“ถอยออกไปให้ห่างจากรัศมีของค่ายกลนี้ เดี๋ยวนี้!”
น้ำเสียงเยือกเย็นของดยุคคาสเซียนตวาดก้องท่ามกลางความมืดมิดของป่าต้องห้าม มือหนาคว้าข้อมือของเอลีน่าแล้วกระชากร่างบางให้ถลาเข้ามาปะทะกับแผงอกกว้างอย่างแรง แรงปะทะนั้นไม่ได้ทำให้เธอเจ็บปวด แต่กลับทำให้อะดรีนาลีนในกายพุ่งพล่าน เมื่อพื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเธอเริ่มสั่นสะเทือนดั่งหัวใจของยักษ์ใหญ่ที่เพิ่งตื่นจากนิทรา
เอลีน่าไม่ได้ขัดขืน เธอเพียงแค่หรี่ตาลง มองเห็นไอหมอกสีม่วงเข้มที่พุ่งทะลุขึ้นมาจากชั้นดิน มันไม่ใช่หมอกธรรมดา แต่เป็นไอมนตราที่แผ่พุ่งออกมาจาก 'อัญมณีดิบ' ที่รอคอยการถูกค้นพบ ซึ่งบัดนี้มันกำลังถูกบางสิ่งที่ชั่วร้ายจากภายนอกรุกราน
“ผนึกที่บรรพกาลวางไว้กำลังจะแตกออก” เอลีน่ากระซิบ เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณีเวทมนตร์ เธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่สื่อสารกับอัญมณีสีชาดในกำไลข้อมือของเธอ
“จำได้ไหมที่บอกว่าเราจะมาหาแหล่งพลังงาน ไม่ใช่มาเป็นเหยื่อให้มัน” คาสเซียนกระซิบข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนของเขามีกลิ่นอายของไม้สนและเหล็กกล้าที่แสนคุ้นเคย เขายกมือขึ้นทาบลงบนแผ่นหลังของเธอ พลังเวทสีเงินยวงเริ่มไหลผ่านฝ่ามือของเขาเข้าสู่ร่างของเอลีน่าอย่างแผ่วเบา แต่ทรงพลัง
“ฉันไม่ได้กลัว... แต่ฉันกำลังวิเคราะห์” เอลีน่าสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามปรับจูนคลื่นพลังของตนให้เข้ากับคาสเซียน ทันทีที่กระแสเวทของทั้งคู่บรรจบกัน ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ภาพนิมิตแห่งอดีตปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ทั้งเส้นทางการกำเนิดของอัญมณี และ... เงาดำทมิฬที่กำลังพยายามฉีกกระชากมิตินี้
“พวกมันตามกลิ่นเงินมา” คาสเซียนแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบดุจนักล่าเปลี่ยนเป็นสีทองวาวโรจน์ “คงคิดว่าการปลดผนึกป่าจะทำให้เจ้าของพิพิธภัณฑ์อย่างเอลีน่า วอน คอร์ทซ์ ต้องหวาดกลัวจนหนีหัวซุกหัวซุนงั้นหรือ?”
เอลีน่าเหยียดยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่งดงามทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “ก็ลองดูสิคะ ว่าความมั่งคั่งของตระกูลวอน คอร์ทซ์ ที่ถูกตราหน้าว่าล่มสลาย จะซื้อความพินาศให้พวกที่รนหาที่ตายได้มากแค่ไหน”
เธอหยิบเหรียญตราทองคำแท้ประทับตราประจำตระกูลขึ้นมา บดมันด้วยนิ้วมือจนละเอียดเป็นผงสีทอง แล้วโรยลงบนพื้นดินที่กำลังสั่นไหว พลันนั้น... พลังเวทมหาศาลก็ระเบิดออก! มันไม่ได้ทำลายป่า แต่กลับเป็นการสร้าง 'เขตแดน' ที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่ศัตรูคนใดจะแทรกซึมเข้ามาได้
คาสเซียนมองหญิงสาวข้างกายด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความชื่นชมและเสน่หาที่ยากจะปิดบัง “คุณช่างใจร้ายได้ใจจริงๆ เอลีน่า”
“ฉันแค่ทำธุรกิจค่ะ ดยุค... ใครที่ละเมิดทรัพย์สินส่วนตัวของฉัน ก็ต้องจ่ายค่าเสียหายด้วยชีวิต”
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องโหยหวนของสิ่งมีชีวิตในเงามืดก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนที่พยายามบุกฝ่าเข้ามา แต่สิ่งที่พวกเขาเจอไม่ใช่ทางเข้าที่เปิดออก กลับเป็นกับดักเวทมนตร์ระดับสูงที่เปลี่ยนก้อนหินธรรมดาให้กลายเป็นหอกแหลมคมพุ่งเข้าใส่ผู้บุกรุกโดยไม่ปรานี
ทว่าในวินาทีที่เอลีน่ากำลังจะกวาดล้างพวกนั้นให้สิ้นซาก สายลมในป่าก็หยุดชะงักลงโดยฉับพลัน ความเงียบงันที่น่าขนลุกเข้าปกคลุมแทนที่เสียงการต่อสู้
“เอลีน่า... หยุดมือเดี๋ยวนี้” เสียงปริศนาที่คุ้นเคยอย่างประหลาดดังขึ้นจากเบื้องหลังต้นไม้ใหญ่
ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืด แสงจันทร์ส่องกระทบใบหน้าที่เธอไม่มีวันลืม... คนที่ควรจะถูกเนรเทศออกนอกอาณาจักรไปแล้วเมื่อเดือนก่อน มือของเขากำวัตถุชิ้นหนึ่งไว้แน่น มันคือชิ้นส่วนของอัญมณีที่ถูกจารึกว่าเป็น 'กุญแจสู่จุดจบของทวีป' ซึ่งเขากำลังชี้ปลายมีดลงบนจุดศูนย์กลางของพลังงานที่เอลีน่ากำลังปกป้องอยู่
“เธอกลับมาได้ยังไง...” เอลีน่าพึมพำ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะตั้งตัว ร่างของคาสเซียนก็ทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดสีดำไหลซึมออกมาจากหัวไหล่ของเขา เขาโดนลอบทำร้ายจากระยะไกลด้วยอาวุธต้องคำสาป!
“ฉันไม่ได้กลับมาคนเดียวหรอกนะ เอลีน่า” ชายผู้นั้นยิ้มกว้าง ก่อนจะชี้นิ้วขึ้นไปบนฟ้า เหนือยอดไม้ ปรากฏร่างของอัศวินมืดนับร้อยที่กำลังควบม้าบินล้อมรอบพื้นที่ทั้งหมดไว้ราวกับตาข่ายเหล็ก
“เกมนี้... ใครกันแน่ที่เป็นผู้ล่า?”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้นะคะ ม่านหมอกโรแมนซ์จะรีบมาต่อให้ในตอนหน้าค่ะ!
ขอถอนตัวจากบทนางร้าย ไปเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์อัญมณีเวทมนตร์ดีกว่า•ตอนที่ 16
ความลับในป่าต้องห้าม
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอถอนตัวจากบทนางร้าย ไปเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์อัญมณีเวทมนตร์ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!