"กล้าเปิดพิพิธภัณฑ์เศษแก้วกิ๊กก๊อกนี่ขึ้นมาจริงๆ ด้วยหรือคะเนี่ย... ช่างไร้ยางอายเสียจริง อดีตคู่หมั้นของท่านดยุกผู้สูงศักดิ์ แต่กลับต้องมาหาเลี้ยงชีพด้วยการหลอกลวงต้มตุ๋นชาวบ้านด้วยของปลอม!"
เสียงแหลมสูงเจือความเย้ยหยันดังแหวksความเงียบขึ้นมาทันทีที่ร่างของเลดี้คริสติน่าก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามา ดวงตาสีฟ้าอ่อนที่แต่งแต้มด้วยอายแชโดว์สีจัดจ้านกวาดมองไปรอบห้องโถงจัดแสดงด้วยความดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง มุมปากของเฒ่าแก่และขุนนางชั้นผู้น้อยหลายคนที่มารวมตัวกันอยู่ด้านนอกเพื่อ "รอดูความพินาศ" ต่างพากันยกมือขึ้นปิดปากหัวเราะคิกคัก รอเวลาให้เอลีน่าฉีกหน้าตัวเองจนไม่กล้าเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนี
ดิฉัน—เอลีน่า วอน คอร์ทซ์ วางถ้วยชาพอร์ซเลนลายครามลงบนจานรองเบาๆ เสียงกระทบกันของเนื้อเซรามิกเนื้อดีกังวานใส ท่ามกลางบรรยากาศที่เกือบจะกลายเป็นสนามประลองยุทธ์ขนาดย่อม
ดิฉันไม่ได้ขยับตัวหนี หรือแม้แต่แสดงสีหน้าตื่นตระหนกอย่างที่พวกเขาวาดฝันไว้ ร่างบางในชุดกระโปรงยาวเข้ารูปสีมรกตเข้มประดับลูกไม้สีเงินระยิบระยับ ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างใจเย็น สายตาคู่สวยที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งอย่างไร้สมองในอดีต บัดนี้กลับนิ่งสงบ เยືือกเย็น และคมกริบราวกับใบมีดเคลือบน้ำผึ้ง จนเลดี้คริสติน่าที่เดินเชิดหน้าเข้ามาถึงกับชะงักก้าวไปชั่วขณะ
"ยินดีต้อนรับค่ะ เลดี้คริสติน่า..." ดิฉันคลี่รอยยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่สุภาพจนน่าขนลุก "ดิฉันก็นึกว่ากลิ่นอายความอิจฉาริษยาที่โชยมาแต่ไกลนี้จะเป็นใคร ที่แท้ก็เป็นแขกไม่ได้รับเชิญที่ว่างงานจนต้องมาเดินสำรวจพิพิธภัณฑ์ของชาวบ้านนี่เองนะคะ"
ฮือฮา! เสียงสูดปากด้วยความตกใจดังขึ้นจากกลุ่มคนที่ยืนมุงดูอยู่ด้านนอก พวกเขาไม่คาดคิดว่าอดีตนางร้ายตกอับคนนี้จะกล้าต่อปากต่อคำกับคนสนิทของว่าที่ราชินีอย่างเผ็ดร้อนเช่นนี้
"เธอ!" คริสติน่าหน้าเสีย สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด "ปากดีไปเถอะค่ะ! ใครๆ เขาก็กoutกันหมดแล้วว่าตระกูลวอน คอร์ทซ์ถูกตัดหางปล่อยวัด เงินสักแดงก็ไม่มีติดตัว แล้วเอาปัญญาที่ไหนมาสร้างพิพิธภัณฑ์อัญมณีเวทมนตร์? ของในตู้พวกนี้... อย่างมากก็เป็นแค่เศษหินกรวดข้างถนนที่ย้อมสีลวงตาไม่ใช่หรือคะ!"
สิ้นคำพูดนั้น คริสติน่าก็พุ่งตรงไปยังตู้จัดแสดงใจกลางห้อง ซึ่งเป็นที่ตั้งของ 'สร้อยคอหยาดน้ำค้างแห่งจันทรา' อัญมณีโบราณที่แผ่ประกายแสงสีฟ้าอ่อนระยิบระยับราวกับมีชีวิต เธอเอื้อมมือหมายจะเคาะกระจกเพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่ามันเป็นของปลอม
ทว่า...
