"ปล่อยมือจากฉันซะ เบนจามิน... ก่อนที่ท่านจะไม่มีแม้แต่แผ่นดินให้ซุกหัวนอน"
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกของเอลีน่า วอน คอร์ทซ์ ดังแทรกเสียงฝีเท้าหนักอึ้งของกองทหารหลวงที่แห่กันเข้ามาปิดล้อมโถงคฤหาสน์วอน คอร์ทซ์จนแทบไม่เหลือพื้นที่หายใจ บนพื้นหินอ่อนขัดเงาวับที่เคยสะท้อนความโอ่อ่าของตระกูลขุนนางเก่าแก่ บัดนี้กลับมีรอยประทับของตราสัญลักษณ์ต้องห้ามสีดำสนิทแผ่ไอความมืดมนน่าสะพรึงกลัวออกมาที่ปลายรองเท้าของเบนจามินอย่างพพอดี
ผู้เป็นคู่หมั้นจอมปลอมหน้าซีดเผือด เขากำลังจะอ้าปากปฏิเสธและโยนความผิดทั้งหมดมาให้หญิงสาวเหมือนเช่นเคย แต่สายตาคมกริบราวกับมองทะลุปรุโปร่งของเอลีน่าก็ทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายลงคออัึกใหญ่
"เอลีน่า! เธอ... เธอกล้าดียังไงถึงสมรู้ร่วมคิดกับพวกนอกรีต! ทหาร! จับตัวนางร้ายสารเลวคนนี้ฐานครอบครองอัญมณีต้องสาปและกบฏต่อราชสำนักซะ!" เบนจามินแผדเสียงตะโกนลั่นด้วยความตื่นตระหนก เพื่อกลบเกลื่อนความกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เมื่อเห็นรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของอดีตคู่หมั้น
ไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีคราบน้ำตา หรือการอ้อนวอนขอความเห็นใจใดๆ ทั้งสิ้น เอลีน่าในชุดกระโปรงเข้ารูปสีมรกตเข้มยืนหยัดสง่างามท่ามกลางวงล้อมของคมดาบ เธอกวาดสายตามองหน้าบรรดาคนในตระกูลวอน คอร์ทซ์ที่ต่างพากันถอยกรูดด้วยความรังเกียจและหวาดกลัว ราวกับเธอเป็นตัวประหลาด
น่าขันสิ้นดี... ตระกูลที่เกาะเธอกิน เลี้ยงชีพด้วยเงินปันผลจากร้านอัญมณีที่เธอเป็นคนบริหารจัดการมาตลอดห้าปี บัดนี้กลับรีบตัดหางปล่อยวัดเธออย่างไม่ลังเล เพียงเพื่อเอาตัวรอดจากข้อกล่าวหาที่เบนจามินและพวกมันร่วมมือกันจัดฉากขึ้นมา
"จับกุมตัวผู้ต้องหาตามราชโองการ!" หัวหน้าทหารหลวงก้าวออกมารemคำรามเสียงก้อง พร้อมกับยื่นมือหมายจะกระชากแขนเรียวของเอลีน่า
"ไม่ต้องใช้มือสกปรกของพวกท่านมาแตะต้องตัวฉัน... ฉันเดินเองได้ค่ะ"
เอลีน่าปัดมือของทหารออกด้วยกิริยาเย่อหยิ่งและทรงอำนาจจนอีกฝ่ายชะงักไปวูบหนึ่ง ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองไปรอบคฤหาสน์เป็นครั้งสุดท้าย ความทรงจำอันน่าสมเพชตลอดหลายปีที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อตระกูลนี้ถูกปัดทิ้งราวกับเศษฝุ่น ทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดถูกริบ ทว่า... พวกโง่เขลากลับไม่รู้เลยว่า อัญมณีที่ทรงคุณค่าและมีพลังเวทมนตร์มหาศาลที่สุด ไม่ได้อยู่ในหีบสมบัติของตระกูลวอน คอร์ทซ์ แต่มันถูกซ่อนเอาไว้ใน 'กำไลข้อมือเวทมนตร์' ที่แนบชิดติดกายเธอมาตลอดต่างหากล่ะคะ
ก้าวพ้นจากประตูเหล็กดัดบานใหญ่ของคฤหาสน์ ท้องฟ้ายามบ่ายไม่ได้สดใสอย่างที่ควรจะเป็น เมฆฝนสีเทาทะมึนก่อตัวขึ้นราวกับรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เอลีน่าถูกปล่อยตัวออกมาอย่างไม่ไยดีหลังจากก.ล.ม.ต.อ. (การตรวจสอบอย่างละเอียด) พิสูจน์ได้ว่าตราสัญลักษณ์ต้องห้ามนั้นไม่ได้เชื่อมโยงกับตัวเธอโดยตรง แต่เป็นของเบนจามินที่ถูกซัดทอดหลักฐานมัดตัวแน่นหนาจนดิ้นไม่หลุด ทว่าตระกูลวอน คอร์ทซ์ก็เลือกที่จะขับไล่เธอออกจากตระกูลอย่างเป็นทางการ เพื่อตัดปัญหาและรักษาชื่อเสียงจอมปลอมเอาไว้
ณ วินาทีนั้น เอลีน่า วอน คอร์ทซ์ กลายเป็นหญิงสาวไร้บ้าน ไร้ตระกูล และมีเพียงกระเป๋าเดินทางใบเล็กกับเงินก้อนสุดท้ายในบัญชีที่เหลืออยู่ไม่ถึงหรียญทอง
ทว่า บนริมฝีปากอิ่มสวยกลับระบายรอยยิ้มพึงพอใจออกมาอย่างปิดไม่มิด
"หมดเวลาเล่นละครเป็นนางร้ายผู้โง่เขลาแล้วล่ะค่ะ... ได้เวลาเริ่มต้นชีวิตจริงเสียที"
