แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า•ตอนที่ 26

ลินินในมุมที่อ่อนแอ

ผลงานโดย คนมองเมือง
“คุณกวิน ช่วยหยุดมองด้วยสายตาแบบนั้นสักทีได้ไหมครับ... มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังถูกถอดหน้ากากออกทีละชั้น” ลินินวางแก้วกาแฟเย็นชืดลงบนโต๊ะไม้เก่าที่สั่นคลอน เสียงกระทบของแก้วพลาสติกกับพื้นโต๊ะดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงันของร้านสะดวกซื้อในยามดึก เธอไม่ได้มองหน้ากวิน เธอมองเพียงหยดน้ำที่เกาะอยู่รอบแก้ว ราวกับว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวสติสัมปชัญญะของเธอไว้ในวินาทีนี้ กวินชะงักมือที่กำลังหยิบขนมปังห่อพลาสติกขึ้นมา เขาค่อยๆ วางมันลงอย่างเงียบเชียบ สังเกตเห็นมือเรียวบางของหญิงสาวที่สั่นระริกอยู่ใต้โต๊ะ นี่ไม่ใช่ลินินคนเดิมที่เขารู้จัก—หญิงสาวผู้เข้มแข็ง ผู้ที่คอยปลอบประโลมเขาในวันที่เขาล้มเหลว ลินินตรงหน้าเขากำลังแตกสลายเหมือนเครื่องแก้วที่ร้าวลึก “ผมไม่ได้ตั้งใจจะกดดันคุณ” กวินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ “แต่จดหมายฉบับล่าสุดที่คุณทิ้งไว้ในตู้จดหมายที่สวนสาธารณะ... เนื้อหามันไม่ได้บอกว่าคุณสบายดี แต่มันบอกว่าคุณกำลังหนีอะไรบางอย่างอยู่” ลินินเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่มักจะวาวโรจน์ด้วยความท้าทายกลับหม่นแสงลงราวกับคนสิ้นหวัง เธอหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและขมขื่น “หนีเหรอครับ? คนอย่างผมไม่ได้หนีหรอกครับ ผมแค่ออกมาไกลเกินกว่าจะหาทางกลับไปในที่ที่ผมเคยทำพังพินาศไว้” เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับกำลังตัดสินใจกระโดดลงจากหน้าผาสูงชัน “คุณคิดว่าทำไมผมถึงทำงานพาร์ทไทม์วันละสามที่? ทำไมผมถึงยอมอดนอนเพื่อที่จะได้ไม่ต้องกลับไปอยู่กับความเงียบในห้องแคบๆ นั่น?” กวินโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาของเขาไม่ได้มีความสงสัย แต่เต็มไปด้วยความเห็นใจ “เพราะห้องนั้นไม่มีใครรอคุณอยู่ใช่ไหมครับ?” “ไม่ใช่ครับ... เพราะห้องนั้นมันมี ‘อดีต’ ของผมรออยู่ต่างหาก” ลินินหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสตางค์ ภาพที่ผ่านการพับจนรอยยับกลายเป็นสีขาวซีด ในภาพนั้นคือหญิงสาวในวัยที่สดใสกว่านี้มาก เธอยืนอยู่หน้าบริษัทกฎหมายชื่อดังแห่งหนึ่งกับชายวัยกลางคนที่ดูน่าเชื่อถือ “คุณเห็นชายคนนี้ไหมครับ? เขาคือเหตุผลที่ทำให้ความฝันของผมในฐานะนักกฎหมายจบลงตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าสู่สนามจริง” กวินรับรูปนั้นมาดู หัวใจของเขาเต้นรัวเมื่อเห็นใบหน้าของคนในภาพ เขาจำคนๆ นี้ได้—ทนายความผู้ทรงอิทธิพลที่เคยปรากฏชื่อในหน้าข่าวอาชญากรรมเมื่อหลายปีก่อนในคดีฉ้อโกงครั้งใหญ่ที่เคยเขย่าเมืองกรุง “ผมไม่ได้แค่เสียงานนะครับกวิน... ผมเสียความเชื่อมั่นในตัวเองไปหมดสิ้น ผมเป็นคนเซ็นเอกสารเท็จฉบับนั้น