เซียนเกมสายถึกกับนักล่าแต้มหัวใจ•ตอนที่ 5

รอยร้าวในเกราะน้ำแข็ง

ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
“ถ้าขยับอีกนิดเดียว หัวใจนายคงได้ไปทักทายกับคมดาบของฉันก่อนจะได้ออกจากดันเจี้ยนนี้แล้วล่ะ ฟีนิกซ์” เสียงกระซิบที่เย็นเยียบดังชิดใบหู ทว่ากลับไม่ได้เจือด้วยกระแสสังหารอย่างที่ปากว่า เรย์ค้ำร่างแนบชิดไปกับผนังศิลาเย็นเฉียบของทางเดินชั้นใต้ดิน โดยมีแผ่นอกกว้างของฟีนิกซ์คั่นกลางระหว่างเขากับคมมีดเวทมนตร์ของศัตรูที่เพิ่งพุ่งเฉียดหัวไหล่ไปเมื่อเสี้ยววินาทีที่แล้ว กลิ่นอายเฉพาะตัวของอีกฝ่าย ทั้งกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ จากการต่อสู้และกลิ่นหอมสะอาดของสบู่ป่า ลอยกรุ่นปะปนกับลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่บนต้นคอ ทำให้ 'อัศวินน้ำแข็ง' ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นถึงกับเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว “พูดจาใจร้ายจังนะครับ ท่านอัศวิน... ทั้งที่เมื่อกี้ถ้าผมไม่ดึงนายหลบมุมอับสายตา ลูกดอกอาบยาพิษนั่นคงฝังเข้าไปกลางหลังนายจนตัวชาเป็นอัมพฤกษ์ไปแล้วนะ” ฟีนิกซ์แย้มยิ้มบางเบา แม้ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นดัย นัยน์ตาสีอำพันคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความขี้เล่นระคนเจ้าเล่ห์ ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว จนเรย์มองเห็นแพขนงายาวและหยดเหงื่อที่เกาะพราวอยู่บนขมับของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นนี้ทำให้เรย์รู้สึกเหมือนถูกไฟลวก แม้ว่าเกราะเวทมนตร์รอบตัวเขาจะแผ่ไอเย็นจัดออกมาเพื่อพยายามรักษาอุณหภูมิร่างกาย แต่หัวใจที่เต้นรัวระรัวอยู่ใต้เกราะหนักอึ้งกลับทรยศความนิ่งสงบที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี “ฉันจัดการเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้นายมาช่วย... ปล่อยมือจากเอวฉันได้แล้ว” เรย์เอ่ยเสียงต่ำ พยายามดึงสติกลับมาพร้อมกับใช้ศอกกระแทกเบาๆ เป็นเชิงเตือน “โอ๊ะ มือไม้ของผมมันพันกันยุ่งเหยิงไปหมดตั้งแต่แรงกระแทกเมื่อกี้แล้วล่ะครับ อีกอย่าง... ถ้าผมปล่อยตอนนี้ นายคิดว่าไอ้ตัวที่ซ่อนอยู่ในเงาด้านบนมันจะยอมปรานีเหรอ?” ฟีนิกซ์กระซิบตอบเสียงพร่า พร้อมกับเอียงคอมองขึ้นไปบนเพดานโค้งของอุโมงค์ที่เงียบสงัด เสียงลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งสองคนสะท้อนก้องไปกับผนังหิน ยิ่งขับเน้นความรู้สึกเปราะบางและเร้าใจในเวลาเดียวกัน ตูม! เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวตัด1บรรยากาศตึงเครียดให้ขาดสะบั้น แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้เศษหินและฝุ่นผงร่วงหล่นลงมาจากเพดานราวกับหิมะโปรุยนอกฤดูกาล แรงกระแทกนั้นรุนแรงเสียจนฟีนิกซ์ต้องโอบกระชับเอวสอบของเรย์แน่นขึ้นโดยสัญชาตญาณ เพื่อไม่ให้ร่างทั้งร่างล้มคว่ำลงไปกับพื้น เรย์เม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกต่อต้านในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความตระหนักรู้บางอย่าง... จริงอย่างที่ฟีนิกซ์ว่า หากไม่มีสายตาคมกริบและการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วดั่งภูตผีของอีกฝ่ายคอยประสานงานให้ในรอบการต่อสู้สามครั้งล่าสุด แขนซ้ายของเขาคงขาดกระวิ่นไปตั้งแต่ตอนเผชิญหน้ากับบอสประจำชั้นสองแล้ว ความเก่งกาจของฟีนิกซ์ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำแต้มหรือการชิงดีชิงเด่นอย่างที่เขาเคยปรามาสไว้ แต่มันคือความสามารถในการอ่านเกมและเสียสละจังหวะของตนเองเพื่อปกป้องจุดบอดของเพื่อนร่วมทีม... แม้ปากจะบอกว่าทำไปเพราะไม่อยากให้ 