"ถ้าคุณยังเก็บความกลัวที่จะ 'ไม่สมบูรณ์แบบ' เอาไว้ในสูตรขนมแบบนี้ ต่อให้คุณใส่เกสรดอกจันทร์เสี้ยวลงไปสักกี่ถัง รสชาติมันก็ไม่มีวันเข้าถึงใจใครได้หรอกนะคะ"
ลิลลี่ในร่างโปร่งแสงขนาดจิ๋ววางถ้วยชามีกลิ่นหอมจางลงบนขอบโต๊ะไม้โอ๊ค เธอไม่ได้บินวนรอบตัวเหมือนทุกครั้ง แต่กลับนั่งขัดสมาธิบนขวดโหลแก้วใบใหญ่ ดวงตาสีมรกตจ้องมองเซนที่กำลังยืนนิ่งราวกับรูปปั้น มือของเขายังคงค้างอยู่เหนือที่ดริปกาแฟ หยดน้ำกาแฟสีเข้มหยดสุดท้ายตกลงสู่เหยือกแก้วช้าๆ สั่นไหวเป็นจังหวะที่ไร้ชีวิตชีวา
เซนไม่ได้ตอบทันที เขาวางกาดริปคอห่านลงบนฐานไม้เบาๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว เสียงถอนหายใจนั้นดูหนักอึ้งพอที่จะทำให้บรรยากาศในร้านที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นเย็นเยียบขึ้นมาฉับพลัน
"ความสมบูรณ์แบบที่ครอบครัวผมต้องการ... มันเหมือนกับกรงขังที่มองไม่เห็นนะลิลลี่" เซนเอ่ยเสียงแหบพร่า สายตาของเขามองออกไปนอกหน้าต่างบานกระจกที่สะท้อนแสงจันทร์สีนวลตา "ผมพยายามหนีจากมันมาที่นี่ เพื่อสร้างร้านเบเกอรี่ที่มีแต่ความเรียบง่าย แต่บางครั้งผมก็อดกังวลไม่ได้ว่า ถ้าวันหนึ่งขนมของผมมันไม่อร่อยพอ... ถ้ามันกลายเป็นแค่ความพยายามที่ล้มเหลวอีกครั้ง ผมจะยังเหลืออะไร"
ลิลลี่กระพือปีกบางเบาขยับตัวเข้ามาใกล้ เธอขยับนิ้วเล็กๆ ไปแตะที่สันมือของเซน ความเย็นจากไอเวทมนตร์ของเธอตัดกับความอุ่นจากฝ่ามือของเขา "คุณลืมไปแล้วหรือคะว่าที่นี่คือร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง ไม่ใช่โรงเรียนสอนทำขนมของตระกูลคุณ ลูกค้าที่ข้ามมิติมาหาเรา เขาไม่ได้ต้องการขนมที่ได้คะแนนเต็มสิบจากนักวิจารณ์ แต่เขาต้องการความรู้สึกว่าเขาได้รับ 'การเยียวยา' ต่างหาก"
เซนขมวดคิ้ว "คุณหมายความว่ายังไง"
"คุณมัวแต่กังวลว่าจะทำขนมให้สวยสมบูรณ์แบบจนลืมไปว่า... ในแป้งโดว์ที่คุณนวดทุกครั้ง คุณแอบใส่ความกดดันลงไปมากเกินไปหรือเปล่าคะ?" ลิลลี่บินขึ้นไปเกาะบนไหล่ของเขา เธอโน้มตัวกระซิบข้างหู "ลองถามตัวเองดูสิคะ ว่าเป้าหมายของร้านนี้คือการพิสูจน์ความสามารถของคุณ... หรือคือการแบ่งปันความสุขที่คุณได้รับจากมันกันแน่"
ความเงียบเข้าปกคลุมร้านเบเกอรี่ มีเพียงเสียงลมหายใจของเซนที่ดังก้องอยู่ในความเงียบงัน เขามองไปรอบๆ ร้าน—เตาอบที่คุ้นเคย กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งหมักและเนยคุณภาพดีที่ฟุ้งอยู่ในอากาศ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้พิสูจน์ตัวเอง แต่มันคือที่พักพิงที่เขาเลือกเองกับมือ
"ผมอาจจะ... กำลังหลงทางในความคิดตัวเองไปจริงๆ" เซนยอมรับช้าๆ เขายกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองด้วยความเหนื่อยล้า "ผมกลัวว่าถ้าผมปล่อยวางมาตรฐานนั้นลง ผมจะกลายเป็นคนไร้ค่าในสายตาของทุกคนที่เคยรู้จัก"
"งั้นลองเปลี่ยนมุมมองใหม่ดูไหมคะ" ลิลลี่หัวเราะเบาๆ เหมือนเสียงระฆังแก้ว "คืนนี้เรามาทำขนมที่ 'ไม่สมบูรณ์แบบที่สุด' กันดีกว่า ไม่ต้องนวดแป้งตามตำรา ไม่ต้องแต่งหน้าเค้กตามดีไซน์ แต่ทำตามใจที่อยากจะทำ... เผื่อว่าความผิดพลาดที่งดงามอาจจะเป็นสิ่งที่ลูกค้าของเรากำลังเฝ้ารออยู่ก็ได้"
เซนมองดูลิลลี่ด้วยแววตาที่เริ่มมีความหวัง ความหนักอึ้งในอกที่สะสมมานานดูจะเบาบางลง เขาหยิบผ้ากันเปื้อนผืนโปรดมาสวมอีกครั้ง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรจากสวนของลิลลี่โชยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่เตือนให้เขารู้ว่าเขาไม่ได้ยืนอยู่ลำพังในโลกใบนี้
"ตกลงครับ... คืนนี้เราจะทำขนมที่ทำลายกฎทุกข้อที่มี" เซนยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน
ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบแป้งสาลี แสงสว่างจ้าผิดปกติก็วูบวาบขึ้นที่หน้าร้าน เงาของร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งทอดผ่านกระจกเข้ามา ดันประตูไม้หนักๆ จนเปิดออกพร้อมเสียงกริ่งที่ดังกรีดแทรกความเงียบ
ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีเงินยาวลากพื้น ใบหน้าถูกบดบังด้วยหน้ากากรูปหัวกะโหลกสัตว์ที่ดูน่าเกรงขาม กลิ่นไอของเวทมนตร์ที่เข้มข้นจนอากาศรอบข้างสั่นไหวหอบเข้ามาพร้อมกับร่างปริศนา
"เซน... ลูกชายผู้ทรยศของตระกูล" เสียงทุ้มต่ำดังก้องราวกับเสียงฟ้าร้อง "ถึงเวลาที่คุณจะต้องกลับไปเผชิญหน้ากับความจริงที่หนีมานานเสียที"
ลิลลี่ตัวแข็งทื่อ ปีกของเธอหุบลงฉับพลันด้วยความตกใจ ขณะที่เซนหยุดนิ่งราวกับถูกสาป สายตาของเขามองผ่านร่างในชุดคลุมนั้นไปที่มือของอีกฝ่าย ซึ่งกำลังกำตราประทับสีทองสลักรูปตราประจำตระกูลของเขาเอาไว้แน่น
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันความอบอุ่นในค่ำคืนที่แสนพิเศษนี้ไปกับเบเกอรี่มิติต่างโลกนะคะ!
ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง: เสกเวทมนตร์ผ่านขนมหวานและกาแฟดริป•ตอนที่ 14
คืนที่เงียบเหงาใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง: เสกเวทมนตร์ผ่านขนมหวานและกาแฟดริป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!