"ถ้าคุณก้าวผ่านเส้นสีเหลืองนั่นไปเพียงเซนติเมตรเดียว สัญญาณเตือนจะเปลี่ยนจากสีส้มเป็นสีแดง และวินาทีนั้น พนักงานรักษาความปลอดภัยที่จะพุ่งเข้ามาหาเราจะไม่ใช่คน แต่มันคือระบบตรวจจับคลื่นความถี่ที่แยกแยะได้แม้กระทั่งจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติครับ"
ธันวากระซิบพลางหยุดฝีเท้าลงอย่างเฉียบพลัน ปลายรองเท้าของเขาห่างจากเส้นขีดสีเหลืองที่สะท้อนแสงไฟสลัวในโถงทางเดินของห้องปฏิบัติการลับเพียงคืบเดียว เขาหันไปมองดร.เมษาที่ยืนกอดอกอยู่ข้างหลัง แววตาของเธอฉายความหงุดหงิดระคนสงสัย
"คุณกำลังจะบอกฉันว่า ระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่ใช้หลักการเดียวกับการเซนเซอร์ข้อมูลในสมองมนุษย์งั้นเหรอธันวา?" เมษาถาม น้ำเสียงของเธอเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง เธอปัดผมที่ปรกหน้าออก เผยให้เห็นแววตาที่จ้องมองมาอย่างกดดัน "ในทางชีววิทยา การเซนเซอร์คือการกรองสัญญาณรบกวนเพื่อให้ระบบประสาทไม่ทำงานหนักเกินไป แต่นี่มันคือสถานที่เก็บกู้ความลับเรื่องทฤษฎีของปู่คุณนะ มันไม่ใช่แค่เรื่องของเซลล์ประสาท!"
ธันวาถอนหายใจยาว แสงไฟนีออนเหนือศีรษะกะพริบถี่เป็นจังหวะเหมือนกำลังเตือนภัย "มันก็คือเรื่องเดียวกันนั่นแหละครับเมษา สัญญาณทุกอย่างบนโลกนี้—ไม่ว่าจะเป็นกระแสประสาทในสมองคุณ หรือคลื่นวิทยุที่กำลังสื่อสารกับระบบรักษาความปลอดภัยนี้—ล้วนมี 'ระดับความสำคัญ' หากเราปล่อยให้สัญญาณทุกอย่างเข้าถึงแกนกลางได้โดยไม่มีตัวกรอง ระบบก็จะล่มสลาย ระบบนี้ก็เหมือนกันครับ มันกำลัง 'เซนเซอร์' ความจริงที่ปู่ผมทิ้งไว้"
"แล้วเราจะผ่านด่านนี้ไปได้อย่างไรโดยไม่ให้สัญญาณเตือนภัยดังขึ้น?" เธอขยับเข้ามาใกล้จนธันวาได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคย "หรือคุณจะบอกว่าเราต้องสวมวิญญาณแฮกเกอร์เข้าไปตัดวงจร?"
"ไม่ใช่วิธีที่หยาบขนาดนั้นครับ" ธันวาหยิบเครื่องมือขนาดจิ๋วที่คล้ายกับเครื่องกำเนิดสัญญาณรบกวนขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อ "เราแค่ต้องทำตัวให้เป็น 'สัญญาณรบกวน' ที่ระบบมองข้ามไป เราต้องเข้าสู่สถานะ 'ไร้ตัวตน' ในเชิงคลื่นความถี่ เหมือนที่ร่างกายเราเมินเฉยต่อเสียงลมหายใจของตัวเอง ทั้งที่มันดังอยู่ตลอดเวลา"
เขาค่อยๆ ก้าวผ่านเส้นสีเหลืองไปอย่างเชื่องช้า ลมหายใจของธันวาสั่นไหว เขาไม่ได้กลัวพนักงานรักษาความปลอดภัยที่เป็นมนุษย์ แต่เขากลัว 'ตาข่าย' ที่มองไม่เห็นซึ่งแผ่ซ่านอยู่รอบตัว หากเขาก้าวพลาดแม้แต่นิดเดียว หรือหากจังหวะชีพจรของเขาพุ่งสูงขึ้นจากการตื่นเต้นเกินไป เซนเซอร์ตรวจจับความร้อนและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะระบุว่าเขาคือ 'สิ่งแปลกปลอม' ทันที
เมษามองดูแผ่นหลังของเขาด้วยความทึ่ง เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การเดินผ่านประตูปกติ แต่มันคือการพิสูจน์ทฤษฎีที่เปราะบางที่สุดของธันวา—ทฤษฎีที่ว่ามนุษย์สามารถหลอมรวมเข้ากับสนามแม่เหล็กไฟฟ้าของจักรวาลได้หากรู้วิธีปรับจูน
