"ถ้าคุณก้าวผ่านเส้นนี้ไปในสภาพสะท้อนแสงสมบูรณ์แบบ เมษา... สิ่งที่อยู่เบื้องหลังกระจกเงากลับด้านนั่นไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือตัวคุณเองในอีกมิติที่กำลังจ้องมองกลับมาด้วยความหวาดกลัวนะครับ"
เสียงกระซิบของธันวาแหบพร่า ทว่าก้องกังวานอยู่ในห้องปฏิบัติการใต้ดินของสถาบันวิจัยควอนตัม แสงไฟนีออนสีนวลถูกหรี่ลงจนเหลือเพียงความมืดสลัวที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีฟ้าครามจากหน้าจอคอมพิวเตอร์นับสิบเครื่อง อากาศภายในห้องเย็นเยียบจนลมหายใจกลายเป็นไอจางๆ นิ้วเรียวยาวของธันวากำลังเคาะลงบนคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็วเพื่อปรับแต่งค่าพารามิเตอร์สุดท้ายของ ‘วัสดุเมตามาเรียล’ (Metamaterial) แผ่นบางเฉียบที่วางอยู่บนโต๊ะสแตนเลสเบื้องหน้า
ดร. เมษายืนกอดอกพิงผนังเย็นเฉียบ ดวงตาคู่คมจ้องมองแผ่นวัตถุประหลาดนั้นด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความสงสัยและความไม่ไว้วางใจ เธอยืดตัวขึ้นเล็กน้อย ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานช้าๆ จนได้ยินเสียงรองเท้ากระทบพื้นคอนกรีตอย่างชัดเจน
"ธันวา คุณกำลังเล่นกับไฟ ทฤษฎีการพรางตัวทางแสงด้วยดัชนีหักเหเป็นลบ (Negative Refractive Index) ที่ปู่ของคุณทิ้งไว้ มันเป็นแค่สมมติฐานบนกระดาษเมื่อสามสิบปีที่แล้วนะครับ ไม่มีทางที่มันจะใช้งานได้จริงในโลกทางกายภาพที่เต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงนี้หรอก" เมษาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอเจือด้วยความระแวงอย่างเห็นได้ชัด แต่แววตากลับฉายประกายความท้าทายที่ยากจะปฏิเสธ
ธันวาชะงักมือที่กำลังพิมพ์ เขาสูดหายใจเข้าลึก, ปล่อยให้ความกดดันทั้งหมดไหลผ่านปลายนิ้ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาวตรงหน้า นัยน์ตาของนักฟิสิกส์หนุ่มฉายแววความมุ่งมั่นที่ซ่อนความเจ็บปวดบางอย่างไว้ลึกๆ
"วิทยาศาสตร์ไม่ได้เชื่อในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้หรอกครับเมษา มันแค่รอให้เราทำความเข้าใจกฎของมันให้ลึกซึ้งขึ้นเท่านั้นเอง... ดูนี่สิครับ"
ธันวาเอื้อมมือไปหยิบแผ่นเมตามาเรียลทรงกระบอกขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ราวกับมันเป็นวัตถุที่เปราะบางที่สุดในจักรวาล แสงไฟจากหลอดไฟเบื้องบนตกกระทบลงบนพื้นผิวของมัน แต่แทนที่แสงจะสะท้อนเข้าสู่ดวงตาของเราตามกฎฟิสิกส์ทั่วไป แสงเหล่านั้นกลับถูกหักเหโค้งงอ วิ่งอ้อมผ่านวัตถุชิ้นนั้นไปราวกับสายน้ำที่ไหลผ่านเสาเข็มในแม่น้ำ และไปปรากฏตัวอีกฝั่งหนึ่งอย่างไร้รอยต่อ
วัตถุในมือของธันวา... หายวับไปจากสายตา ราวกับร่องรอยของมันถูกลบออกไปจากมิตินี้อย่างสมบูรณ์แบบ
เมษาเบิกตากว้างโดยไม่รู้ตัว เธอขยับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกก้าว ยื่นมือสั่นเทาออกไปข้างหน้าเพื่อสัมผัสพื้นที่ว่างเปล่าตรงนั้น นิ้วมือของเธอสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่าและอากาศธาตุ แต่สัญชาตญาณทางชีววิทยาบอกเธอว่า สสารยังคงอยู่ตรงนั้น มันไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่มัน... "ซ่อน" อยู่ในมุมมองที่แสงไม่ยอมเปิดเผย
"การแทรกซึมไม่ได้หมายถึงการเดินทะลุกำแพงด้วยปาฏิหาริย์นะครับ" ธันวาอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่จริงจัง ขณะที่เขาวางแผ่นวัตถุล่องหนลงบนแท่นทดลอง "แต่มันคือการเข้าใจเส้นทางเดินของโฟตอน แล้วโน้มน้าวให้พวกมันยอมเดินอ้อมเราไป โดยไม่ทิ้งเงา ไม่สะท้อนรังสี และไม่ส่งสัญญาณใดๆ ออกมาสู่โลกภายนอก... เหมือนกับนักล่าในธรรมชาติที่กลมกลืนไปกับสิ่งแวดล้อม แต่เหนือกว่าตรงที่เราไม่ได้อาศัยแค่สีผิว แต่วิศวกรรมแห่งแสงนี้กำลังบิดเบือนความเป็นจริงของโครงสร้างออปติกส์ทั้งระบบ"
เมษาถอนหายใจยาว เธอละสายตาจากความว่างเปล่าตรงหน้ามามองชายหนุ่ม "แล้วคุณแน่ใจแค่ไหนล่ะครับธันวา ว่าคนที่กำลังถูกแทรกซึมอยู่ในตอนนี้ คือพวกเราที่กำลังทดลอง หรือระบบความปลอดภัยภายนอกที่กำลังจับตาดำเนินการอยู่?"