เธอก้าวเดินออกมายังย่านการค้าเก่าแก่ใจกลางเมืองหลวง สถานที่ที่เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องสไตล์โกธิคโบราณที่ผู้คนต่างพากันหลงลืมและมองข้าม ฝุ่นคละคลุ้งและหยากไย่ตามซอกตึกไม่ได้ทำให้หญิงสาวรู้สึกรังเกียจแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม สายตาของเธอกลับเปล่งประกายระยิบระยับยามที่หยุดยืนอยู่เบื้องหน้า 'ตึกเก่าสามชั้น' สถาปัตยกรรมอิฐสีแดงเข้มที่โครงสร้างยังคงความแข็งแรงและมีกลิ่นอายความลึกลับน่าค้นหา
นี่คือเป้าหมายของเธอ... อสังหาริมทรัพย์รกร้างที่ไม่มีใครต้องการ แต่เธอกลับมองเห็นศักยภาพอันมหาศาลภายใต้คราบความทรุดโทรมนั้น
เอลีน่าสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อซึมซับกลิ่นอายของอิฐเก่าและกลิ่นหอมจางๆ ของฝนที่กำลังจะตก ก่อนจะหยิบกุหลาบสีดำดอกหนึ่งขึ้นมาเคาะเบาๆ ที่บานประตูไม้สักหนาหนักสามครั้งตามรหัสลับ
*แอ๊ด...*
เสียงบานประตูเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นความมืดสลัวภายในตึก แต่ก่อนที่เธอจะได้ก้าวเข้าไป ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทสีดำสนิทคุ้นตาของผู้ชายคนหนึ่งก็ก้าวออกมาต้อนรับเสียก่อน ดยุคคาสเซียน ดาร์กวูด... เจ้าพ่อตลาดมืดอัญมณีผู้ทรงอิทธิพล ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลาย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย สายตาสีรัตติกาลที่มักจะเย็นชาและไร้ความรู้สึกต่อโลกภายนอก บัดนี้กลับทอประกายความอบอุ่นและพึงพอใจยามที่มองมายังผู้หญิงตรงหน้า
"ยินดีต้อนรับสู่บ้านหลังใหม่ครับ... คุณหนูวอน คอร์ทซ์ หรือควรจะเรียกว่า 'เจ้าของพิพิธภัณฑ์อัญมณีเวทมนตร์' คนใหม่ดีล่ะครับ"
เสียงทุ้มต่ำน่าฟังเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย เอลีน่ายิ้มรับความช่วยเหลือที่ตรงเวลาอย่างยิ่งยวด เธอไม่ได้เอ่ยขอบคุณ แต่กลับยื่นกระเป๋าเดินทางให้เขาถือหน้าตาเฉย ก่อนจะหยิบ 'การ์ดสีดำขลิบทอง' ไร้ขีดจำกัดวงเงินออกมาสะบัดเล่นในมืออย่างอารมณ์ดี
"เรียกว่าหุ้นส่วนใหญ่จะดีกว่าค่ะท่านดยุก... และเงินลงทุนก้อนสุดท้ายของฉัน ก็พร้อมที่จะทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ที่พวกตระกูลวอน คอร์ทซ์จะต้องคลานเข่ามากราบกรานขอร้องในอนาคตอันใกล้นี้แน่ค่ะ"
คาสเซียนหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขายื่นมือหนาออกมาเพื่อประคองร่างบางให้ก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปข้างใน ทว่าในจังหวะที่ปลายนิ้วของทั้งคู่สัมผัสกันนั้นเอง เสียงกริ่งเตือนภัยเวทมนตร์โบราณที่หน้าประตูกลับดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ!
*กริ๊งงงงง!*
พร้อมกันนั้น ม่านพลังสีม่วงเข้มก็พุ่งวาบขึ้นปิดกั้นทางเข้าออกทั้งหมดไว้ราวกับกรงขัง และที่กลางโถงทางเดินมืดทึบเบื้องหน้า ปรากฏร่างเงาสีดำปริศนาจำนวนมากกำลังก้าวออกมาจากความว่างเปล่า พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่กระซิบก้องอยู่ข้างหูของเอลีน่า...
*"คิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือของข้าอย่างนั้นหรือ... แม่นางร้ายตัวน้อย"*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ม่านหมอกโรแมนซ์" มาโดยตลอดนะคะ
ขอถอนตัวจากบทนางร้าย ไปเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์อัญมณีเวทมนตร์ดีกว่า•ตอนที่ 3
จากบ้านตระกูลวอน สู่ตึกเก่าใจกลางเมือง
ผลงานโดย ม่านหมอกโรแมนซ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ม่านหมอกโรแมนซ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอถอนตัวจากบทนางร้าย ไปเป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์อัญมณีเวทมนตร์ดีกว่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!