แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า•ตอนที่ 4

มื้อค่ำของคนแปลกหน้า

ผลงานโดย คนมองเมือง
"ถ้าคุณมาเพื่อจะบอกว่าชีวิตคนเรามันสั้นเกินกว่าจะมานั่งจมปลักอยู่กับความล้มเหลว ผมคงต้องขออนุญาตเดินไปสั่งเบียร์เพิ่มอีกสักขวดนะครับ" กวินเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าจากจานผัดกะเพราไข่ดาวที่เย็นชืด เบื้องหน้าเขาคือหญิงสาวที่เขาเฝ้าส่งจดหมายตอบโต้ผ่านตู้ไปรษณีย์เก่าๆ มานานหลายสัปดาห์ แต่เพิ่งมีโอกาสได้เห็นใบหน้าจริงในค่ำคืนนี้ แสงไฟนีออนสลัวจากร้านข้างทางริมฟุตบาทสั่นไหวกระทบกับดวงตาที่เรียบเฉยของลินิน เธอไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านกับถ้อยคำประชดประชันของเขาสักนิด ลินินวางแก้วน้ำพลาสติกราคาถูกลงบนโต๊ะไม้ที่สั่นคลอน เธอไม่ได้แต่งหน้าจัดจ้านเหมือนหญิงสาวคนอื่นที่เขามักพบเจอในย่านธุรกิจแห่งนี้ แต่เสื้อเชิ้ตเก่าๆ ที่ดูเหมือนจะผ่านการใช้งานมาอย่างหนักนั้น กลับทำให้เธอดูโดดเด่นในสายตาของกวินอย่างประหลาด "ฉันไม่พูดเรื่องนั้นหรอกค่ะ—เอ่อ ขอโทษที ฉันหมายถึง ผมไม่คิดจะสอนอะไรคุณหรอกครับกวิน" ลินินเปลี่ยนสรรพนามอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นกวินขมวดคิ้ว "คนเราที่แบกความผิดหวังไว้เต็มบ่า ไม่ได้ต้องการคำคมจากใครหรอกครับ สิ่งที่พวกเขาต้องการจริงๆ คือคนที่ไม่ตั้งคำถามว่าทำไมวันนี้ถึงยังไม่ตายไปเสียก่อนต่างหาก" กวินชะงักช้อนในมือ เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า สายตาของเขามีทั้งความระแวงและความหิวกระหายในมิตรภาพที่เขาไม่เคยได้รับ "คุณรู้เรื่องผมมากขนาดนั้นเลยเหรอครับ" เขาถามเสียงต่ำ ลินินหยิบเศษกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสะพายที่ดูซอมซ่อ มันไม่ใช่จดหมาย แต่มันเป็นภาพถ่ายขาวดำที่เบลอจนเกือบดูไม่ออกว่าคืออะไร เธอวางมันลงบนโต๊ะท่ามกลางคราบน้ำมันก้นถ้วยพริกน้ำปลา "คนคนหนึ่งไม่ได้หายไปจากบริษัทเพียงเพราะใบลาออกหรอกครับกวิน บางคนถูกลบออกไปเหมือนไฟล์ข้อมูลที่เสียหายเพียงเพราะเขาเริ่มมองเห็นความจริงที่ทางบริษัทไม่อยากให้มอง" ลินินโน้มตัวลงมา ใบหน้าของเธอห่างจากเขาเพียงไม่กี่คืบ "คุณไม่ใช่แค่พนักงานที่ถูกให้ออก คุณคือพยานที่บังเอิญไปเห็นสิ่งที่ 'คุณลุงสม' พยายามจะเตือนคุณมาตลอด" บรรยากาศรอบข้างที่เคยอึกทึกไปด้วยเสียงรถราและเสียงตะโกนของพ่อค้าแม่ค้าดูเหมือนจะเงียบงันลงไปถนัดตา หัวใจของกวินเต้นรัวด้วยจังหวะที่เขาไม่คุ้นเคย ความกลัวเริ่มเกาะกินใจเมื่อเขาตระหนักได้ว่า การนัดพบครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่การเยียวยาจิตใจคนตกงานธรรมดาๆ "ลุงสม?" กวินทวนคำ ชื่อนี้เหมือนระฆังเตือนภัยที่ดังขึ้นในหัว "คนที่เก็บขยะอยู่แถวซอยฝั่งตรงข้ามน่ะเหรอครับ? เขาเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องที่ผมถูกไล่ออก?" ลินินไม่ตอบ เธอเพียงแค่มองไปที่เงามืดหลังตึกแถวตรงข้ามอย่างระแวดระวัง ก่อนจะเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของกวินไว้แน่นจนเขารู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แผ่ออกมา "คุณลุงสมไม่ได้เก็บขยะนะครับกวิน... เขาเก็บ 'เศษเสี้ยวความลับ' ที่คนในมหานครนี้พยายามทิ้งลงถังขยะ และในตอนนี้ เศษเสี้ยวเหล่านั้นกำลังจะทำให้เราทั้งคู่กลายเป็นคนแปลกหน้าที่ถูกลบออกจากสารบบจริงๆ" ก่อนที่กวินจะได้ถามต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านหลังของร้านอาหารข้างทาง แสงไฟจากรถยนต์คันหนึ่งสาดเข้ามาที่โต๊ะของพวกเขาจนสว่างจ้า เงาของชายฉกรรจ์สามคนทอดตัวยาวลงมาทับจานอาหารที่พวกเขายังทานไม่เสร็จ ลินินดึงกวินให้ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเธอฉายแวววิตกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "กวิน... อย่าหันไปมอง อย่าพูดอะไร และที่สำคัญที่สุด อย่าปล่อยมือผมเด็ดขาด" เธอสั่งเสียงสั่น ทันใดนั้น เสียงชายวัยกลางคนที่ดูคุ้นหูอย่างประหลาดก็ดังขึ้นจากความมืดข้างหลังพวกเขา เสียงนั้นแหบแห้งและเต็มไปด้วยร่องรอยของประสบการณ์ชีวิตที่โชกโชน "นั่งลงเถอะคุณกวิน... ถ้าไม่อยากให้ภาพถ่ายในมือคุณลินิน กลายเป็นใบมรณบัตรของพวกคุณสองคนเสียก่อน" กวินแข็งทื่อไปทั้งร่าง เขาค่อยๆ หันไปตามสัญชาตญาณ และสิ่งที่เขาเห็นภายใต้แสงไฟสลัวนั้น คือชายแก่ในชุดมอมแมมที่เขาเดินผ่านแทบทุกวัน—คุณลุงสม ที่ในมือไม่ได้ถือไม้คีบขยะ แต่กำลังถือสิ่งที่กวินจำได้แม่นว่ามันเป็นของสำคัญที่หายไปจากโต๊ะทำงานของเขาก่อนวันถูกไล่ออกเพียงหนึ่งชั่วโมง ความลึกลับที่กวินพยายามหนีมาตลอดกำลังจะเปิดเผยตัวตน ในจังหวะที่ลมหายใจของเขาแทบจะขาดห้วงไปพร้อมกับความจริงที่ว่าคนแปลกหน้าที่เขาสนิทใจที่สุด กลับเป็นคนที่อันตรายที่สุดในมหานครไร้เงาแห่งนี้ หวังว่าเรื่องราวในบทนี้จะทำให้ทุกท่านรู้สึกถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไปพร้อมกับกวินนะครับ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "คนมองเมือง" เสมอมาครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%