"ถ้าขยับอีกนิดเดียว นายได้กลายเป็นเศษน้ำแข็งสลัดน้ำมันแน่ฟีนิกซ์"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของเรย์ไม่ได้มีความล้อเล่นแม้แต่น้อย อุณหภูมิรอบตัวในห้องใต้ดินลับของดันเจี้ยนระดับ S ดิ่งวูบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว รอยแตกร้าวที่พื้นผนังจากการปะทะกับบอสเมื่อครู่ส่งผลให้กลไกเวทมนตร์โบราณทำงานผิดพลาด ประตูหินยักษ์ปิดตาย และระบบปรับอากาศอัตโนมัติถูกแทนที่ด้วย 'เขตอาคมแช่แข็ง' ที่พร้อมจะพรากสติของสิ่งมีชีวิตภายในสามสิบนาที
ฟีนิกซ์หัวเราะในลำคอ แม้ริมฝีปากจะเริ่มซีดเซียวจากความหนาวเหน็บ ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยความท้าทาย เขายังคงรักษารอยยิ้มกวนประสาทไว้ได้แม้ในสถานการณ์ที่ความตายอยู่แค่เอื้อม
"ปากเก่งจังนะครับอัศวินน้ำแข็ง แต่ตัวพึ่งจะสั่นเป็นลูกนกตกน้ำเลยนะ... ถ้ากลัวหนาวจนทนไม่ไหว จะกอดผมแน่นๆ ก็ได้ ผมไม่คิดค่าบริการเพิ่มหรอก"
"หุบปากแล้วเอาแรงไว้หายใจเถอะน่า"
เรย์สบถเบาๆ ในลำคอ ร่างกายสูงใหญ่ในชุดเกราะเวทมนตร์พยายามขยับถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง แต่พื้นที่แคบจำกัดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังน้ำแข็งเรียบร้อยแล้ว ไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่โหดร้าย—ความร้อนจากร่างกายเป็นสิ่งเดียวที่จะช่วยต้านทานพิษของเขตอาคมนี้ได้
ในเมื่อพื้นที่เหลือเพียงน้อยนิด การเบียดชิดกันจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นคำสั่งเอาชีวิตรอด
ฟีนิกซ์หุบยิ้มเมื่อสัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นที่กัดกินลึกลงถึงกระดูก ความชาเริ่มลามจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงต้นแขน เขาไม่ใช่คนดื้อรั้นจนเอาชีวิตมาทิ้งกับเรื่องไร้สาระ ดวงตาสองคู่สบประสานกันในความมืดสลัว มีเพียงแสงเรืองรองจากผลึกมานาบนผนังที่สาดส่องให้เห็นโครงหน้าคมคายของกันและกัน
ร่างโปร่งของนักล่าแต้มอัจฉริยะตัดสินใจขยับเข้าประชิด เรย์สูดหายใจเข้าลึกเมื่อความอบอุ่นจากร่างของอีกฝ่ายถ่ายเทผ่านมาผ่านเนื้อผ้าที่ชื้นเหงื่อ พื้นที่ระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง น้ำหนักตัวของฟีนิกซ์ทาบทับลงมาขณะที่เขาต้องทรุดตัวลงนั่งพิงผนังเคียงข้างกัน เนื่องจากเพดานที่ต่ำลงมาราวกับจะกดทับ
"อึดอัดชะมัด..." ฟีนิกซ์พึมพำเมื่อใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากปลายจมูกของเรย์เพียงคืบ ลมหายใจที่ร้อนผ่าวรดรินอยู่บนผิวแก้ม สร้างความปั่นป่วนในช่องท้องอย่างประหลาด
"ถ้ารู้สึกว่าอึดอัดนัก ก็เชิญออกไปยืนตากน้ำแข็งข้างนอกโน่น..." เรย์พยายามเบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้น หัวใจที่ควรจะเต้นช้าลงตามจังหวะการแช่แข็ง กลับกระหน่ำรัวจนน่ารำคาญ มันไม่ใช่เพราะความหนาว แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินขีดจำกัดต่างหาก
"พูดจาใจร้ายอีกแล้วนะครับ ทั้งที่ตอนนี้... เราต้องพึ่งพิงกันและกันแท้ๆ"
ฟีนิกซ์ขยับตัวอีกครั้งเพื่อหาจุดที่อบอุ่นที่สุด สะโพกสอบเบียดเข้ากับต้นขาแกร่งของเรย์โดยไม่ได้ตั้งใจ แรงกระแทกเบาๆ นั้นทำให้เรย์ต้องใช้มือข้างหนึ่งคว้าเอวบางเอาไว้โดยสัญชาตญาณเพื่อพยุงไม่ให้ล้ม
