เซียนเกมสายถึกกับนักล่าแต้มหัวใจ•ตอนที่ 14

รหัสลับในใจ

ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
คมดาบน้ำแข็งในมือขวาของเรย์สั่นระริก แรงกดดันจากกองทัพเงาที่ทะลักออกมาจากประตูมิติราวกับคลื่นใต้น้ำสีดำทมิฬ บดบังรัศมีแสงไฟในดันเจี้ยนจนแทบมืดมิด บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย ทว่าท่ามกลางวิกฤตเป็นตายนี้ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำและกวนประสาทกลับดังขึ้นข้างหูอย่างไม่รู้จักริดรอนเวลา "ดูท่าทางคุณอัศวินน้ำแข็งของเราจะงานเข้าชุดใหญ่เสียแล้วนะครับ" ฟีนิกซ์เอ่ยขึ้น ร่างสูงโปรดปรานในชุดเกราะหนังสีเข้มขยับเข้ามาประชิดแผ่นหลังของเรย์อย่างไร้ร่องรอยความหวาดกลัว ใบหน้าคมคายระบายรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมกริบกวาดมองกองทัพเงาที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วสูงราวกับมันเป็นเพียงฝูงแมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟ เรย์ปรายตามองอีกฝ่ายด้วยหางตา ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่น "ถ้ายังมีแรงพูดจาไร้สาระ เอาดาบในมือของคุณไปฟันพวกมันซะ ฟีนิกซ์" "โอ้ ใจร้ายจังเลยนะครับเรย์ คนเขากำลังเป็นห่วงแทบแย่... กลัวว่าคนปากแข็งแถวนี้จะโดนพวกมันจับกินก่อนที่ผมจะได้จีบเสียอีก" ฟีนิกซ์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนที่ร่างเพรียวจะพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าราวกับเปลวเพลิงสีชาดที่ลุกโชน ดาบสั้นคู่ใจในมือวาดลวดลายฟาดฟันฝูงเงาจนแหลกสลายไปในพริบตา ความเร็วและความดุดันของฟีนิกซ์นั้นสมกับฉายานักล่าแต้มอัจฉริยะไม่มีผิดเพี้ยน เรย์กัดฟันกรอด หัวใจในอกเต้นกระหน่ำ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อกองทัพเงาตรงหน้า แต่เป็นเพราะคำพูดและสัมผัสกวนประสาทของคนๆ นั้นที่ยังวนเวียนอยู่ในโสตประสาท *'หมอนี่... เล่นบ้าอะไรในสถานการณ์แบบนี้'* อดีตอันเจ็บปวดที่เรย์พยายามฝังกลบไว้ก้นบึ้งของจิตใจผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ รอยแผลเป็นจากความไว้วางใจที่เคยถูกหักหลังทำให้เขากลายเป็น 'อัศวินน้ำแข็ง' ผู้เย็นชาและปิดกั้นตัวเองจากผู้คน ทว่าฟีนิกซ์กลับพยายามพังทลายกำแพงน้ำแข็งนั้นอย่างไร้ความเกรงใจ ทั้งรอยยิ้ม สายตา และถ้อยคำหยอกล้อที่ดูเหมือนจะเล่นๆ แต่กลับแฝงความจริงจังบางอย่างไว้เสมอ "อย่าเหม่อสิครับเรย์! ข้างหลัง!" เสียงตะโกนเตือนพร้อมกับแรงกระชากที่ต้นแขนทำให้เรย์หลุดจากภวังค์ ร่างของเขาลอยหวือไปปะทะกับแผงอกอุ่นของฟีนิกซ์ที่เบี่ยงหลบคมดาบเงาที่พุ่งเฉียดหัวไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นอายเฉพาะตัวของฟีนิกซ์ผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นควันไฟลอยเข้าจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างในอกของเรย์ ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันจนสัมผัสได้ เรย์เบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจเมื่อสบเข้ากับดวงตาพราวระยับที่มองตรงมาอย่างมีความหมาย "เป็นห่วงผมเหรอครับ ถึงได้ยืนใจลอยปล่อยให้ศัตรูฉวยโอกาสแบบนั้น" ฟีนิกซ์กระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะชิดกับใบหูของเรย์ "ใคร... ใครเป็นห่วงคุณ อย่าหลงตัวเองน่าฟีนิกซ์" เรย์ดันอกอีกฝ่ายออกอย่างแรง ใบหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความเคืองขุ่นและอาการประหม่าที่ซ่อนไม่มิด เขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความสั่นไหวในแววตา ฟีนิกซ์หัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ นัยน์ตาคู่นั้นฉายประกายความเอ็นดูระคนเจ้าเล่ห์ "ปากแข็งเสียจริงนะ... แต่ไม่เป็นไร ผมชอบคนปากแข็ง เวลาที่ได้ทำให้คุณยอมจำนน มันน่าสนุกกว่ากันเยอะเลย" "เพ้อเจ้อ!" เรย์สะบัดดาบน้ำแข็งในมือ ปล่อยคลื่นความเย็นยะเยือกแช่แข็งกองทัพเงากลุ่มใหญ่ที่กรูเข้ามาขวางทางให้กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งชั่วพริบตา "จัดการพวกมันให้หมด แล้วรีบไปหาต้นตอของประตูมิตินั่นซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วหันมาจัดการคุณแทน" "รับทราบครับท่านอัศวิน" ฟีนิกซ์ยักไหล่อย่างไม่ยี่ห้อ ก่อนที่บรรยากาศรอบตัวจะเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นในเสี้ยววินาที รัศมีพลังเวทสีแดงฉาดแผ่พุ่งออกจากร่างของนักล่าแต้มหนุ่ม ทั้งคู่ผสานพลังกันเข้าโจมตีฝูงเงาที่เหลือรอดอย่างรู้ใจ แม้ปากจะเถียงกันไม่หยุด แต่จังหวะการต่อสู้กลับประสานกันได้อย่างไร้ที่ติราวกับซ้อมกันมานับครั้งไม่ถ้วน เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่ทราบได้ จนกระทั่งกองทัพเงาตัวสุดท้ายสลายกลายเป็นละอองความมืด ประตูมิติขนาดใหญ่เริ่มสั่นคลอนและหดตัวลงเรื่อยๆ จนกระทั่งปิดสนิทลงสนิท เหลือเพียงความเงียบงันที่เข้าปกคลุมพื้นที่รอบด้าน เรย์หอบหายใจเบาๆ เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย เขายกมือขึ้นปาดเหงื่อออกลวกๆ ก่อนจะหันไปมองฟีนิกซ์ที่ยืนยิ้มแป้นแล้นไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ไม่ไกล "หมดเรื่องแล้ว ก็แยกย้าย..." เรย์เอ่ยเสียงเรียบ เตรียมจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง ทว่าฟีนิกซ์กลับก้าวเข้ามาขวางหน้าไว้อย่างรวดเร็ว ร่างสูงยืนประชิดจนเรย์ต้องถอยหลังไปชนกับกำแพงหินเย็นเฉียบของดันเจี้ยน มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นทาบกับผนังกำแพงทั้งสองข้าง เป็นการกักขังเรย์ให้อยู่ในอ้อมกอดกลายๆ โดยไม่มีทางหนี "เดี๋ยวก่อนสิครับ เรย์" ฟีนิกซ์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเรย์ราวกับจะอ่านทะลุถึงหัวใจ "เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องเลยนะ" "คุณอยากคุยอะไรอีก เรื่องไร้สาระพวกนั้นเหรอ?" เรย์พยายามทำเสียงให้แข็งกร้าว แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "เรื่องจริงจังต่างหาก..." ฟีนิกซ์เสียงอ่อนลง น้ำเสียงที่เคยขี้เล่นและกวนประสาทเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มลึกและจริงจังอย่างน่าประหลาด นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากของเรย์อย่างแผ่วเบา โดยที่เรย์ลืมแม้แต่จะขัดขืน "ผมไม่ได้ล้อเล่นนะเรย์... ทุกคำที่ผมพูด ผมหมายความจริงๆ" ฟีนิกซ์กระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มอ่อนโยนที่หาดูได้ยาก "ต่อให้อดีตของคุณมันจะมืดมนแค่ไหน หรือมีกำแพงน้ำแข็งหนาเตอะแค่ไหน... ผมนี่แหละ จะเป็นคนละลายมันด้วยไฟของผมเอง" เรย์ชะงักงัน ลลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาสั่นระริกเมื่อสบเข้ากับความจริงใจที่ฉายชัดอยู่ในแววตาของฟีนิกซ์ ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกปิดตายไว้ในส่วนลึกของหัวใจกำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง ทว่า ก่อนที่เรย์จะได้เอื้อนเอ่ยคำใดออกมา ทันใดนั้นเอง พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับแผ่นดินไหว แสงสีม่วงเข้มสว่างวาบขึ้นจากรอยแยกบนพื้นดิน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก *"ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบสุดท้าย... เจ้าพวกโง่เขลา"* เรย์และฟีนิกซ์ผละออกจากกันในทันที ทั้งคู่หันขวับไปมองยังใจกลางรอยแยกที่กำลังเปิดกว้างขึ้นเรื่อยๆ และในความมืดมิดที่พวยพุ่งขึ้นมาจากเบื้องล่างนั้น ร่างเงาสีดำทมิฬร่างหนึ่งก็ก้าวออกมา พร้อมกับประกายแสงสีแดงฉานจากดวงตาทั้งคู่ที่จ้องมองมายังพวกเขาทั้งสองด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม... ร่างนั้นคือเงาที่สะท้อนภาพตัวตนของเรย์เองอย่างสมบูรณ์แบบ! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินและเดือดดาลในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายถึกกับนักล่าแต้มหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%