ผมหลงเชื่อคำพูดของคนที่ผมคิดว่าเป็นพ่อคนที่สอง จนทำให้ครอบครัวนับร้อยต้องสิ้นเนื้อประดาตัว และพอเกิดเรื่องขึ้น... เขากลับโยนความผิดทั้งหมดมาที่ผม คนที่ไม่มีเส้นสายอย่างผมจะเอาชนะคนอย่างเขาได้ยังไงครับ?” ลินินปล่อยโฮออกมาโดยไม่มีเสียงสะอื้น แต่น้ำตาที่ไหลอาบแก้มนั้นกลับหนักอึ้งและบีบคั้นหัวใจคนมอง กวินรู้ดีว่าความรู้สึกนี้เป็นอย่างไร ความรู้สึกของการเป็น "คนตัวเล็ก" ในเมืองใหญ่ที่พร้อมจะบดขยี้ชีวิตของใครก็ได้ที่ขวางทางเดินของอำนาจ “คุณไม่ได้ผิดคนเดียว ลินิน...” กวินเอื้อมมือไปวางบนมือของเธอ “โลกนี้มันโหดร้าย แต่การที่คุณยอมแบกความผิดนั้นไว้คนเดียวมานานขนาดนี้ มันพิสูจน์แล้วว่าคุณเป็นคนที่มีจิตใจงดงามเกินกว่าที่คนเลวพวกนั้นจะเข้าใจได้” “มันไม่พอหรอกครับ” ลินินดึงมือออกและปาดน้ำตาอย่างรวดเร็ว แววตาเปลี่ยนกลับมาแข็งกร้าวอีกครั้ง “ความดีมันกินไม่ได้ และมันก็ลบประวัติอาชญากรรมที่ผมไม่ได้ก่อไม่ได้... สัปดาห์หน้า เขาจะกลับมาอีกครั้ง เขาจะมาที่นี่ ในเมืองนี้ ในฐานะนักการเมืองที่กำลังรุ่งโรจน์” บรรยากาศในร้านสะดวกซื้อเงียบกริบจนได้ยินเสียงมอเตอร์ของตู้แช่เครื่องดื่มทำงาน กวินมองลินินด้วยความตกตะลึง ในใจเขาสัมผัสได้ถึงพายุที่กำลังก่อตัว “เขาจะมาที่นี่เพื่ออะไรครับ?” กวินถามเสียงสั่น ลินินลุกขึ้นยืน หยิบกระเป๋าใบเก่าขึ้นสะพาย เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของกวิน ราวกับจะฝากฝังบางอย่างไว้เป็นครั้งสุดท้าย “เขามาเพื่อทำลายสิ่งที่เหลืออยู่ของผมให้หมดสิ้น... และที่แย่ไปกว่านั้น กวินครับ คุณลุงสมเพิ่งโทรมาบอกผมเมื่อกี้ว่า เขาเพิ่งถูกคนของมันล้อมไว้ที่โกดังร้างท้ายเมือง” กวินผุดลุกขึ้นทันที “คุณลุงสม? เขาไปยุ่งอะไรกับคนพวกนั้น?” ลินินยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เศร้าที่สุดที่กวินเคยเห็น “เพราะคุณลุงสมเก็บ ‘หลักฐาน’ ที่ผมทำหายไปเมื่อสามปีก่อนได้... และตอนนี้ พวกมันรู้แล้วว่าเราสองคนคือใคร” เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ดังขึ้นที่หน้าประตูร้านสะดวกซื้อ ลินินหันไปมองกระจกใสที่สะท้อนเงาของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำที่กำลังก้าวเข้ามาข้างใน เธอคว้าแขนกวินไว้แน่นแล้วกระซิบด้วยเสียงที่สั่นเครือที่สุด “กวิน... ถ้าคืนนี้เราไม่รอดไปเจอกันที่สวนสาธารณะในวันพรุ่งนี้ จำไว้ว่าคุณคือเพื่อนคนเดียวที่ผมภูมิใจที่สุดที่ได้รู้จัก... วิ่งไปทางหลังร้าน เดี๋ยวนี้ครับ!” แสงไฟนีออนเหนือหัวกระพริบถี่ๆ ก่อนจะดับลง เหลือเพียงความมืดมิดที่เข้าปกคลุมร้านสะดวกซื้อทั้งร้าน พร้อมกับเสียงกระจกแตกกระจายที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งซอย ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างตัวละครของผมท่ามกลางความมืดมิดของเมืองใหญ่เช่นนี้ แล้วพบกันในบททดสอบครั้งถัดไปครับ - คนมองเมือง
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%