจากหลังกลุ่มชายฉกรรจ์ที่เพิ่งจากไป—เขาคือคนที่กวินรู้จักดีในฐานะหัวหน้างานเก่าที่ไล่เขาออกเมื่อเดือนก่อน และในมือของเขา ไม่ได้ถือเพียงสมุดบันทึกของลุงนพเท่านั้น แต่ยังถือแฟ้มเอกสารบางอย่างที่มีรูปถ่ายของกวินและลินินวางหราอยู่บนหน้าปก กวินตัวแข็งทื่อ เขาไม่เคยคิดเลยว่าการช่วยเหลือคนแปลกหน้าในคืนนี้ จะกลายเป็นการพาตัวเองเดินเข้าสู่กับดักที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยมือของตัวเองโดยไม่รู้ตัว และสิ่งที่แย่ที่สุดคือ ลินินกลับปล่อยมือจากแขนเขาแล้วก้าวถอยหลังไปยืนอยู่ฝั่งเดียวกับอดีตหัวหน้าของเขา ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดของเมืองใหญ่ไปพร้อมกับผมนะครับ - คนมองเมือง
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%