'เหยื่อ' ของตัวเองตายก่อนเวลาอันควรก็ตาม “นาย... บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” เรย์เอ่ยถามขึ้นมาเสียงเบา ลอดไรฟัน ท่ามกลางเสียงคำรามต่ำๆ ของสัตว์อสูรปริศนาที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ฟีนิกซ์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีอำพันเบิกกว้างขึ้นนิดหนึ่งด้วยความประหลาดใจ เพราะไม่คิดจะได้ยินคำถามเชิงห่วงใยจากปากของคนซึนอย่างเรย์ รอยยิ้มมุมปากที่มักจะประดับอยู่เป็นนิติจึงเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจริงใจขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนที่เจ้าตัวจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “เป็นห่วงผมเหรอครับเนี่ย... นึกว่าท่านอัศวินน้ำแข็งจะสนใจแต่การรักษาฟอร์มของตัวเองซะอีก” “อย่าหลงตัวเอง ฟีนิกซ์ ฉันแค่ไม่อยากแบกศพภาระเดินออกจากดันเจี้ยนนี้แค่นั้นเอง” เรย์รีบแก้ตัวเสียงแข็ง พร้อมกับเบือนหน้าหนีสายตาแพรวพราวคู่นั้นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ “ครับๆ ตามใจนายเลย... แต่บอกไว้ก่อนนะว่าภาระคนนี้ยังมือไวและใจถึงพอที่จะช่วยชีวิตนายได้อีกหลายรอบแน่นอน” ฟีนิกซ์ผละออกจากร่างของเรย์อย่างอ้อยอิ่ง แม้การเคลื่อนไหวจะเต็มไปด้วยความระแวดระวัง แต่แววตาที่มองตรงมายังเรย์กลับทอประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่า 'คู่แข่ง' ไปไกลลิบ บรรยากาศรอบตัวกลับมาตึงเครียดอีกครั้งเมื่อเงาสูงใหญ่ทาบทับลงมาบนผนังศิลาเบื้องหน้า หมอกควันสีดำสนิทค่อยๆ แผ่ขยายปกคลุมทางเดินเบื้องหน้าจนมองไม่เห็นทางออก กลิ่นอายกดดันระดับภัยพิบัติแผ่ซ่านออกมาจากความมืดมิด พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ชวนให้ขนลุกซู่ “ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบสุดท้าย... เด็กน้อยผู้หลงทางในเขาวงกตแห่งจิตวิญญาณ” เสียงปริศนาดังสะท้อนก้องมาจากทุกทิศทุกทาง พร้อมกับร่างของชายในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวออกมาจากม่านหมอก มือข้างหนึ่งถือคทายาวประดับด้วยผลึกแก้วสีเลือดที่กำลังเปล่งแสงเรืองรองน่ากลัว และในวินาทีที่แสงนั้นสาดส่องกระทบใบหน้าครึ่งหนึ่งใต้ฮู้ด เรย์ก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อตระหนักว่าใบหน้านั้นคือ... ร่างเงาจำลองที่ถอดแบบมาจาก ‘ตัวเขาเอง’ ในอดีตเมื่อครั้งที่ยังสังกัดอยู่ในกิลด์มืด! “นี่มัน... เรื่องบ้าอะไรกัน” เรย์พึมพำออกมาด้วยความสั่นสะทูนในน้ำเสียง ปมในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบไว้ลึกที่สุดกำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาต่อหน้าต่อตา ความลังเลและความหวาดระแวงเริ่มกัดกินจิตใจของอัศวินหนุ่มอีกครั้ง ฟีนิกซ์หันมามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเรย์ที่ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เขารู้ทันทีว่าความทรงจำอันเจ็บปวดกำลังย้อนกลับมาทำร้ายคนข้างกาย สัญชาตญาณนักล่าบอกให้เขารีบลงมือก่อนที่เรย์จะเสียสُمดุลทางจิตใจไปมากกว่านี้ ทว่าก่อนที่ฟีนิกซ์จะทันได้ก้าวเข้าไปคว้ามือของเรย์เพื่อดึงสติ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ปิดตายทางถอยทุกเส้นทางอย่างสมบูรณ์แบบ “ระวัง!” ฟีนิกซ์ตะโกนลั่น พร้อมกับพุ่งทะยานเข้าขวางกั้นระหว่างเรย์กับคมดาบของร่างเงาจำลองที่พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วแสงในเสี้ยววินาทีนั้นเอง! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความเดือดระอุและโมเมนต์ฟินๆ นี้ด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายถึกกับนักล่าแต้มหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%