สัมผัสจากฝ่ามือที่แนบผ่านเนื้อผ้าทำให้ลมหายใจของเรย์สะดุด กลิ่นกายเฉพาะตัวของฟีนิกซ์—กลิ่นอายของดินปืน เลือดมอนสเตอร์ และความเย้ายวนจางๆ—ตีรวนขึ้นมาในความรู้สึก ร่างกายของฟีนิกซ์แนบชิดติดกับอกแกร่งทุกตารางนิ้ว ความหนาวเย็นภายนอกถูกแทนที่ด้วยความร้อนระอุที่แผ่ซ่านจากผิวหนังที่แนบติดกัน
เรย์ก้มมองคนในอ้อมแขน ใบหน้าที่มักจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตอนนี้กลับซบลงกับลาดไหล่ของเขาอย่างจำยอม ลมหายใจที่เป่ารดต้นคอทำเอาขนลุกชันไปทั้งร่าง ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของทั้งสองคนที่เต้นประสานกันเป็นจังหวะ dound-dound ก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท
"นาย... ตัวร้อนเกินไปแล้วนะฟีนิกซ์" เรย์กระซิบเสียงแหบพร่า พยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าสติสัมปชัญญะจะเริ่มเลือนรางลงทุกที
"ก็บอกแล้วไงครับว่าผมไม่ใช่คนหนาวง่าย... แต่ถ้าเรย์อยากให้มันอุ่นกว่านี้ ผมมีวิธีที่ดีกว่าการแค่นอนเฉยๆ นะ" ฟีนิกซ์เงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาพราวระยับมีความหมายลึกซึ้งซ่อนอยู่ภายใต้ความมืด
เรย์จ้องมองริมฝีปากที่เผยอขึ้นเล็กน้อยนั้น ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง ระหว่างสัญชาตญาณการป้องกันตัวกับแรงดึงดูดประหลาดที่ฉุดกระชากให้เขาอยากก้าวข้ามเส้นกั้นบางๆ นี้ไปให้พ้น
ก่อนที่เรย์จะได้เอ่ยคำพูดใดออกมาเพื่อปฏิเสธ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงระเบิดสนั่นก็ดังขึ้นจากผนังด้านนอก แรงสั่นสะเทือนทำให้เศษหินร่วงกราวลงมา กลไกเวทมนตร์แช่แข็งพลันหยุดชะงักลงทันที ประตูหินที่ปิดตายค่อยๆ เลื่อนเปิดออกพร้อมกับแสงสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามา
ฟีนิกซ์ผละออกจากอ้อมแขนอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณนักล่า รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าดวงตายังคงพราวระยับเมื่อมองหน้าเรย์ที่ยังคงค้างอยู่ในท่าเดิม
ร่างของบุคคลที่สามก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้า—เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิท พร้อมกับดาบคาตานะที่หยดเลือดสดๆ ลงบนพื้น
"เจอตัวสักที... หัวหน้าหน่วยข่าวกรองแจ้งว่าพวกนายติดอยู่ในนี้นานผิดปกติ คิดว่าจะกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งไปซะแล้ว"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาเอ่ยขึ้น พร้อมกับดวงตาสสีอำพันที่กวาดมองทั้งคู่ด้วยแววตาสبสนและจับผิด เรย์เบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่าผู้ที่มาเยือนไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'คริส' อดีตสหายร่วมรบที่แยกทางกันไปเมื่อสามปีก่อน และเป็นคนที่เรย์พยายามหลีกเลี่ยงการพบหน้ามากที่สุดในเวลานี้
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางฝ่าความหนาวเหน็บและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซียนเกมสายถึกกับนักล่าแต้มหัวใจ•ตอนที่ 6
กับดักในเงา
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายถึกกับนักล่าแต้มหัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!