"คุณเซนคะ... ถ้าเราตอบตกลง เอกสารการขยายสาขาในเขตการค้าหลวงจะได้รับการอนุมัติทันที เงินลงทุนมหาศาลจะหลั่งไหลเข้ามา และเราจะกลายเป็นร้านเบเกอรี่อันดับหนึ่งในทุกมิติที่คุณเคยจินตนาการไว้!"
น้ำเสียงของชายสวมชุดคลุมกำมะหยี่สีเข้มสั่นเครือด้วยความตื่นเต้น เขาคือตัวแทนจากสภาการค้ามิติต่างโลกที่ยืนอยู่กลางร้าน 'ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง' ในขณะนี้ รอบตัวเขามีกลิ่นอายของเวทมนตร์จากสัญญาฉบับที่วางอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊กตัวเก่า กลิ่นหอมจางๆ ของเมล็ดกาแฟคั่วบดที่เซนกำลังดริปอยู่ดูเหมือนจะกลายเป็นเพียงฉากหลังที่ไร้ความหมายสำหรับแขกผู้มาเยือน
เซนไม่ได้เงยหน้ามองคู่สนทนา เขาค่อยๆ ประคองกาดริปปากยาว เทน้ำร้อนอุณหภูมิที่พอเหมาะวนเป็นวงกลมช้าๆ บนผงกาแฟสีเข้ม สายตาของเขาจดจ่ออยู่กับฟองอากาศที่พองตัวขึ้นราวกับลมหายใจของสิ่งมีชีวิต ลิลลี่ ภูตดอกไม้ตัวจิ๋วที่ปกติมักจะบินร่าเริงไปมา ตอนนี้กลับเกาะอยู่บนขอบแก้วเซรามิก เงียบกริบและสังเกตการณ์ด้วยดวงตาที่ฉายแววกังวล
"คุณเซน คุณฟังผมอยู่หรือเปล่าครับ? นี่คือโอกาสที่จะทำให้ชื่อของคุณเป็นอมตะในหน้าประวัติศาสตร์วงการขนมหวานเลยนะ!" ชายคนเดิมเร่งเร้า
เซนวางกาดริปลงบนฐานไม้ เขาถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของเขานั้นไม่ได้สื่อถึงความโลภหรือความตื่นเต้น แต่มันกลับเป็นความว่างเปล่าที่นิ่งสงบราวกับผิวน้ำที่ไร้แรงกระเพื่อม
"ประวัติศาสตร์... ฟังดูยิ่งใหญ่ดีนะคะ" เซนเอ่ยเสียงเรียบ "แต่ในประวัติศาสตร์ที่คุณว่า ผมยังหาไม่เจอเลยว่ามีบันทึกหน้าไหนที่บอกว่า 'ความสุข' สามารถถูกคูณด้วยจำนวนสาขาได้"
"คุณหมายความว่ายังไง?" อีกฝ่ายขมวดคิ้วแน่น
"กาแฟแก้วนี้ของผม ถ้าผมต้องผลิตมันออกมาวันละหมื่นแก้วเพื่อให้ได้รสชาติที่ 'ใกล้เคียง' กับที่ผมทำทีละแก้วด้วยความตั้งใจ คุณคิดว่าจิตวิญญาณของมันจะยังอยู่ไหมคะ?" เซนเดินไปที่เคาน์เตอร์ หยิบเมล็ดกาแฟที่ลิลลี่เป็นคนคัดสรรมากับมือขึ้นมาหนึ่งกำมือ "สำหรับคุณ มันคือตัวเลขกำไร แต่สำหรับผม... ทุกชิ้นที่ผมอบ ทุกหยดที่ผมดริป คือการสนทนากับลูกค้าหนึ่งคนในพื้นที่เล็กๆ แห่งนี้"
ลิลลี่ขยับปีกบินขึ้นมาเกาะบนไหล่ของเซน เธอหันไปมองตัวแทนจากสภาการค้าด้วยสายตาที่เฉียบคม ผิดกับภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูอ่อนโยน
"ข้อเสนอของคุณน่าสนใจมากค่ะ" ลิลลี่เสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวาน "แต่ดูเหมือนคุณจะลืมไปนะคะว่า ที่นี่ไม่ใช่โรงงานผลิตขนมหวานเพื่อทำลายสถิติ ที่นี่คือที่ที่หัวใจได้พักผ่อน ถ้าเราออกไปข้างนอกนั่น ความสงบที่เราสั่งสมมาคงจะกลายเป็นเพียงฝุ่นผง"
ชายในชุดคลุมกำมะหยี่มองคนทั้งสองสลับกันไปมา เขาหัวเราะเสียงแหลมอยู่ในลำคอ "พวกคุณนี่มันประหลาดจริงๆ... คนทั้งโลกพยายามดิ้นรนเพื่อจะได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด แต่พวกคุณกลับเลือกที่จะฝังตัวเองอยู่ในมุมอับของป่ามิติต่างโลกแบบนี้เหรอ? ถ้าสภาถอนตัวจากการดูแลร้านนี้ คุณจะเสียสิทธิ์การคุ้มครองเส้นทางขนส่งวัตถุดิบหายากนะ! คุณจะลำบากกว่าที่คิด!"
