ขอถอนตัวจากบทนางร้าย ไปเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์อัญมณีเวทมนตร์ดีกว่า•ตอนที่ 17

อัญมณีหัวใจมังกร

ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้องใต้ดินลับใต้พิพิธภัณฑ์อัญมณีเวทมนตร์ แสงสีฟ้าอมม่วงจากคริสตัลเรืองแสงสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่ตอนนี้ซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด ดยุคคาสเซียน ดาร์กวูด กำลังกัดฟันแน่นจนกล้ามเนื้อกรามขึ้นเป็นสันนูน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าคมคาย บาดแผลฉกรรจ์จากการปะทะกับนักฆ่าแห่งเงาทมิฬเมื่อคืนก่อนกำลังแผ่ไอทมิฬกัดกินพลังเวทในAuraของเขาอย่างช้าๆ พิษร้ายกำลังลามเลียไปถึงหัวใจ "ท่านจะฝืนทนอีกนานแค่ไหนกันคะ คาสเซียน?" เสียงหวานใสแต่เฉียบคมดังขึ้นทำลายความเงียบ เอลีน่า วอน คอร์ทซ์ ก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดกระโปรงยาวสีมรกตเข้ม ขับเน้นผิวเนียนละเอียดและท่าทีสง่างามราวกับราชinนีผู้กุมชะตากรรม ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแวววิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด แม้ริมฝีปากอิ่มจะเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ คาสเซียนปรือตาขึ้นช้าๆ รอยยิ้มฝฝื่อนฝืนถูกจุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก ทั้งที่เจ็บปวดเจียนตายแต่เขากลับยังห่วงความรู้สึกของหญิงสาวตรงหน้า "ข้า... ไม่เป็นไรหรอกเอลีน่า แค่พิษกระจอกง่อย..." "โกหกค่ะ!" เอลีน่าสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่เด็ดขาด เธอทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างกายเขา เรียวผอมเอื้อมไปแตะขอบเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดบริเวณหน้าอกของเขาเบาๆ "ท่านคิดว่าข้าดูไม่ออกหรือไงคะ? พลังเวทมืดในตัวท่านกำลังจะกัดกินเส้นประสาทหัวใจอีกไม่ถึงสามชั่วโมงข้างหน้า ถ้ายังดื้อรั้นบอกว่าไม่เป็นไรอีก ข้าจะ... ข้าจะถือว่าท่านไม่เห็นแก่ชีวิตตัวเองเลยนะคะ!" คำพูดที่เจือความตัดพ้อแต่เปี่ยมด้วยความห่วงใยนั้น ทำให้ดวงเนตรสีนิลเข้มของคาสเซียนไหววูบ เขาเอื้อมมือหนาที่สั่นเทาเล็กน้อยมาทาบลงบนหลังมือเรียวของเธอ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากฝ่ามือของเขาทำให้หัวใจของเอลีน่ากระตุกวูบ "ข้าแค่ไม่อยากให้เจ้าต้องกังวล..." เขาเสียงแหบพร่า "เกมนี้... ใครกันแน่ที่เป็นผู้ล่า? ข้าสัญญากว่าพวกมันจะต้องชดใช้ แต่ตอนนี้... ข้าคงต้องพักสักครู่..." "ไม่ต้องพูดแล้วค่ะ!" เอลีน่าตัดบท ดวงตาคู่สวยประกายแสงวิบวับด้วยความมุ่งมั่น "ในเมื่อพวกมันส่งความตายมาให้ท่าน งั้นเราก็มาพลิกเกมด้วยสิ่งที่พวกมันไม่มีวันเอื้อมถึงก็แล้วกันค่ะ!" พลันนั้น ประตูห้องนิรภัยชั้นในสุดก็ถูกปลดล็อกด้วยระบบเวทมนตร์โบราณ แสงสีทองเรืองรองสว่างวาบขึ้นขับไล่ความมืดมิดในห้องใต้ดินจนหมดสิ้น สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือกล่องไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ด้วยเกราะป้องกันเวทถึงเจ็ดชั้น—มันคือ “อัญมณีหัวใจมังกร” สมบัติล้ำค่าที่เธอเพิ่งประมูลชนะมาจากตลาดมืดใต้ดินด้วยราคาที่สูงลิ่วจนมหาเศรษฐีทั่วอาณาจักรต้องอ้าปากค้าง เอลีน่าสูดลมหายใจเข้าลึก and เปิดฝากล่องออกช้าๆ *วูบ!