คีมปากจระเข้สนิมเขรอะในมือของธันวาส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ารำคาญ ทุกครั้งที่เขาออกแรงบีบแผ่นทองแดงชิ้นเล็กให้เข้ารูป กลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินและคราบเหงื่อที่ไหลย้อยเข้าตาทำให้แสบเคืองจนต้องกะพริบถี่ๆ บนโต๊ะไม้ตัวเก่าเกลื่อนไปด้วยเศษซากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกรื้อถอน ทั้งมอเตอร์กระแสตรงจากเครื่องเล่นเทปเก่า สายไฟทองแดงเส้นจิ๋ว และแผงวงจรควบคุมความร้อนที่หลุดลอก
"ถ้าคุณคาดหวังว่าจะเจอเครื่องมือวัดระดับพรีเมียมจากห้องแล็บสมัยใหม่ในซากปรักหักพังนี้ ผมเกรงว่าเราคงต้องผิดหวังกันยาวๆ นะครับ ดร.เมษา"
ธันวาเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยจากการสูดฝุ่นละอองเข้าไปตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา
ดร.เมษายืนกอดอกพิงผนังปูนเปลือยที่เย็นเฉียบ สายตาคมกริบกวาดมองเครื่องมือชั่วคราวที่กำลังเป็นรูปเป็นร่างบนโต๊ะด้วยความรู้สึกผสมผสานระหว่างความเคลือบแคลงและความทึ่ง เธอขยับแว่นสายตาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่แฝงความจริงจัง
"ฉันไม่ได้คาดหวังความหรูหราค่ะ... อภัยด้วยครับ ผมติดปาก" เมษาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้สรรพนามที่ไม่เข้าท่า ก่อนจะแก้คำพูดด้วยรอยยิ้มมุมปาก "ฉันหมายความว่า... ฉันแค่อยากรู้ว่า สิ่งที่คุณเรียกว่า 'เศษเหล็กไร้ค่า' เหล่านี้ จะช่วยให้เราวัดค่าสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่กำลังรuนกวนคลื่นสมองของเราได้อย่างไรในเมื่อเครื่องสเปกตรัมตัวจริงพังเสียหายไปหมดแล้ว"
ธันวาหยุดมือที่กำลังพันขดลวดรอบแกนเฟอร์ไรต์ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความหงุดหงิดที่ก่อตัวขึ้นในอก ปลายนิ้วที่หยาบกร้านจากการทำงานหนักค่อยๆ วางลวดทองแดงลงบนโต๊ะอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเงยหน้าสบตากับหญิงสาวตรงหน้า แววตาของนักฟิสิกส์หนุ่มฉายแววความมุ่งมั่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเหนื่อยล้า
"หลักการทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับป้ายราคาของเครื่องมือหรอกนะครับ เมษา" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "จำกฎการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าของไมเคิล ฟาราเดย์ ได้ไหมครับ? เมื่อฟลักซ์แม่เหล็กเปลี่ยนแปลงไป มันจะเหนี่ยวนำให้เกิดกระแสไฟฟ้าในตัวนำ สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ตอนนี้ไม่ใช่การสร้างปาฏิหาริย์ แต่เรากำลังบังคับให้ธรรมชาติยอมจำนนต่อกฎพื้นฐานที่สุดของมันต่างหาก"
เมษาถอนหายใจเบาๆ เธอยังคงจำคำเตือนของปู่ธันวาที่เขียนไว้ในบันทึกหน้าสุดท้ายได้ดี 'วิทยาศาสตร์ที่แท้จริงไม่ใช่การครอบครองเครื่องมือราคาแพง แต่คือความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในสิ่งที่เรามีอยู่' เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น กลิ่นอายของสนิมและสารบัดกรีลอยเข้าจมูก ภาพของธันวาในยามนี้ช่างแตกต่างจากนักวิชาการในห้องประชุมติดแอร์อย่างสิ้นเชิง เขากำลังใช้สมาธิขั้นสูงในการประดิษฐ์อุปกรณ์ที่ไม่มีในตำราเล่มไหน
"แล้วคุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่า ขดลวดที่คุณพันด้วยมือเปล่านี้ จะมีความไวพอที่จะตรวจจับสัญญาณคลื่นสมองระดับไมโครโวลต์ได้?" เมษาถามต่อ น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แสดงถึงความสนใจที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาจริงๆ
"เราจะใช้หลักการสะท้อนกลับของกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำครับ" ธันวาหยิบหลอดแก้วขนาดเล็กที่บรรจุปรอทซึ่งเขาแกะมาจากเทอร์โมมิเตอร์เก่าขึ้นมาอย่างระมัดระวัง "ผมถอดรหัสวงจรกรองสัญญาณความถี่ต่ำ หรือ Low-pass filter จากวิทยุสื่อสารทหารรุ่นเก่าที่หลงเหลืออยู่ แล้วนำมาเชื่อมต่อกับขดลวดทองแดงชุดนี้ มันจะทำหน้าที่เป็นเสาอากาศรับสัญญาณภาคสนามแบบหยาบๆ จากนั้น... เจ้าหลอดแก้วบรรจุปรอทนี้แหละครับที่จะทำหน้าที่เป็นตัวหน่วงการสั่นสะเทือน เพื่อแปลงค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าให้กลายเป็นปฏิกิริยาทางกายภาพที่เรามองเห็นได้ด้วยตาเปล่า"