คำถามนั้นราวกับมีน้ำหนักหลายตันตกลงกลางห้องปฏิบัติการ ธันวานิ่งงันไปชั่วขณะ รอยยิ้มจางๆ ที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าเลือนหายไปแทนที่ด้วยความตึงเครียด เขารู้ดีว่าการทดลองนี้ไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไปแล้ว สัญญาณรบกวนจากภายนอกที่เขาตรวจพบเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ไม่ใช่ความผิดพลาดของเครื่องมือวัด แต่มันคือร่องรอยของการเข้าถึงระบบเครือข่าย
ทันใดนั้น หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักก็กะพริบเป็นสีแดงฉาน เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับฉุกเฉินดัง "ปี๊ป... ปี๊ป..." ถี่กระชั้น รบกวนความเงียบงันภายในห้องจนหัวใจของทั้งคู่เต้นระส่ำ
ธันวาหันขวับกลับไปที่หน้าจอ นิ้วมือรัวคีย์บอร์ดด้วยความเร็วสูงเพื่อสกัดกั้นการเข้าถึงจากภายนอก "มีคนกำลังพยายามถอดรหัสไฟร์อลของเรา... ไม่สิ พวกเขาไม่ได้พยายามเจาะระบบเข้ามา..." น้ำเสียงของธันวาขาดหายไปในลำคอ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "พวกเขากำลังใช้หลักการเดียวกัน... ใช้การพรางตัวทางข้อมูล เพื่อแทรกซึมเข้ามาในระบบฐานข้อมูลหลักของปู่ผม!"
เมษาพุ่งตัวเข้ามาดูหน้าจอข้างๆ เธอเห็นชุดคำสั่งแปลกปลอมกำลังไหลผ่านเซิร์ฟเวอร์ด้วยความเร็วสูง ราวกับเงาล่องหนที่ไร้ตัวตนในโลกไซเบอร์ "ธันวา... ดูค่าการใช้พลังงานของเครื่องปฏิกรณ์สิครับ มันกำลังลดฮวบลงอย่างผิดปกติ!"
ก่อนที่ธันวาจะได้เอ่ยปากอธิบายอะไร ประตูเหล็กกล้าหนาหนักของห้องปฏิบัติการใต้ดินก็ส่งเสียง "คลิก" ดังสนั่น ระบบล็อกอัตโนมัติถูกตัดขาดจากภายนอก ไฟนีออนสีฟ้าครามดับวูบลง เหลือเพียงแสงสีแดงฉุกเฉินที่กะพริบวับวาบสลับกับความมืดมิด
ในความสลัวนั้น เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นจากมุมมืดของประตูทางเข้าที่ควรจะถูกล็อกสนิท ร่างนั้นเคลื่อนไหวอย่างไร้เสียง ราวกับแสงที่กำลังหักเหอ้อมผ่านวัตถุเมตามาเรียล ร่างของใครบางคนที่มีรอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าภายใต้แสงสีแดง
"ยินดีต้อนรับสู่บทสรุปที่แท้จริงของการแทรกซึมครับ... คุณธันวา และคุณเมษา" เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยดังขึ้นจากความมืด พร้อมกับปลายกระบอกปืนเก็บเสียงที่สะท้อนแสงสีแดงวาววับ ชี้ตรงมายังพวกเขาโดยไม่มีลังเลแม้แต่น้อย
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคลื่นความถี่แห่งความจริงไปกับผมในตอนนี้และทุกๆ ตอนที่ผ่านมานะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ด้วยความเคารพจากวิทยาศาสตร์รอบตัวครับ
รหัสลับจักรวาล: ถอดรหัสความจริงหลังม่านวิทยาศาสตร์•ตอนที่ 50
การแทรกซึม
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับจักรวาล: ถอดรหัสความจริงหลังม่านวิทยาศาสตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!