"คิดว่าชนะแล้วอย่างนั้นหรือ... ลูกสาวตัวดี?"
เสียงหัวเราะเยาะที่ลอดผ่านบานประตูไม้โอ๊กหนาหนักในห้องใต้ดินนั้นไม่ได้ทำให้เอลีน่าสะดุ้งตกใจอย่างที่ควรจะเป็น นัยน์ตาคู่สวยคมกริบราวกับอัญมณีไพลินน้ำงามเพียงแค่หรี่ลงเล็กน้อย สะท้อนประกายความเยือกเย็นและรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยัน เธอไม่ได้เป็น "เอลีน่า" คนเก่าที่เอาแต่กรีดร้องและหวาดกลัวเงาหัวของบิดาผู้ให้กำเนิดอีกต่อไปแล้ว
ในทางกลับกัน มือเรียวบางภายใต้ถุงมือลูกไม้สีดำสนิทกลับเอื้อมไปหยิบสร้อยคอมรกตโบราณที่เพิ่งประเมินราคาเสร็จ วางมันลงบนกำมะหยี่สีเลือดหมูอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหันไปสบตากับร่างสูงใหญ่ของดยุคคาสเซียน ดาร์กวูด ที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลัง
บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มแผ่ไอเย็นเยียบออกมาจนสัมผัสได้ คาสเซียนไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนก เขากลับขยับรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูอันตรายและพร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งที่ขวางหน้าให้แหลกเป็นจุล นิ้วเรียวยาวของเขาเคาะเบาๆ บนด้ามจับดาบประจำตระกูลราวกับกำลังให้เกียรติแขกผู้ไม่ได้รับเชิญคนนั้น
"ดูเหมือนว่า 'คุณพ่อ' ของเธอจะยังไม่เข้าใจสถานะปัจจุบันสินะคะ" คาสเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ก้องกังวาน บรรยากาศรอบตัวเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายของนักล่าที่พร้อมขย้ำเหยื่อ "ให้ฉันออกไปจัดการต้อนรับเขาให้สมฐานะดีไหม... เอลีน่า?"
"ไม่ต้องหรอกค่ะท่านดยุค" เอลีน่าส่ายหัวช้าๆ ปอยผมสีบลอนด์ประกายทองไหวตามการเคลื่อนไหว เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อซึมซับกลิ่นหอมเฉพาะตัวของหินเวทมนตร์และกระดาษโบราณในพิพิธภัณฑ์อัญมณีของเธอเอง "นี่คือบ้านของฉัน และหนี้สินเก่าระหว่างตระกูล... ฉันควรจะเป็นคนปิดบัญชีด้วยตัวเองค่ะ"
*แอ๊ด——!*
บานประตูห้องใต้ดินถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี แสงไฟสลัวจากโถงทางเดินสาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นเงาร่างท้วมแต่สูงสง่าของเคานต์วอน คอร์ทซ์ บิดาผู้ให้กำเนิดที่ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาของเขาแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยยามที่จ้องมองมายังบุตรสาวที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเบี้ยล่างไร้ค่า
"นังตัวดี! แกกล้ามากนะที่เอาชื่อตระกูลไปจำนองกับไอ้ปีศาจตลาดมืดนี่!" เคานต์วอนคำรามลั่น กลิ่นอายเวทมนตร์ระดับสูงถูกปลดปล่อยออกมาเพื่อข่มขวัญ ทว่ามันกลับสลายกลายเป็นเพียงสายลมว่างเปล่าเมื่อปะทะเข้ากับเขตอาคมที่คาสเซียนกางกั้นไว้โดยไม่แม้แต่จะขยับตัว
เอลีน่ายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่สีแดงสด ท่าทีของเธอสง่างามราวกับราชินีผู้ครองบัลลังก์ เธอวางมือประสานกันบนตัก มองดูชายผู้ให้กำเนิดด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังมองดูแมลงตัวเล็กๆ ที่กำลังดิ้นรนอยู่ในความมืด
"จำนองอย่างนั้นหรือคะท่านพ่อ?" เอลีน่าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ท่านต่างหากที่เอาอนาคตของตระกูลไปละลายเล่นกับกลุ่มค้าอัญมณีเถื่อนใต้ดิน จนตอนนี้แม้แต่ที่ดินผืนสุดท้ายก็ยังติดจำนองธนาคารเวทมนตร์... อ้อ หรือว่าท่านลืมไปแล้วว่า 'พิพิธภัณฑ์' แห่งนี้ ตอนนี้โฉนดเป็นชื่อใคร?"
