“คุณจะให้ผมเซ็นชื่อลงบนกองขยะพวกนี้จริงๆ หรือครับคุณธนาธร”
เสียงของกวินสั่นพร่า เล็กน้อยจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างเงียบเชียบในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้น 45 ของตึกระฟ้าใจกลางกรุง ตรงหน้าเขาคือชายวัยกลางคนผู้สวมสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบ ท่าทางสง่างามดั่งรูปปั้นกรีกที่ใครต่อใครต่างยกย่องว่าเป็น ‘นักธุรกิจแห่งปี’ ผู้สร้างอาณาจักรจากความซื่อสัตย์
ธนาธรไม่ตอบทันที เขายังคงก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับการหมุนปากกาหมึกซึมราคาแพงในมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ดูใจดีเหลือเกินจนกวินรู้สึกคลื่นไส้
“มันไม่ใช่ขยะหรอกกวิน มันคือโอกาส” ธนาธรขยับเนคไทเล็กน้อย “โอกาสที่คนในบริษัทเราจะได้เดินหน้าต่อ โดยมีคนบางกลุ่มต้อง ‘เสียสละ’ เพื่อรักษาโครงสร้างของอาคารหลังนี้ไว้ คุณเป็นคนฉลาด กวิน ผมเชื่อว่าคุณเข้าใจดีว่าโลกนี้ไม่มีใครสะอาดบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก”
กวินกำหมัดแน่นอยู่ใต้โต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็ง เอกสารในมือคือรายงานการตรวจสอบบัญชีที่ถูก ‘ปรุงแต่ง’ ขึ้นมาเพื่อเบี่ยงเบนความผิดพลาดจากการทุจริตในระดับนโยบาย และชื่อที่จะต้องถูกเซ็นกำกับลงไปในฐานะผู้รับผิดชอบก็คือชื่อของเขาเอง... เด็กหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่กี่เดือนและไม่มีพรรคพวกคอยคุ้มกะลาหัว
“ถ้าผมไม่เซ็น...”
“คุณก็จะกลายเป็นเพียงขยะที่ถูกเขี่ยทิ้งเหมือนคนอื่นๆ” ธนาธรตัดบท เสียงของเขาเรียบสนิทแต่กลับเย็นเยียบดั่งคมมีดที่กรีดลงบนผิวหนัง “ครอบครัวคุณ แม่ที่ป่วยติดเตียง บ้านที่กำลังจะถูกยึด คุณคิดว่าอุดมการณ์กินได้ไหม กวิน?”
กวินนิ่งงัน ภาพของลินินที่เคยบอกเขาในจดหมายฉบับล่าสุดว่า ‘ความจริงอาจเจ็บปวด แต่ความลวงจะกัดกินเราจนไม่เหลือซาก’ แวบเข้ามาในหัว เขาเงยหน้ามองธนาธร และในจังหวะนั้นเอง เขาก็ได้เห็นสิ่งที่ไม่มีใครในห้องประชุมเคยเห็น
แววตาของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ไม่ได้เปล่งประกายด้วยความทะเยอทะยานอีกต่อไป แต่มันกลับว่างเปล่า ลึกโหล และเต็มไปด้วยความหวาดกลัวบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังม่านตาที่แดงก่ำ มือที่เคยมั่นคงของธนาธรสั่นระริกขณะหยิบแก้ววิสกี้ราคาแพงขึ้นมาดื่มจนหมดแก้วในอึกเดียว
ธนาธรทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้หนังอย่างหมดแรง ทิ้งมาดผู้บริหารที่น่าเกรงขามไปสิ้น เขาซบหน้าลงกับฝ่ามือ ก่อนจะหลุดเสียงสะอื้นที่แห้งผากและทรมานออกมาอย่างแผ่วเบา เป็นน้ำตาของชายผู้ที่ยอมแลกวิญญาณเพื่อรักษา ‘ภาพลักษณ์’ ที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า