ธันวาลงมือบัดกรีจุดเชื่อมต่อสุดท้ายอย่างรวดเร็ว ปลายหัวแร้งร้อนจัดจี้ลงบนตะกั่วจนเกิดควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมาเล็กน้อย พร้อมกับกลิ่นฉุนของฟลักซ์บัดกรีที่กระจายไปทั่วห้อง บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางหึ่งๆ เป็นแบ็คกราวด์
เม้ามองการกระทำของชายหนุ่มอย่างไม่วางตา ความรู้ด้านชีววิทยาของเธอมักยึดติดกับสิ่งที่มองเห็นและพิสูจน์ได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์ แต่สิ่งที่ธันวากำลังทำอยู่ ณ นาทีนี้ กลับเป็นรูปธรรมที่เกิดจากความเข้าใจในนามธรรมล้วนๆ เขากำลังดึงเอาเศษซากอารยธรรมที่ถูกทิ้งขว้าง มาประกอบสร้างเป็นดวงตาคู่ใหม่ให้พวกเขาสามารถมองเห็นภัยคุกคามที่กำลังคืบคลานเข้ามา
"เสร็จแล้วครับ" ธันวาเป่าลมเบาๆ เพื่อให้รอยบัดกรีเย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว บนโต๊ะไม้ตอนนี้ปรากฏร่างของอุปกรณ์ประดิษฐ์หน้าตาประหลาด มันประกอบด้วยขดลวดทองแดงพันรอบแกนเหล็กที่ต่อเข้ากับแผงวงจรเปิดโล่ง และมีหลอดแก้วปรอทวางตั้งอยู่ตรงกลางราวกับเครื่องรางโบราณ
"หน้าตาเหมือนงานศิลปะแนว Dadaism มากกว่าเครื่องมือวัดทางวิทยาศาสตร์นะ" เมษาอดแซไม่ได้ แต่แววตาของเธอกลับจ้องมองมันอย่างระแวดระวัง
"ลองดูกันเถอะครับว่า ศิลปะชิ้นนี้จะบอกอะไรเรา"
ธันวาเอื้อมมือไปบิดสวิตช์จ่ายไฟจากแบตเตอรี่สำรองขนาดพกพาที่เขาดัดแปลงขึ้น ทันทีที่กระแสไฟฟ้าไหลผ่านวงจร หลอดแก้วบรรจุปรอทตรงกลางก็เริ่มสั่นไหวเล็กน้อย เส้นปรอทสีเงินภายในขยับตัวขึ้นลงตามจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม มันไม่ได้นิ่งสงบเหมือนตอนแรก แต่กำลังเต้นเร่าๆ ราวกับมีชีวิต
เมษากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อสังเกตเห็นว่าอัตราการสั่นของปรอทสอดคล้องกับจังหวะการเต้นของชีพจรของเธอเอง
"ธันวา..." เมษาเรียกชื่อชายหนุ่มด้วยเสียงที่เบาหวิว "สนามแม่เหล็กตรงนี้... มันไม่ได้มาจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเราใช่ไหม?"
ธันวาไม่ตอบ เขาจ้องมองหน้าจอแสดงผลชั่วคราวที่เขาต่อพ่วงกับมัลติมิเตอร์ตัวเก่า ตัวเลขแรงดันไฟฟ้ากระโดดขึ้นลงอย่างบ้าคลั่งจาก 0.2 โวลต์ พุ่งทะยานขึ้นไปแตะ 1.5 โวลต์ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที และที่น่ากลัวที่สุดคือ ทิศทางของกระแสไฟฟ้าไม่ได้มาจากแหล่งจ่ายไฟที่เขาต่อไว้ แต่มันกำลังไหลย้อนกลับมาจากผนังห้องด้านทิศตะวันออก
ราวกับมีบางสิ่ง... หรือบางคนกำลังพยายามส่งสัญญาณอะไรบางอย่างเข้ามาผ่านโครงสร้างเหล็กของอาคารแห่งนี้
ก่อนที่ธันวาจะได้อธิบายทฤษฎีทางฟิสิกส์เพื่อคลายความกังวล เสียงโลหะกระทบกันอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นจากชั้นบนของตึกร้าง ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่กำลังเร่งรีบก้าวเดินลงมาตามบันไดปูนทีละขั้น ทีละขั้น... ใกล้เข้ามาทุกที
ทั้งสองคนสบตากันในความมืดสลัวของห้องใต้ดิน ธันวาคว้าประแจเลื่อนตัวใหญ่ขึ้นมาถือไว้ในมือแทนอาวุธป้องกันตัว ส่วนเมษากดเปิดไฟฉายแรงสูงในมือ ขับตัวเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน
และในวินาทีที่เงาดำร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงปากทางเข้าห้องใต้ดิน พร้อมกับแสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาตรงๆ หน้าจอของอุปกรณ์ประดิษฐ์เองบนโต๊ะก็ส่งเสียงร้องเตือนแหลมสูงจนน่าแก้วหูแตก พร้อมกับตัวเลขบนมัลติมิเตอร์ที่หยุดนิ่งสนิทที่ค่าอนันต์!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคลื่นความถี่แห่งความจริงไปกับผมในตอนนี้และทุกๆ ตอนที่ผ่านมานะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ด้วยความเคารพจากวิทยาศาสตร์รอบตัวครับ
รหัสลับจักรวาล: ถอดรหัสความจริงหลังม่านวิทยาศาสตร์•ตอนที่ 49
เครื่องมือประดิษฐ์เอง
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับจักรวาล: ถอดรหัสความจริงหลังม่านวิทยาศาสตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!