ใบของเคานต์วอนเผือดสีลงทันที เขากัดฟันกรอดจนได้ยินเสียง "แก... แกแอบฮุบกิจการของตระกูล!"
"ฉันแค่ใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย และใช้ 'เงิน' ที่หามาด้วยหยาดเหงื่อของตัวเองซื้อคืนมาจากพวกปล่อยเงินกู้ที่ท่านไปกู้มาต่างหากล่ะคะ" เอลีน่ายันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของเธอทำให้ต้องแหงนมองเล็กน้อย แต่รัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับกดดันให้เคานต์วอนต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "เลิกเล่นบทผู้เสียหายเถอะค่ะ มันน่าสมเพชเกินไป"
ทว่า ก่อนที่เคานต์วอนจะได้เอ่ยคำอาฆาตมาดร้ายใดๆ ออกมาอีก เสียงปรบมือช้าๆ ก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดเบื้องหลังทางเดิน
*แปะ... แปะ... แปะ...*
เงาร่างที่สามก้าวพ้นความมืดออกมา ชายวัยกลางคนสวมชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากเมืองหลวง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มพินพิเทดแต่แววตากลับคมกริบราוחใบมีดโกน เขากวาดสายตามองไปรอบห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยอัญมณีเวทมนตร์มูลค่ามหาศาลด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด
"ช่างเป็นการพบปะครอบครัวที่น่าประทับใจเสียจริง..." น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้น "ไม่เสียแรงที่ฉันลงทุนสนับสนุนท่านเคานต์ผู้พ่อ เพื่อจะได้เข้ามาสำรวจ 'สมบัติ' ที่ซ่อนอยู่ของตระกูลวอน คอร์ทซ์"
เอลีน่าหรี่ตาลงทันที สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลอย่างรวดเร็ว ชายคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น "มาร์คัส เกรย์" ผู้นำกลุ่มอิทธิพลมืดที่ควบคุมเส้นทางการค้านอกกฎหมายทั้งหมดในอาณาจักร ผู้ซึ่งอยู่เบื้องหลังการพยายามขัดขวางเส้นทางธุรกิจของเธอและคาสเซียนมาโดยตลอด
"ที่แท้ก็สุนัขรับใช้ที่คอยเห่าหอนอยู่ในเงา" คาสเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ร่างสูงก้าวเข้ามาขวางหน้าเอลีน่าไว้โดยสัญชาตญาณ มือหนาจับที่ด้ามดาบแน่นขึ้นจนข้อต่องอขาว "คิดว่าพาพวกมาด้วยแล้วจะออกไปจากที่นี่ได้รวดเร็วอย่างนั้นหรือ?"
