"ความจริงน่ะ มันเหมือนภาพถ่ายที่ติดอยู่ในกล้องพังๆ กวิน คุณมองเห็นมันชัดเจนในเลนส์ แต่มันไม่มีวันถูกอัดออกมาเป็นกระดาษให้ใครได้เห็นหรอก"
เสียงแหบพร่าของชายชราดังขึ้นท่ามกลางกลิ่นเหม็นอับของขยะเปียกและไอเสียรถยนต์ ลุงสมนั่งยองๆ อยู่ข้างถังขยะเหล็ก มือเหี่ยวกร้านที่มีคราบดำฝังลึกหยิบขวดพลาสติกขึ้นมาพินิจ ก่อนจะวางมันลงในถุงปุ๋ยอย่างเชื่องช้า สายตาคมกริบของเขาไม่ได้มองขยะเหล่านั้น แต่จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นไหวของกวิน
กวินยืนตัวแข็งทื่ออยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ลมหายใจของเขาสะดุดติดขัดเมื่อนึกถึงคำเตือนของลินินที่ยังคงดังก้องอยู่ในหัว คนที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงคนจรจัดไร้พิษภัย แท้จริงแล้วกลับเป็นผู้ถือครองกุญแจสู่ปริศนาที่เขาพยายามหนีมาตลอด
"ทำไมลุงถึงพูดแบบนั้น?" กวินถาม เสียงของเขาเบาหวิวราวกับจะถูกกลืนหายไปกับเสียงจราจรที่จอแจรอบข้าง
ลุงสมหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงที่ฟังดูแห้งแล้งและน่าขนลุก "เพราะผมคือคนที่ถ่ายภาพเหล่านั้นไว้ยังไงล่ะ สมัยที่ผมยังมีชื่อเป็นช่างภาพข่าวหน้าหนึ่ง ไม่ใช่แค่คนเก็บขยะในสายตาคนเมือง กวิน... คุณหนีความล้มเหลวมาที่นี่ แต่คนที่คุณคิดว่าหนีมาด้วยกันน่ะ เขากำลังพาคุณไปสู่กับดักที่แยบยลที่สุดต่างหาก"
กวินเม้มปากแน่น ความสงสัยพุ่งชนกับความเชื่อใจจนสมองของเขาแทบระเบิด ภาพของลินินที่เขาสนิทใจกำลังซ้อนทับกับใบหน้าของผู้หญิงอีกคนที่เขากลัวที่สุดในมหานครแห่งนี้ เขาค่อยๆ นั่งลงบนขอบฟุตบาทที่เย็นชืด ความชื้นจากพื้นปูนซึมผ่านกางเกงเข้ามา แต่เขากลับรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูก
"ลินินบอกผมว่า... เธอเป็นแค่คนแปลกหน้าในเมืองนี้ เหมือนกับผม" กวินพึมพำเหมือนกำลังสะกดจิตตัวเอง
ลุงสมวางถุงปุ๋ยลงข้างตัว เขาหยิบกล้องฟิล์มเก่าคร่ำครึที่ห้อยคออยู่ออกมา แต่มันกลับไม่มีฟิล์มอยู่ข้างในแม้แต่ม้วนเดียว "ลินินไม่ได้โกหกคุณหรอกครับ เธอเป็นคนแปลกหน้าจริง... แต่เธอเป็นคนแปลกหน้าที่รู้ว่าคุณชอบกาแฟรสชาติไหน รู้ว่าคุณนอนไม่หลับเวลาไหน และที่สำคัญที่สุด เธอรู้ว่าทำไมแฟ้มเอกสารในลิ้นชักที่บ้านคุณถึงถูกสับเปลี่ยนตั้งแต่วันที่คุณตกงาน"
กวินเงยหน้าขึ้นขวับ หัวใจเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก "คุณพูดเรื่องอะไร? แฟ้มนั่นมัน..."
