แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า•ตอนที่ 38

มิตรภาพที่ผ่านหน้าจอ

ผลงานโดย คนมองเมือง
"คุณยังไม่ได้ตอบผมว่า... สิ่งที่เห็นในเงามืดนั้น คือความจริงหรือความกลัวของตัวเองกันแน่ ลินิน" ข้อความที่ผมพิมพ์ส่งไปสั่นสะเทือนอยู่ในหน้าจอโทรศัพท์ แสงสีฟ้าจากตัวเครื่องสะท้อนกับใบหน้าที่ไร้สีเลือดของผมในห้องพักขนาดสิบตารางเมตร บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นเป็นจังหวะที่ผิดปกติ ผมรอ... รอการตอบกลับที่นานจนเหมือนชั่วกัลปาวสาน ในวินาทีที่ผมกำลังจะวางโทรศัพท์ลง หน้าจอก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง *‘บางครั้งความจริงก็เป็นแค่เรื่องโกหกที่เรายอมรับได้มากที่สุด กวิน... คุณอย่าได้พยายามมองหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ในนั้นเลย เพราะถ้าคุณเห็นมันแล้ว คุณจะไม่มีวันได้นอนหลับอีกตลอดชีวิต’* คำตอบของเธอสั้น กระชับ และทิ้งรอยแผลเป็นไว้ในใจผมอีกครั้ง ผมละสายตาจากหน้าจอ มองไปที่ห้องมืดๆ ของตัวเอง ลินินหายไปแล้ว ทิ้งให้ผมอยู่กับความเงียบงันที่น่าอึดอัด ลิฟต์ตัวนั้น... ความรู้สึกที่เหมือนมีใครบางคนยืนอยู่ข้างหลังผมในความมืดมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ผมพยายามพิมพ์โต้ตอบกลับไปด้วยนิ้วที่สั่นเทา "เราเลิกเล่นเกมซ่อนหาผ่านตัวอักษรนี้ได้ไหม? ผมต้องการเจอคุณจริงๆ ไม่ใช่ผ่านหน้าจอที่กั้นเราไว้แบบนี้ คุณลุงสมบอกว่า... คุณมีอะไรที่ต้องชดใช้ แต่ทำไมต้องเป็นผม?" ผมนั่งจ้องหน้าจออยู่นาน เนิ่นนานจนแบตเตอรี่เริ่มเตือนระดับต่ำ แสงไฟถนนจากภายนอกหน้าต่างสาดเข้ามา ตัดกับความมืดในห้องจนเกิดเป็นเงาทอดยาวคล้ายกรงขัง ผมนึกถึงคุณลุงสม ชายชราผู้ที่ดูเหมือนจะอ่านความเคลื่อนไหวของเมืองนี้ได้ทะลุปรุโปร่ง เขามักจะบอกเสมอว่า 'ในเมืองนี้ มิตรภาพที่แท้จริงไม่เคยถูกพิมพ์ส่งผ่านแอปพลิเคชัน แต่มันถูกเขียนด้วยรอยเลือดและหยาดเหงื่อที่แห้งกรังไปแล้ว' เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่ข้อความ แต่เป็นรูปภาพ มันเป็นรูปถ่ายใบหนึ่ง... รูปที่ถ่ายจากมุมสูง เห็นแผ่นหลังของผมกำลังเดินเข้าตึกเมื่อสิบนาทีก่อน ในภาพนั้นไม่ได้มีแค่ผม แต่ที่มุมซ้ายของหน้าจอ มีเงาร่างของชายคนหนึ่งยืนพิงเสาไฟ สวมหมวกแก๊ปสีมืด สังเกตการณ์ผมด้วยสายตาที่ชัดเจนแม้จะอยู่ในความมืด หัวใจผมหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม คนคนนั้นคือคนที่ตามผมมาตั้งแต่หน้าลิฟต์! *‘เขาไม่ได้ตามคุณ กวิน... แต่เขากำลังตามหาเบาะแสที่ผมทิ้งไว้ในลิฟต์คืนนั้น ถ้าคุณอยากรอด อย่าหันหลังกลับไปมอง ไม่ว่าคุณจะได้ยินเสียงอะไรก็ตาม’* ผมวางโทรศัพท์ลงอย่างแรง ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างอย่างลืมตัว แสงไฟของมหานครข้างล่างกะพริบไหวราวกับดวงตาของปีศาจที่กำลังเฝ้ามองเหยื่อ ผมเห็นชายคนนั้นจริงๆ เขายืนนิ่งอยู่ที่เดิม เงยหน้าขึ้นมามองที่หน้าต่างห้องของผม ราวกับรู้ว่าผมกำลังยืนอยู่ตรงนี้ มือถือสั่นรัวในมือ ผมก้มลงมองข้อความสุดท้ายที่เด้งขึ้นมา *‘กวิน... คนที่ยืนอยู่ข้างหลังคุณในตอนนี้ ไม่ใช่ผม แต่เป็นเขา และเขากำลังเคาะประตูห้องคุณแล้ว อย่าหันไป!’* เสียงเคาะประตูที่หนักแน่นและเชื่องช้าดังขึ้น... ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... ทุกจังหวะที่ดังขึ้นเหมือนการตอกฝาโลง ผมรู้สึกถึงไอเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากบานประตูไม้เก่าๆ นั้น มันไม่ใช่เสียงคนเคาะธรรมดา แต่มันคือเสียงของใครบางคนที่รู้ดีว่าผมไม่มีทางหนีพ้น ผมตัดสินใจรวบรวมความกล้าสุดท้าย ค่อยๆ หันกลับไปมองที่หน้าประตู... ทว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่เงาของคนแปลกหน้า แต่เป็นจดหมายฉบับหนึ่งที่เสียบเข้ามาใต้บานประตู มันเป็นซองสีน้ำตาลที่ดูเก่าเก็บจนขอบเริ่มเปื่อยยุ่ย ซึ่งมีลายมือที่คุ้นตาของคนคนหนึ่งเขียนกำกับไว้ที่หน้าซอง *‘ถึงกวิน... คนที่ถูกลืมในเมืองใหญ่ หากคุณเปิดอ่านตอนนี้ ทุกอย่างที่คุณเชื่อมาตลอดจะพังทลายลง’* ผมยื่นมือไปแตะซองจดหมายนั้นด้วยความสั่นเทา แต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัสถึงเนื้อกระดาษ เสียงเคาะประตูก็เปลี่ยนเป็นเสียงทุบอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเสียงตะโกนที่คุ้นหูที่สุด... เสียงของคุณลุงสมที่ตะโกนลอดผ่านเข้ามาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและหวาดกลัวอย่างที่สุด "กวิน! อย่าเปิดประตู! สิ่งที่อยู่ในซองนั่นไม่ใช่จดหมาย... แต่มันคือคำพิพากษาชีวิตของคุณ!" ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและตีแผ่ความเงียบงันของเมืองใหญ่ไปพร้อมกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%