“คุณไม่เข้าใจหรอก...” เสียงของธนาธรอู้อี้ผ่านฝ่ามือ “ผมไม่ได้อยากทำ แต่ถ้าผมไม่ฆ่าคนอื่น ผมก็ต้องตายแทน... พวกมัน... พวกมันไม่ได้ต้องการแค่ผลกำไร กวิน พวกมันต้องการเลือด”
กวินยืนนิ่ง หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความสับสน ความโกรธแค้นที่มีต่อชายตรงหน้าเริ่มถูกแทนที่ด้วยความสงสัยและความเวทนา เขาเริ่มตระหนักแล้วว่าในมหานครแห่งนี้ ‘ผู้ล่า’ เองก็อาจเป็นเพียงเหยื่อของโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ กวินสะดุ้งสุดตัวขณะที่ธนาธรรีบเช็ดน้ำตาและกลับมาสวมหน้ากากใบหน้าเรียบเฉยอย่างรวดเร็วราวกับนักแสดงมืออาชีพ
“เข้ามา” ธนาธรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจดั่งเดิม
บานประตูเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างของชายชราในชุดมอมแมม กลิ่นไอของขยะและถนนฟุ้งกระจายเข้ามาในห้องหรู กวินเบิกตากว้างเมื่อจำได้แม่นว่านั่นคือ ‘ลุงสม’ ชายเก็บขยะที่เขามักจะนั่งคุยด้วยที่ม้านั่งใต้คอนโดเสมอ
ลุงสมก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่สนใจสายตาเหยียดหยามของเหล่าเลขาฯ ที่ยืนอยู่ด้านนอก เขาตรงดิ่งมาหยุดที่หน้าโต๊ะทำงานของธนาธร ก่อนจะวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะไม้ราคาแพงนั่น
“ของที่คุณทำหายไปเมื่อยี่สิบปีก่อน...” ลุงสมเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า “ผมเก็บไว้ให้ ในฐานะที่คุณเป็นคนจ้างให้ผมไปถ่ายภาพเหตุการณ์ที่... คุณน่าจะจำได้ดีที่สุด”
ธนาธรหน้าซีดเผือดจนกลายเป็นสีเทา มือที่สั่นเทาเอื้อมไปหยิบซองเอกสารนั้น กวินหันไปมองลุงสมที่ส่งยิ้มให้เขาเพียงเล็กน้อย ยิ้มที่ดูเหมือนจะบอกว่า ‘ยินดีต้อนรับสู่โลกของความจริงที่มืดมิดกว่าที่คุณคิด’
ความเงียบงันปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเสียงหัวใจของกวินเต้นแรงกว่าปกติ ลุงสมหันหลังกลับช้าๆ ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยคำพูดที่ทำให้กวินต้องหยุดหายใจ
“กวิน... อย่าเซ็นชื่อลงบนกระดาษใบนั้นเด็ดขาด เพราะถ้าคุณทำ ชีวิตที่เหลือของคุณจะถูกขีดเขียนโดยคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องนี้เมื่อครู่... ซึ่งไม่ใช่คนของบริษัทนี้ แต่เป็นคนที่มาเพื่อทวงคืนทุกอย่างที่ธนาธรเคยโกงไป”
กวินหันไปมองธนาธรที่ตอนนี้กำลังสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าที่ข้อมือของธนาธรมีรอยสักรูปตราประทับที่เหมือนกับรอยสักบนแขนของลุงสม... รอยสักที่เขาเคยเห็นในข่าวอาชญากรรมที่ถูกสั่งปิดตายไปเมื่อสองทศวรรษก่อน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและอดทนรอคอยความจริงไปพร้อมกับผมนะครับ - คนมองเมือง
แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า•ตอนที่ 8
น้ำตาของนักธุรกิจ
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แสงไฟใต้เงามหานคร: บันทึกชีวิตคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!