"ลำบากงั้นหรือคะ?" เซนทวนคำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "การได้ตื่นมาอบขนมโดยไม่ต้องกังวลเรื่องยอดขาย การได้เห็นลูกค้าคนเดิมกลับมาพร้อมรอยยิ้มหลังจากเจอเรื่องหนักหนามา... สำหรับผม นั่นคือความมั่งคั่งที่หาไม่ได้จากธนาคารไหนในมิตินี้ค่ะ"
เซนเอื้อมมือไปหยิบสัญญาฉบับนั้นขึ้นมา เขาไม่ได้ฉีกมันทิ้ง หรือทำท่าทีดูถูก เขาเพียงแค่พับมันอย่างประณีตแล้วส่งคืนให้เจ้าของ
"ขอบคุณสำหรับโอกาสนะคะ แต่คำตอบของผมคือไม่"
บรรยากาศในร้านเปลี่ยนไปทันที ความกดดันมหาศาลจางหายไป เหลือเพียงความเงียบงันที่แฝงไปด้วยความรู้สึกโล่งอก ลิลลี่บินว่อนไปรอบๆ ศีรษะของเซนราวกับกำลังฉลองชัยชนะเล็กๆ ชายตัวแทนสภาการค้ามองค้อนด้วยความโกรธจัด เขาคว้าสัญญาเก็บลงกระเป๋าก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปโดยไม่กล่าวลาแม้แต่คำเดียว
เสียงกระดิ่งที่ประตูร้านดังขึ้นเพียงแผ่วเบาก่อนจะเงียบหายไปทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่ารื่นรมย์
"เซน... เธอไม่เสียดายจริงๆ เหรอ?" ลิลลี่ถามพลางหยิบดอกไม้จิ๋วมาทัดหู "ถึงเขาจะขู่ แต่ถ้าเขาตัดเส้นทางขนส่งสมุนไพรหายากจากสวนของฉันจริงๆ เราอาจจะไม่มี 'เค้กสายรุ้ง' ขายให้ลูกค้าคนพิเศษอีกนะ"
เซนหัวเราะเบาๆ พลางหยิบผ้ากันเปื้อนมาสวม "บางครั้งเราก็ต้องเลือกสิ่งที่จะรักษาไว้ ลิลลี่... ถ้าเรามีวัตถุดิบที่สมบูรณ์แบบแต่ขาดหัวใจในการปรุง มันก็เป็นเพียงอาหารที่ไร้วิญญาณไม่ใช่หรือคะ? อีกอย่าง ถ้าทางเดินของเราถูกปิด เราก็แค่สร้างทางเดินใหม่... หรือไม่ก็ทำสวนใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิมไงคะ"
ลิลลี่หัวเราะร่าเริง เธอบินไปเกาะบนโหลคุกกี้ที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ กลิ่นหอมของเนยและวานิลลาอบอวลไปทั่วร้าน ทำให้ความรู้สึกตึงเครียดก่อนหน้ามลายหายไปจนสิ้น เซนเริ่มเช็ดเคาน์เตอร์ด้วยความสบายใจ เขาไม่ได้รู้สึกว่าการตัดสินใจเมื่อครู่คือการปิดกั้นโอกาส แต่คือการเปิดประตูสู่ชีวิตที่เขาเป็นคนกำหนดเองจริงๆ
ทว่า ความสงบสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน...
ขณะที่เซนกำลังเตรียมกาแฟแก้วถัดไปเพื่อรอลูกค้าคนต่อไป เสียงเคาะประตูที่หน้าต่างกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้น ทั้งที่ร้านตั้งอยู่ลึกในป่ามิติต่างโลกและไม่มีใครสัญจรผ่านง่ายๆ ในยามนี้
ไม่ใช่เสียงเคาะประตูจากคนส่งวัตถุดิบ แต่เป็นเสียงเคาะที่แฝงไปด้วยจังหวะประหลาด... สี่ครั้งสั้น สองครั้งยาว ซ้ำไปซ้ำมา
เซนหยุดชะงัก มือที่ถือช้อนตวงสั่นเล็กน้อย ลิลลี่ที่กำลังเคลิ้มหลับบนโหลคุกกี้ถึงกับสะดุ้งสุดตัวและบินมาหลบหลังขวดโหลทันที ดวงตาของภูตดอกไม้เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"เซน..." ลิลลี่กระซิบเสียงสั่น "เสียงเคาะแบบนี้... มันคือสัญลักษณ์ของกลุ่มที่ถูกลบชื่อออกจากบันทึกมิติต่างโลกไปเมื่อร้อยปีก่อน"
เซนวางช้อนลงช้าๆ เขาหันไปมองหน้าต่างบานนั้น ในเงามืดของพุ่มไม้ข้างร้าน ร่างของบุคคลผู้หนึ่งค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้น ชายปริศนาในชุดคลุมสีเทาเก่าคร่ำคร่า เขาสวมหน้ากากไม้แกะสลักรูปใบหน้าของเซนเอง... ทว่านั่นคือใบหน้าในเวอร์ชันที่ดูทรมานและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น
ชายคนนั้นขยับปากพูดโดยไม่มีเสียง แต่เซนกลับได้ยินประโยคนั้นดังก้องอยู่ในหัวราวกับเสียงกระซิบจากความตาย
*“ขอบคุณที่ปฏิเสธสภา... เพราะนั่นคือโอกาสเดียวที่จะทำให้เรา... ‘สลับที่กัน’ ได้เสียที”*
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเรื่องราวอบอุ่นไปกับ "ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง" นะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะยังคงอยู่ในใจของทุกท่านเสมอค่ะ
ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง: เสกเวทมนตร์ผ่านขนมหวานและกาแฟดริป•ตอนที่ 16
เลือกทางเดินของตนเอง
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง: เสกเวทมนตร์ผ่านขนมหวานและกาแฟดริป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!