* คลื่นพลังงานบริสุทธิ์สายหนึ่งพวยพุ่งออกมาทันที กลิ่นอายอบอุ่นราวกองไฟในฤดูหนาวโอบล้อมห้องทั้งห้อง ใจกลางกล่องกำมะหยี่สีดำสนิท มีอัญมณีเจียระไนรูปหยดน้ำขนาดเท่ากำปั้นเด็ก ส่องประกายแสงสีแดงอมชมพูเรืองรองราวกับมีชีวิต ชีพจรของมันเต้นตุบๆ เป็นจังหวะสอดประสานกับเสียงหัวใจของผู้ถือครอง อัญมณีแห่งปฐพีและเปลวเพลิงบริสุทธิ์... สิ่งเดียวในทวีปนี้ที่สามารถชำระล้างพิษเวทมืดระดับสูงและฟื้นฟูเซลล์ที่ถูกทำลายได้ในพริบตา คาสเซียนมองสิ่งนั้นด้วยความตะลึงงัน "นั่นมัน... หรือว่าเจ้าจะ..." "ใช่ค่ะ" เอลีน่าหยิบอัญมณีเม็ดนั้นขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง แววตาสั่นระริกด้วยความยินดีปนโล่งอก "นี่คืออัญมณีหัวใจมังกรที่ข้าตามหามาตลอดสามสัปดาห์เต็ม เพื่อวันนี้... เพื่อท่านค่ะ คาสเซียน" เธอขยับเข้าไปใกล้ร่างหนaที่นั่งพิงผนังอยู่ เอลีน่าใช้นิ้วเรียวสวยกดลงบนจุดชีพจรบริเวณหน้าอกของชายหนุ่ม ก่อนจะวางอัญมณีหัวใจมังกรแนบลงบนบาดแผลฉกรรจ์ที่ยังมีไอทมิฬพวยพทันทีที่สัมผัสโดนผิวหนัง แสงสีทองและสีแดงเพลิงก็ระเบิดประกายเจิดจ้ากลบกลืนแสงสีม่วงน่ากลัวนั้นจนหมดสิ้น เสียงกรีดร้องราวกับวิญญาณต้องคำสาปดังแว่วออกมาจากไอมืดที่สลายตัวไป คาสเซียนสะท้านเฮือก สีหน้าที่เคยขาวซีดเริ่มมีเลือดฝาดกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ลมหายใจที่ติดขัดกลับมาสม่ำเสมอและทรงพลังอีกครั้ง เมฆหมอกแห่งความเจ็บปวดเลือนหาย เหลือเพียงความอบอุ่นซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ชายหนุ่มลืมตาขึ้นเต็มตาดวงเนตรสีนิลคู่นั้นมองหญิงสาวตรงหน้าที่ตอนนี้หน้าผากชุ่มไปด้วยเหงื่อจากการใช้สมาธิควบคุมพลังเวทประคองอัญมณี ความรู้สึกซาบซึ้งระคนรักใคร่อย่างลึกซึ้งเอ่อล้นทะลักเข้ามาในอก จนเขาอดไม่ได้ที่จะรวบเอวบางเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว "เอลีน่า..." เสียงของเขาแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความนุ่มนวลอย่างหาได้ยากยิ่ง "เจ้าทำเพื่อข้ามากขนาดนี้... ข้าจะเอาอะไรมาตอบแทนผู้หญิงที่งดงามและร่ำรวยที่สุดในอาณาจักรคนนี้ดีล่ะ?" เอลีน่าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ เธอยื่นหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ใบหูของเขาจนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ "ถ้าอยากตอบแทนล่ะก็... พรุ่งนี้ตอนที่พวกตระกูลวอน คอร์ทซ์ และองค์ชายรัชทายาทมาเยือนพิพิธภัณฑ์ของเราเพื่อทวงคืนสมบัติ..." เธอยิ้มมุมปากอย่างเย้ายوانและสะใจขั้นสุด "ท่านช่วยช่วยข้า 'ตบหน้า' พวกมันให้คว่ำคาสิมิเตอร์แทบเท้า คืนความยุติธรรมให้พิพิธภัณฑ์ของเรา... แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน... ดีไหมคะ?" คาสเซียนยิ้มรับ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและคลั่งไคล้ในเวลาเดียวกัน เขากดจูบลงบนหลังมือเรียวของเธออย่างแผ่วเบา "ตามบัญชาครับ... ยอดดวงใจของข้า" ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและเปี่ยมด้วยชัยชนะนั้นเอง เสียงระฆังเตือนภัยเวทมนตร์ระดับสูงสุดของพิพิธภัณฑ์ก็ดังสนั่นหวั่นไหว! *กริ๊งงงงงงง!* หน้าจอโฮโลแกรมระบบป้องกันภัยอัตโนมัติปรากฏภาพเบื้องหน้าของประตูทางเข้าหลัก... ร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิท ปลดฮู้ดออกเผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้เอลีน่าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด เพราะคนๆ นั้นคือคนที่ควรจะตายไปในเหตุการณ์เพลิงไหม้เมื่อสัปดาห์ก่อน—มารดาเลี้ยงผู้ไร้ความปรานีของเธอนั่นเอง! และก่อนที่เอลีน่าจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นอย่างเยือกเย็นจากด้านนอกห้องใต้ดิน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะที่ส่งตรงเข้ามาในโสตประสาทของทั้งคู่: *"คิดว่าชนะแล้วอย่างนั้นหรือ... ลูกสาวตัวดี?"* *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและความสะใจมาจนถึงตอนนี้นะคะ! ม่านหมอกโรแมนซ์สัญญาว่าจะเสิร์ฟความฟินและฉากฟาดหน้าสะใจให้ทุกคนในตอนหน้าแบบจัดเต็มแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอถอนตัวจากบทนางร้าย ไปเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์อัญมณีเวทมนตร์ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%