ฉับพลัน อุณหภูมิภายในห้องโถงก็ลดฮวบลงทันที บรรยากาศรอบตัวกดดันจนทุกคนต้องกลั้นหายใจ พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทที่ก้าวออกมาจากมุมมืดของห้องทำงานด้านใน เขายื่นมือหนาคว้าข้อมือของคริสติน่าไว้กลางอากาศด้วยแรงบีบที่ทำให้อีกฝ่ายกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
"มือสกปรกๆ ของเธอ... ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องฝุ่นละอองในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และเปี่ยมไปด้วยอำนาจมืดกดดันจนคริสติน่าเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น ดวงตาคู่คมกริบดั่งสัตว์นักล่าของดยุกคาสเซียน ดาร์กวูด ปรายตามองหญิงสาวด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับเธอกำลังมองเศษขยะชิ้นหนึ่ง
หัวใจของดิฉันกระตุกวูบเล็กน้อยยามที่เหลือบไปเห็นแผ่นหลังกว้างที่ก้าวเข้ามาปกป้อง ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางความหนาวเหน็บของผู้คนรอบข้าง... เขาคนนี้ มักจะปรากฏตัวในเวลาที่ดิฉันต้องการเสมอ แม้ปากบอกว่าเป็นเพียงพันธมิตรทางธุรกิจก็ตามที
"ทะ... ท่านดยุกดาร์กวูด!" คริสติน่าละล่ำละลักด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้คะ? ผู้ชายคนนี้... เขากำลังหลอกลวงท่านอยู่นะคะ ท่านถูกนางนี่เป่าหู..."
"หุบปากซะ" คาสเซียนกล่าวตัดบทด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมราวกับใบมีดโกน "ถ้าไม่อยากให้ตระกูลของเธอหายไปจากแผนทวีปนี้ภายในข้ามคืน"
ความเงียบกริบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่เสียงกระซิบกระซาบของพวกขุนนางที่เคยรอสมน้ำหน้าเมื่อครู่ก็เงียบหายไปสนิท ทุกคนต่างตระหนักได้ทันทีว่า ดยุกคาสเซียนผู้นี้ไม่ได้มาเพื่อร่วมงานอีเวนต์ตามมารยาท แต่เขามาเพื่อประกาศกร้าวว่า "เอลีน่า วอน คอร์ทซ์" คือคนที่เขาคุ้มครองด้วยชีวิต
ดิฉันก้าวเดินเข้าไปใกล้ตู้จัดแสดง ชายกระโปรงสีมรกตลากผ่านพื้นหินอ่อนเงาวับอย่างสง่างาม ดิฉันสบตากับกลุ่มผู้คนที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ด้านนอก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
"ในเมื่อเลดี้คริสติน่าสงสัยในคุณภาพของอัญมณีในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้... งั้นดิฉันขอเรียนเชิญผู้ตรวจสอบอัญมณีหลวงประจำราชสำนัก ที่แอบยืนหลบมุมอยู่ตรงนั้น ก้าวออกมาตรวจสอบให้เห็นกับตาตัวเองเลยดีไหมคะ?"
สิ้นเสียงหวานใส ประตูไม้บานใหญ่ของพิพิธภัณฑ์ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง พร้อมกับร่างของบุคคลที่เอลีน่าคาดไม่ถึงก้าวเข้ามาในแสงไฟ... คนที่เธอคิดว่าจะไม่มีวันเหยียบย่างมาที่นี่เด็ดขาด!
นั่นคือ... องค์ชายเซบาสเตียน อดีตคู่หมั้นของเธอเอง ที่มาพร้อมกับใบหน้าซีดเผือดและแววตาที่สั่นระริกราวกับเห็นผีในยามกลางวัน!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในโลกแห่งอัญมณีเวทมนตร์และหัวใจที่อบอุ่นด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ขอถอนตัวจากบทนางร้าย ไปเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์อัญมณีเวทมนตร์ดีกว่า•ตอนที่ 7
พิพิธภัณฑ์เปิดทำการท่ามกลางเสียงนินทา
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอถอนตัวจากบทนางร้าย ไปเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์อัญมณีเวทมนตร์ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!