"อย่าขยับ."
เสียงของเมษาต่ำเตี้ยและสั่นพร่ากว่าทุกครั้งที่ธันวาเคยได้ยิน ปลายเล็บเรียวของเธอจิกเข้าหาฝ่ามือตัวเองจนขึ้นรอยขาวซีด สายตาของเธอมิได้มองมาที่ธันวา แต่ตรึงแน่นอยู่กับเงาสูงใหญ่ทาบทับบานประตูเหล็กหนาเตอะ เงาที่ทอดตัวยาวเก้งก้างบนพื้นคอนกรีตสั่นไหวตามแสงไฟกะพริบจากหลอดนีออนใกล้ขาด ราวกับมันกำลังมีลมหายใจ
ธันวาอยากจะเอ่ยปากถาม อยากจะเถียงว่ามันเป็นไปไม่ได้—คนตายเมื่อสิบปีก่อนจะฟื้นคืนชีพกลับมาเดินเล่นในชั้นใต้ดินลับของสถาบันวิจัยได้อย่างไร—แต่ลำคอของเขากลับตีบตัน ความกดอากาศในห้องทดลองดูเหมือนจะลดฮวบลงฉับพลันจนหูอื้ออึง หัวใจเต้นโครมครามกระแทกซี่โครงราวกับพยายามจะแหกอกออกมาวิ่งหนี
*แอ๊ด...*
เสียงโลหะเสียดสีกันแหลมสูงบาดแก้วหู บานประตูเหล็กที่ขึ้นสนิมเขรอะ ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากวงกบทีละมิลลิเมตร ทีละมิลลิเมตร กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นฉุนของน้ำยาเคมีเก่าเก็บทะลักผ่านรอยแยกออกมา พร้อมกับความเย็นเยียบที่ไต่ลามจากปลายเท้าขึ้นมาถึงสันหลัง
"ธันวา..." เมษากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือขวาของเธอเอื้อมไปคว้าประแจเหล็กด้ามโตบนโต๊ะทำงานอย่างเงียบเชียบที่สุด "นั่น... ไม่ใช่ภาพหลอนใช่ไหม"
ไม่มีคำตอบจากนักฟิสิกส์หนุ่ม นัยน์ตาหลังกรอบแว่นหนาเบิกโพ้าง ภายในสมองที่ปกติมักจะประมวลผลด้วยสมการและตรรกะทางวิทยาศาสตร์ ตอนนี้กลับขาวโพลน สิ่งเดียวที่สะท้อนอยู่ในหัวคือสมุดบันทึกปกหนังสีดำที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้า สมุดที่บรรจุลายมืออันเป็นเอกลักษณ์ของปู่—ลายมือที่เต็มไปด้วยสมการฟิสิกส์ควอนตัมเชิงทฤษฎีที่คนยุคก่อนไม่มีทางรู้จัก
และในวินาทีที่บานประตูเปิดกว้างพอที่แสงไฟสลัวจะสาดส่องลอดผ่าน เงาร่างสูงใหญ่ก้าวพ้นขอบประตูก็ปรากฏชัดเจนต่อหน้าต่อตา!
ร่างนั้นสวมเสื้อกาวน์สีขาวซีดที่ชายเสื้อขาดวิ่น ใบหน้าซีกหนึ่งถูกปกคลุมด้วยความมืด แต่นัยน์ตาคมกริบคู่นั้น... นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและประกายแห่งความอัจฉริยะแบบเดียวกับที่ธันวาเห็นในกระจกทุกเช้า
"แก... แกเป็นใคร" ธันวารวบรวมความกล้า เค้นเสียงลอดไรฟันออกไป แม้ขาวยังคงสั่นเทา
ชายคนนั้นไม่ตอบ เขาก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ ฝีเท้าหนักแน่น กลิ่นอายรอบตัวเต็มไปด้วยความคุ้นเคยประหลาด ก่อนที่เรียวปากแห้งผากจะขยับเอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของธันวาหยุดหมุน
"ถ้ามัวแต่คำนวณความน่าจะเป็น แกไม่มีวันเข้าใจหรอก... ไอ้หลานชาย"
เสียงนั้น... เสียงของปู่! ปู่คนที่นอนอยู่ในโลงศพเมื่อสิบปีก่อน ปู่คนที่ธันวาเคยไปยืนไว้อาลัยหน้าหลุมศพ ปู่คนเดียวกันกับที่ทิ้งปมปัญหาฟิสิกส์ปริศนาให้เขาต้องตามแก้จนเกือบเสียสติ
เมษาผะยงถอยหลังก้นกระแทกกับชั้นวางหนังสือ สมุดตำราฟิสิกส์หล่นระเนระนาด เสียงดังโครمคราม แต่ไม่มีใครสนใจมัน สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังชายผู้ล่วงลับที่ตอนนี้กำลังยืนหยัดอยู่เบื้องหน้า
"เป็นไปไม่ได้..." เมษาส่ายหัวรัวๆ ปากพึมพำปฏิเสธความจริงเชิงประจักษ์ "เซลล์ย่อยสลายตามกระบวนการชีวภาพ... ผ่านมาสิบปี... มันเป็นไปไม่ได้ในทางวิทยาศาสตร์ชีวภาพ!"