"มันคือหลักฐานการโกงบัญชีของบริษัทที่คุณทำงานอยู่ กวิน" ลุงสมโน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นกายของชายชราไม่ใช่กลิ่นเหม็นเน่า แต่มันคือกลิ่นของกระดาษเก่าและน้ำยาล้างรูป "คุณไม่ได้ถูกให้ออกเพราะคุณไม่มีความสามารถ แต่คุณถูกจัดฉากให้เป็นแพะรับบาป เพราะคุณเป็นคนเดียวที่ไม่มีใครรู้จักจริงๆ ในบริษัทนั่น... คุณน่ะมันไร้เงาเกินไป จนง่ายต่อการถูกกำจัด"
กวินรู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง เขาพยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิง สิ่งที่ลุงสมพูดมันสอดคล้องกับความสงสัยลึกๆ ที่เขาพยายามผลักไสมาตลอด การตกงานอย่างกะทันหัน การที่ไม่มีใครในออฟฟิศยอมรับสายเขาอีกเลย เหมือนกับว่าตัวตนของเขาถูกลบออกไปจากระบบตั้งแต่วินาทีที่ก้าวพ้นประตูบริษัท
"แล้วลินินล่ะ? เธอเกี่ยวข้องอะไรด้วย" กวินเค้นเสียงถาม
ลุงสมเงียบไปครู่หนึ่ง เขามองไปทางหัวมุมถนนที่ลินินมักจะเดินปรากฏตัวออกมาเสมอ "ลินินไม่ใช่ศัตรูของคุณ แต่เธอก็ไม่ใช่เพื่อนที่ใสซื่ออย่างที่คุณหวังหรอกนะ เธอคือนักสืบอิสระที่ถูกจ้างมาเพื่อดูว่า คุณจะ 'ตื่น' ขึ้นมาเมื่อไหร่ และวันนี้... ดูเหมือนเธอจะไม่อยากปล่อยให้คุณรู้ความจริงไปมากกว่านี้"
ทันใดนั้น เงาดำทอดยาวทาบทับลงมาบนฟุตบาท ทั้งกวินและลุงสมหันไปมองพร้อมกันที่ปลายถนน ร่างโปร่งบางของหญิงสาวในชุดเดรสสีมืดปรากฏขึ้น แสงไฟจากป้ายโฆษณาข้างทางทำให้ใบหน้าของเธอครึ่งหนึ่งถูกกลืนหายไปในความมืด ดวงตาของเธอไม่ได้อ่อนโยนเหมือนทุกครั้งที่มองกวิน แต่มันเต็มไปด้วยความเย็นชาที่ทำเอาเขารู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง
ลินินก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้ากวิน เธอไม่ได้มองลุงสมเลยแม้แต่นิดเดียว มือของเธอล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพาย ก่อนจะหยิบซองสีน้ำตาลซองหนึ่งออกมาวางบนตักของกวิน
"ฉันเตือนคุณแล้วนะกวิน ว่าอย่าพยายามทำความรู้จักกับคนในเมืองนี้ให้มากนัก" ลินินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความรู้สึก "เพราะในเมืองที่ทุกคนไร้เงาแบบนี้ การรู้มากเกินไป... มักจะแลกมาด้วยลมหายใจที่สั้นลง"
เธอกดนิ้วลงบนซองจดหมายนั้นช้าๆ ก่อนจะเหลือบมองลุงสมด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยการข่มขู่ "ลุงสม... ถอยไปเถอะ ก่อนที่ฟิล์มม้วนสุดท้ายในชีวิตลุงจะถูกล้างจนขาวโพลน"
กวินมือสั่นเทาขณะเอื้อมไปแตะซองจดหมายนั้น เขาไม่รู้ว่าข้างในคือคำสารภาพหรือคำสั่งตาย แต่เมื่อเขาแกะซองออก สิ่งที่ร่วงหล่นลงมาบนพื้นฟุตบาทไม่ใช่เอกสาร แต่เป็นกุญแจห้องพักหมายเลข 404 ของโรงแรมที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน พร้อมกับภาพถ่ายใบหนึ่ง... ภาพของเขาเองที่กำลังเดินอยู่ข้างหลังใครบางคนในคืนวันที่เขาถูกไล่ออก คนที่เดินนำหน้าเขาในภาพนั้น... คือลุงสม
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดในมหานครแห่งนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า•ตอนที่ 5
กล้องที่ไม่มีฟิล์ม
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!