มาร์คัสหัวเราะหึๆ ในลำคอ เขาไม่ได้สะทกสะท้านต่อรังสีอำมหิตของดยุคหนุ่มแม้แต่น้อย กลับกัน เขากลับโบกมือขึ้นเบื้องหลัง ทันใดนั้น ประตูทางเข้าห้องใต้ดินและหน้าต่างทุกบานก็ถูกกระแทกเปิดออกพร้อมกัน ร่างของชายฉกรรจ์นับสิบคนที่สวมหน้ากากและถืออาวุธเวทมนตร์ครบมือกรูกันเข้ามาปิดล้อมทั้งคู่ไว้จนมุม
"ดยุคดาร์กวูดผู้เกรียงไกร... ท่านอาจจะเก่งกาจในตลาดมืด แต่ที่นี่ และตอนนี้... เวทมนตร์คุ้มAคมของท่านจะถูกผนึกด้วย 'ศิลาปราบอาคม' ที่ฉันเตรียมมา" มาร์คัสแสยะยิ้มกว้างอย่างผู้กำชัยชนะ "มอบอัญมณีทั้งหมด และสิทธิ์การถือครองพิพิธภัณฑ์นี้ให้ฉันเสียดีๆ มิฉะนั้น... ทั้งท่านและแม่ตัวร้ายนี่ อาจจะไม่ได้เห็นตะวันในวันพรุ่งนี้"
เคานต์วอนที่ตั้งสติได้ รีบกลับมาทำท่าทางวางอำนาจทันที "ได้ยินแล้วนี่นา! ถอนตัวซะ แล้วส่งมอบทุกอย่างมาให้มาร์คัสซะ! แกไม่มีทางชนะกลุ่มอิทธิพลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนี้ได้หรอก!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ อากาศภายในห้องใต้ดิน parece จะลดอุณหภูมิลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
เอลีน่ามองหน้ามาร์คัส สลับกับบิดาบังเกิดเกล้าของตนเอง แววตาของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มุมปากอิ่มสวยกลับยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุด... และอันตรายที่สุด
"กลุ่มอิทธิพลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอย่างนั้นหรือคะ..." เอลีน่าเอ่ยทวนคำ เสียงหัวเราะเบาๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากของเธอ "ท่านมาร์คัสคะ... ท่านแน่ใจแล้วหรือคะว่า 'กลุ่ม' ของท่านใหญ่ที่สุด?"
มาร์คัสขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างจากท่าทีที่นิ่งสงบเกินไปของหญิงสาว "แกหมายความว่ายังไง?"
เอลีน่าไม่ตอบ เธอเพียงแค่ยกมือขึ้นขยับแหวนเพชรเม็ดโตที่นิ้วนางข้างซ้าย ส่งสัญญาณบางอย่างออกไป
ในวินาทีนั้นเอง เสียงคำรามกึกก้องของเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากด้านบนหลังคาพิพิธภัณฑ์ แรงลมมหาศาลจากการหมุนของใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวรุ่นท็อปสำรับกองทัพเวทมนตร์พัดกระหน่ำจนกระจกหน้าต่างสั่นสะเทือน เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากกรูเข้ามาทางบันไดหลักอย่างเป็นระเบียบ พร้อมกับเสียงขึ้นลำกล้องปืนเวทมนตร์นับร้อยกระบอกที่จ่อตรงเข้ามายังกลุ่มของมาร์คัส
แสงไฟจากเฮลิคอปเตอร์ส่องทะลุหลังคากระจกใสลงมา อาบไล้ร่างของเอลีน่าให้ดูราวกับเทพีแห่งสงครามผู้ทรงอำนาจ
หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสจากระบบของเอลีน่าเด้งขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังชัดเจนในโสตประสาทของเธอ:
*[แจ้งเตือนระบบ: ทำการตรวจสอบพบภัยคุกคามระดับ A - ดำเนินการเปิดใช้งาน 'กองกำลังพิทักษ์ทรัพย์สินส่วนบุคคล' และอายัดบัญชีเครือข่ายมืดทั้งหมดของเครือข่ายมาร์คัส เรียบร้อยแล้ว]*
เอลีน่าก้าวเข้าไปใกล้ชายวัยกลางคนผู้กำลังหน้าซีดเผือดด้วยความตื่นตระหนก เธอก้มลงกระซิบข้างหูของเขาด้วยน้ำเสียงหวานหยดแต่เย็นยะเยือกถึงกระดูกดำ
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักของฉันนะคะ... ท่านมาร์คัส"
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและความสะใจนี้ด้วยกันนะคะ - ม่านหมอกโรแมนซ์)
ขอถอนตัวจากบทนางร้าย ไปเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์อัญมณีเวทมนตร์ดีกว่า•ตอนที่ 18
ศัตรูในเงา
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอถอนตัวจากบทนางร้าย ไปเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์อัญมณีเวทมนตร์ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!