"วิทยาศาสตร์เหรอ?" ชายผู้มีใบหน้าเหมือนคนตายหัวנסในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าแต่ทรงพลัง "สิ่งที่พวกเธอเรียก ´วิทยาศาสตร์´ ในตำราเรียน มันก็แค่นิทานหลอกเด็กที่ถูกกรองให้เหลือแต่กรอบที่มนุษย์เข้าใจได้ง่ายๆ โลกหลังม่านแห่งความจริง... มันซับซ้อนกว่านั้นเยอะ เมษา"
ธันวากลืนก้อนสะอื้นลงคอ สัญชาตญาณนักฟิสิกส์เริ่มทำหน้าที่แทนความหวาดกลัว สมองที่ช็อกไปชั่วขณะเริ่มกลับมาเชื่อมโยงข้อมูล เขากวาดสายตามองชายตรงหน้าอย่างพิจารณา—รอยแผลเป็นที่หางคิ้วซ้าย, ตำหนิไฝที่หลังมือขวา, และวิธีเอียงคอเวลาใช้ความคิด... ทุกอย่างตรงกันอย่างไร้ที่ติ ไม่มีทางที่จะปลอมแปลงได้
หรือว่า... ทฤษฎีบ้าๆ ของปู่เรื่อง "พหุภพและการซ้อนทับของสถานะควอนตัม" จะไม่ใช่แค่เรื่องเพ้อเจ้อ?
"ปู่..." ธันวาเค้นเสียงเรียกออกไป น้ำตาคลอเบ้าโดยไม่รู้ตัว "ปู่ยังไม่ตาย? หรือว่า... หรือว่านี่คือ..."
"ฉันไม่ได้บอกว่าฉันฟื้นจากความตาย" ชายชรา—หรือคนที่หน้าตาเหมือนปู่—โบกมือปัดอย่างไม่ใส่ใจ เขาเดินตรงไปที่โต๊ะทำงาน ควบคุมสมุดบันทึกปกหนังสีดำเล่มนั้นขึ้นมาพลิกเปิดหน้ากระดาษอย่างคุ้นเคย "สิ่งที่แกกำลังเห็น เรียกว่าการก้าวข้ามผ่านสภาวะ ´Quantum Superposition´ (การซ้อนทับเชิงควอนตัม) ในขณะที่ร่างหนึ่งดับสลายในมิติหนึ่ง อีกร่างหนึ่งที่มีเงื่อนไขทางฟิสิกส์ตรงกันในอีกจุดของไทม์ไลน์... ก็สามารถร่วงหล่นทะลุรอยต่อเข้ามาได้"
เขาเงยหน้าขึ้น จ้องมองธันวาด้วยแววตาตำหนิปนเอ็นดู
"และบันทึกเล่มนี้... คือคีย์การ์ด ที่ทำให้ประตูบานนั้นเปิดออก"
เมษาลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้ขาจะยังอ่อนแรง เธอมองชายแปลกหน้าสลับกับธันวา สมองของนักชีววิทยาพยายามประมวลผลข้ออ้างทางฟิสิกส์ที่ฟังดูเหลือเชื่อนี้ "คุณกำลังจะบอกว่า... ตัวตนของคุณจากอีกจักรวาลหนึ่ง ข้ามผ่านมายังจักรวาลนี้ผ่านสมุดบันทึกเล่มนี้งั้นเหรอ? มันบ้าสิ้นดี! กฎข้อที่สองของเทอร์โมไดนามิกส์บอกไว้ชัดเจนว่าเอนโทรปีมีแต่จะเพิ่มขึ้น ระบบปิดไม่มีทางย้อนกลับได้เอง!"
ชายชราหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "เอนโทรปีงั้นเหรอ? แม่หนูเอ๋ย... กฎของเทอร์โมไดนามิกส์ใช้ได้แค่ในเอกภพที่เรามองเห็น แต่ถ้าแกเข้าใจ ´รหัสลับในอนุภาค´ ที่บันทึกอยู่ในหน้านี้ล่ะก็... แกจะรู้ว่าความร้อน ความเย็น อดีต หรืออนาคต มันก็แค่สถานะของคลื่นความน่าจะเป็นที่รอการสังเกตการณ์เท่านั้น"
เขาวางสมุดลงบนโต๊ะเสียงดัง *ปัง!*
หน้ากระดาษหน้าที่เปิดค้างไว้ ปรากฏภาพวาดของอนุภาคประหลาดบางอย่าง—ไม่ใช่โปรตอน นิวตรอน หรืออิเล็กตรอนที่มนุษย์รู้จัก แต่มันคือโครงสร้างเรขาคณิตสี่มิติที่กำลังหมุนวนเป็นเกลียว และใต้ภาพนั้น มีสมการยาวเหยียดที่เขียนด้วยหมึกสีแดงเข้ม ราวกับใช้เลือดเขียน
"ธันวา" ร่างเงาจากอดีตหันมามองหลานชาย แววตาเปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่ากลัว "เวลาของพวกเราเหลือไม่มากแล้ว อีกไม่ถึงสามชั่วโมง รอยต่อนี้จะปิดตัวลง และถ้ามันปิดลงโดยที่แกยังถอดรหัสสมการนี้ไม่ได้... สิ่งที่ตามหลังฉันเข้ามาทางประตูนั้น จะไม่ใช่แค่เงา"
เขายื่นมือที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นและคราบหมึกมาชี้ที่หน้าอกของธันวา
"แต่มันคือ... สิ่งที่จะกวาดล้างมนุษยชาติทั้งใบให้หายไปจากสารบบของจักรวาล!"
บรรยากาศในห้องทดลองเย็นเยียบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอขาว เมษากลั้นหายใจ หัวใจเต้นรัวเร็วดั่งกลองเพลิง ขณะที่ธันวาก้มมองสมุดบันทึกเล่มนั้น มือที่สั่นเทาเอื้อมไปแตะหน้ากระดาษที่มีสมการปริศนา ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่าง ภาพเหตุการณ์นับล้านไหลทะลักเข้าสู่สมองของเขาในเสี้ยววินาทีเดียว
และก่อนที่ธันวาจะได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่ม เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งสถาบันวิจัย!
*หวอ—หวอ—หวอ—*
แสงไฟนีออนเปลี่ยนเป็นสีแดงกะพริบถี่ระรัว หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องบนโต๊ะดับวูบลงพร้อมกัน ก่อนที่หน้าจอหลักจะปรากฏข้อความภาษาต่างดาวแบบเดียวกับในสมุดบันทึก เด้งขึ้นมาเต็มหน้าจอ พร้อมกับเสียงระบบอัตโนมัติที่ประกาศก้องด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์:
**[เตือนภัยระดับวิกฤต: ตรวจพบการแทรกแซงจากมิติภายนอก]**
**[หน่วยพิทักษ์ความจริง กำลังเคลื่อนพลเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายในอีก... 120 วินาที]**
ชายชรารีบหันขวับไปมองที่ประตูเหล็กด้านหลัง ซึ่งตอนนี้... รอยร้าวสีดำทมิฬกำลังปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงคำรามต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วกระดูก ดังลอดออกมาจากรอยแยกนั้น!
"พวกมันมาแล้ว..." ชายชราคำรามลั่น "ธันวา! เปิดสมุดหน้าถัดไป... แล้วเลือกซะ ว่าจะตายแบบคนไม่รู้เรื่อง หรือจะสู้เพื่อความจริง!"
ธันวากลั้นใจ คว้ามุมกระดาษสมุดบันทึก... แล้วกระชากเปิดมันออกในวินาทีเป็นตาย!
---
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ - วิทยาศาสตร์รอบตัว)*
รหัสลับจักรวาล: ถอดรหัสความจริงหลังม่านวิทยาศาสตร์•ตอนที่ 4
รหัสลับในอนุภาค
ผลงานโดย วิทยาศาสตร์รอบตัว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วิทยาศาสตร์รอบตัว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับจักรวาล: ถอดรหัสความจริงหลังม่านวิทยาศาสตร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!