"ธันวา..." เธอเรียกเขาแผ่วเบา "ถ้าทฤษฎีของคุณผิดพลาด... เราจะกลายเป็นเพียงสัญญาณที่ถูกลบหายไปจากหน่วยความจำของระบบนี้ตลอดกาลนะ"
ธันวาไม่ตอบ เขาเพียงแค่ชูมือขึ้นเป็นสัญญาณให้เธอเงียบ แล้วเขาก็หยุดยืนนิ่งอยู่หน้าประตูเหล็กกล้าที่ไร้ลูกบิด บนหน้าปัดดิจิทัลตรงหน้าแสดงผลเป็นตัวเลขศูนย์ที่นิ่งสนิท ราวกับมันกำลังรอคอยคำตอบจากมนุษย์ที่กล้าหาญพอจะท้าทายตรรกะของมัน
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยของพนักงานรักษาความปลอดภัยก็ดังขึ้นจากสุดโถงทางเดิน เสียงนั้นดังกึกก้องสะท้อนไปมา แต่มันกลับไม่ใช่เสียงของรองเท้าหนังกระทบพื้น มันคือเสียงโลหะเสียดสีกัน—เสียงที่เป็นจังหวะและไร้อารมณ์ ธันวาหน้าซีดลงทันทีเมื่อเห็นเงาร่างสูงใหญ่ที่เลี้ยวโค้งเข้ามา
มันไม่ใช่คน แต่มันคือหุ่นยนต์ตรวจการณ์รุ่นล้ำสมัยที่ถูกออกแบบมาให้กำจัด 'สัญญาณรบกวน' อย่างเด็ดขาด ดวงตาเลเซอร์สีแดงคู่หนึ่งกราดส่องมาที่พวกเขาทั้งสองคน ธันวารู้สึกได้ทันทีว่าร่างกายของเขากำลังถูกวิเคราะห์ค่าความเข้มข้นของรังสีในกระแสเลือด
"หันหลังกลับไม่ได้แล้วครับ" ธันวากระซิบพลางคว้าข้อมือเมษาไว้แน่น "เราต้องเผชิญหน้ากับมันด้วยคลื่นความถี่ที่ทำให้มันเชื่อว่า... เราคือส่วนหนึ่งของกำแพงนี้"
เขากดปุ่มบนเครื่องมือในมือพร้อมกับหลับตาลงแน่น ทันใดนั้น แสงสีแดงที่กำลังจะเปลี่ยนเป็นสีส้มสว่างจ้าก็ชะงักงัน หุ่นยนต์ตัวนั้นหยุดกึกอยู่ห่างจากพวกเขาเพียงไม่กี่เมตร มันส่งเสียงร้องแหลมสูงที่ฟังดูเหมือนการประมวลผลที่ผิดพลาด ก่อนที่ระบบควบคุมภายในของมันจะส่งเสียงดัง 'แกร๊ก' และหันกระบอกปืนไร้เสียงมาทางที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ แต่แทนที่จะยิงออกไป จอแสดงผลบนหน้าอกของมันกลับปรากฏข้อความภาษาแปลกประหลาดที่ธันวาจำได้ดีว่ามันคือสัญลักษณ์เดียวกับที่อยู่บนสมุดโน้ตของปู่เขา!
เมษาเบิกตากว้างเมื่อเห็นข้อความนั้น "ธันวา... นั่นมันอะไรกัน? ทำไมหุ่นยนต์ของฝ่ายรักษาความปลอดภัยถึงมีรหัสลับของปู่คุณอยู่บนหน้าจอมัน!"
ในวินาทีที่ความจริงเริ่มเผยตัวออกมานั้น หุ่นยนต์ตัวดังกล่าวไม่ได้โจมตี แต่มันกลับก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวและเปิดช่องลับบนผนังข้างๆ ให้ปรากฏเป็นทางเดินมืดมิดที่ไม่ได้อยู่ในแผนผังอาคาร พร้อมกับเสียงสังเคราะห์ที่ดังออกมาจากลำโพงของมันว่า... "ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ ทายาทแห่งความจริง"
ด้วยความเคารพจากวิทยาศาสตร์รอบตัวครับ
รหัสลับจักรวาล: ถอดรหัสความจริงหลังม่านวิทยาศาสตร์•ตอนที่ 51
ด่านแรกคือพนักงานรักษาความปลอดภัย
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับจักรวาล: ถอดรหัสความจริงหลังม่านวิทยาศาสตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!