ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง: เสกเวทมนตร์ผ่านขนมหวานและกาแฟดริป•ตอนที่ 15

แขกไม่ได้รับเชิญ

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟเบลนด์พิเศษคั่วกลางที่อบอวลอยู่ทั่ว "ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง" บัดนี้กลับถูกกดทับด้วยบรรยากาศที่หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก ไอร้อนระอุที่ลอยขึ้นมาจากกาน้ำดริปสแตนเลสสตีลดูราวกับกลุ่มควันบางเบาที่ถูกแช่แข็งไว้กลางอากาศ ลิลลี่ตัวแข็งทื่อ ปีกสีรุ้งโปร่งแสงของเธอหุบลงฉับพลันด้วยความตกใจ ละอองเกสรเรืองแสงที่เคยโปรยปรายรอบตัวร่วงหล่นลงสู่พื้นราวกับหิ่งห้อยหมดอายุขัย ขณะที่เซนหยุดนิ่งราวกับถูกสาป ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มไม่ได้มองที่ใบหน้าใต้ฮู้ดสีเข้มนั้น แต่ทอดมองผ่านร่างตรงหน้าไปยังมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ซึ่งกำลังกำตราประทับสีทองสลักรูปตราประจำตระกูลขุนนางเก่าแก่เอาไว้แน่น—ตราสัญลักษณ์ที่เขาฝังกลบมันไว้พร้อมกับอดีตเมื่อหลายปีก่อน "ไม่คิดเลยว่าทายาทตระกูลวาล็อตต์ผู้หนีออกจากบ้าน จะมาซ่อนตัวอยู่ในดินแดนปลายขอบโลก... ใช้ชีวิตอยู่กับเตาอบแป้งและกลิ่นกาแฟกระจอกๆ แบบนี้นี่เอง" เสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจดังลอดออกมาจากผ้าคลุม ร่างนั้นก้าวล่วงเข้ามาในเขตเคาน์เตอร์โดยไม่รอคำอนุญาต กลิ่นอายของชนชั้นสูงและความเย่อหยิ่งแผ่ซ่านออกมาจนลิลลี่ต้องบินถอยหลังไปหลบหลังโหลแก้วใส่เมล็ดกาแฟอย่างหวาดระแวง เซนค่อยๆ วางดริปเปอร์ในมือลงบนเคาน์เตอร์อย่างเชื่องช้า เสียงกระทบกันเบาๆ ของเซรามิกกับไม้เนื้อแข็งฟังดูราวกับเสียงนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง เขาสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นเนยสดและวานิลลาที่ควรจะช่วยให้จิตใจสงบ กลับไม่สามารถขับไล่ความหนบหนาของอดีตที่ตามมาหลอกหลอนได้เลย "ถ้าท่านมาเพื่อสั่งขนม ร้านเรายินดีต้อนรับเสมอค่ะ... แต่ถ้ามาเพื่อรื้อฟื้นเรื่องที่ตายไปแล้ว ฉันเกรงว่าคงต้องเชิญออกไป" เซนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนา ทว่าราบเรียบจนน่ากลัว ดวงตาคู่สีนิลจับจ้องผู้มาเยือนเขม็ง ชายในชุดคลุมหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและเสียดสี เขาสลัดฮู้ดคลุมศีรษะออก เผยให้เห็นใบหน้ามีริ้วรอยแห่งกาลเวลาและดวงตาสสีฟ้าจัดที่ถอดแบบมาจากความเข้มงวดของตระกูลขุนนาง "ตระกูลของเราไม่ได้ตาย อาณาจักรเวทมนตร์กำลังต้องการกำลังเสริม และแก... ลูกชายคนรองผู้มีพรสวรรค์ด้านการปรุงแต่งเวทมนตร์ในอาหาร ต้องกลับไปรับตำแหน่ง" "ฉันไม่ใช่ลูกชายบ้านนั้นอีกแล้ว" เซนสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความกรุ่นโกรธที่เก็บกดไว้เนิ่นนาน "ฉันเลือกเส้นทางนี้ ทางที่ไม่ได้มีไว้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองหรือการแข่งขันชิงอำนาจ... ลิลลี่ ช่วยหยิบป้ายปิดร้านให้ฉันทีค่ะ" ภูตตัวจิ๋วพยักหน้ารัวๆ ด้วยความตื่นตระหนก แม้เธอจะไม่เข้าใจเรื่องราวตระกูลขุนนางอะไรนั่นลึกซึ้ง แต่สัญชาตญาณบอกเธอว่าผู้ชายคนนี้อันตรายยิ่งกว่ามอนสเตอร์ในป่าลึกเสียอีก ทว่า ก่อนที่ลิลลี่จะทันได้บินไปถึงประตูไม้หน้าร้าน ประตูบานนั้นก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดคลุมสีดำสนิทอีกสามคนก้าวเข้ามาปิดกั้นทางออกไว้จนหมดสิ้น แรงกดดันเวทมนตร์ระดับสูงแผ่ขยายออกมารอบทิศทาง จนเมล็ดกาแฟในโหลแก้วสั่นระริก "อย่าเพิ่งใจร้อนนักสิ เซน" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากชายอีกคนหนึ่งที่เพิ่งเดินตามเข้ามา เขาคือชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับเซน สวมชุดสูทตัดเย็บอย่างประณีตด้วยผ้าไหมเวทมนตร์ ใบหน้าหล่อเหลาแต่ประดับด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน "ท่านพ่อไม่ได้มาเพื่อขอร้อง... แต่มาเพื่อ 'เจรจา' ต่างหาก" เซนขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน "เวลล์... แกก็มาด้วยงั้นเหรอ" เวลล์ พี่ชายแท้ๆ ของเขา กวาดสายตามองไปรอบร้านเบเกอรี่ที่ตกแต่งด้วยโทนอบอุ่นและต้นไม้นานาพันธุ์ด้วยแววตารังเกียจราวกับกำลังมองกองขยะ "น่าสมเพชจริงๆ น้องชาย ฉันไม่คิดว่าคนที่มีพรสวรรค์ระดับปรุงขนมให้กลายเป็นคาถาฟื้นฟูพลังจิตได้ จะเอาเวลามาทิ้งขว้างปั้นแป้งให้พวกเผ่าพันธุ์ชั้นต่ำกินไปวันๆ" คำว่า 'เผ่าพันธุ์ชั้นต่ำ' ทำให้บรรยากาศในร้านเปลี่ยนไปในพริบตา อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน ไอน้ำจากกาแฟที่กำลังดริปค้างไว้หยุดพุ่งขึ้น สตั๊ด—หางเสียงของเวทมนตร์กดดันถูกปลดปล่อยออกมาจากตัวของเซนโดยไม่รู้ตัว ดวงตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้ฉายแววคมกริบดั่งใบมีด "ระวังปากของแกไว้ เวลล์" เซนเอ่ยช้าๆ ทีละคำ น้ำเสียงกดต่ำจนน่ากลัว "ที่นี่ไม่ใช่คฤหาสน์ของตระกูลเรา และลูกค้าที่มากินขนมของฉัน... มีค่ามากกว่าพวกขุนนางปลอมๆ ที่ดีแต่รีดไถประชาชนอย่างพวกแก" เวลล์ยิ้มเยาะหนักขึ้น เขาเดินไปหยิบจานกระเบื้องเคลือบที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์—จานที่เพิ่งอบ 'มัฟฟินบลูเบอร์รี่ไวด์' เสร็จใหม่ๆ—แล้วบดขยี้มันลงกับพื้นด้วยส้นรองเท้า เสียงเซรามิกแตกละเอียดกระจายเต็มพื้น พร้อมกับกลิ่นหอมของบลูเบอร์รี่ที่ถูกทำลายลงต่อหน้าต่อตา "แกคิดว่าขัดขืนได้เหรอ เซน?" เวลล์ก้าวเข้าไปประชิดเคาน์เตอร์ ใช้มือทั้งสองข้างค้ำลงบนโต๊ะไม้ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ "ท่านพ่อถือสัญญาเวทมนตร์โบราณที่ผูกพันธะสิทธิ์ในตัวแกไว้ ถ้าแกไม่ยอมกลับไปเซ็นสัญญาควบรวมกิจการร้านอาหารเวทมนตร์กับสภาขุนนาง... ร้านกระจอกๆ นี่ รวมถึงภูตดอกไม้ตัวจิ๋วหลังร้านของแก จะมอดไหม้กลายเป็นจุลภายในคืนนี้" ลิลลี่กรีดร้องเบาๆ ด้วยความตกใจ เธอบินมาเกาะไหล่ของเซน ตัวสั่นเทาด้วยความกลัว เซนก้มมองเศษขนมหวานที่แตกกระจายบนพื้น ความทรงจำอันเจ็บปวด ความกดดันจากครอบครัว และความพยายามทั้งหมดในการสร้างชีวิตใหม่กำลังถูกเหยียบย่ำ มือของเขาที่กำอยู่ข้างลำตัวสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธที่กำลังแผดเผา ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุด— *กริ๊ง...* เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูร้านที่ควรจะถูกล็อกไว้ กลับดังขึ้นเบาๆ อย่างนุ่มนวล ทุกคนในร้านชะงัก เวลล์หันขวับไปมองที่ประตูด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เช่นเดียวกับพ่อเฒ่าตระกูลวาล็อตต์ที่หรี่ตาลงอย่างระแวดระวัง ร่างเงาสูงโปร่งในชุดคลุมยาวสีเทาเข้ม ปักลวดลายใบไม้ร่วงอันเป็นเอกลักษณ์ของสมาคมนักเดินทางไร้สังกัดก้าวเข้ามาอย่างไร้เสียง ลมหายใจของราตรีและกลิ่นอายของป่าโบราณลอยตามหลังเข้ามา ชายแปลกหน้าผู้สวมหมวกปีกกว้างดึงปีกหมวกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ พาดผ่านดวงตาข้างซ้าย และรอยยิ้มมุมปากที่ดูลึกล้ำคาดเดาไม่ได้ "ขอโทษด้วยนะ... ร้านปิดแล้วหรือยัง พอดีฉันได้กลิ่นกาแฟดริปของที่นี่ ลอยไปไกลถึงป่าเขตเหนือจนอดใจไม่ไหว" น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังเอ่ยขึ้น ทว่าเมื่อกวาดสายตาคมกริบกวาดมองกลุ่มชายชุดดำทั้งหมด บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปราวกับมีแรงโน้มถ่วงมหาศาลกดทับจนพวกสมุนตระกูลวาล็อตต์ถึงกับผงะถอยหลัง ชายแปลกหน้าคนนั้นส่งยิ้มให้เซน ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้หัวใจของสองพ่อลูกตระกูลวาล็อตต์ร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม "อีกอย่าง... ฉันคิดว่า 'หนี้สิน' ที่ตระกูลวาล็อตต์ติดค้างไว้กับสมาคมของเรา ถึงเวลาต้องชำระกันเสียที... ใช่ไหมครับ คุณชายรอง?" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและจิบกาแฟอุ่นๆ ไปด้วยกันเสมอนะคะ เบเกอรี่มิติต่างโลก
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง: เสกเวทมนตร์ผ่านขนมหวานและกาแฟดริป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%