"คนตาย... ไม่ได้ต้องการขนมปังหรอกค่ะ พวกเขาต้องการแค่การลืมเลือน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ดิฉันทำไม่ได้"
เซนตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นกลับจ้องมองหญิงสาวในชุดคลุมสีหม่นที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าร้านอย่างไม่กะพริบตา ความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวผู้มาเยือนทำให้ไอร้อนจากเตาอบที่กำลังคุกรุ่นค่อยๆ มอดดับลง กลิ่นหอมหวานของเนยและแป้งสาลีที่อบอวลอยู่เมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายดินชื้นและใบไม้เน่าเสียที่ลอยเข้ามาปะทะจมูก
หญิงสาวลึกลับแสยะยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ก่อนจะสะบัดชายผ้าคลุมเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าเปียกชื้นที่เป็นรูปใบไม้เหี่ยวแห้งทิ้งไว้บนพื้นไม้ของร้าน เซนถอนหายใจยาว ไหล่ที่เกร็งแข็งผ่อนคลายลงช้าๆ เขาแตะมือลงบนเคาน์เตอร์ไม้โอ๊ค สัมผัสได้ถึงความสั่นไหวเบาๆ ของมัน ไม่ใช่แรงแผ่นดินไหว แต่มันคือสัญญาณจากบางสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังร้าน
"แหม... ดูเหมือนจะมีลูกค้าที่ 'เข้มข้น' กว่าแป้งหมักยีสต์เมื่อวานเสียอีกนะคะ"
เสียงเล็กแหลมดังขึ้นจากกองถุงแป้งข้างเคาน์เตอร์ ร่างจิ๋วที่มีปีกใสวับวาวราวกับเกล็ดหิมะกำลังเกาะอยู่บนขอบโหลแก้วใส่เมล็ดกาแฟ เธอคือลิลลี่ ภูตดอกไม้ผู้มีผมสีเขียวมรกตและดวงตากลมโตที่ดูซุกซนเกินกว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่อายุเกินร้อยปี
เซนหยิบผ้ากันเปื้อนขึ้นมาเช็ดคราบแป้งที่มือ ก่อนจะก้มลงไปมองภูตตัวน้อย "เขาไม่ใช่ลูกค้าหรอกค่ะลิลลี่ เขาคือปัญหา... ปัญหาที่อาจจะกลายเป็นวิญญาณหลอนในครัวของฉัน"
"โอ๊ย! อย่าทำหน้าบูดเหมือนเค้กที่ไม่ยอมฟูสิคะ" ลิลลี่บินขึ้นมาเกาะบนไหล่ของเขา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิที่อบอวลรอบตัวเธอช่วยชะล้างความรู้สึกหม่นหมองในอากาศได้เป็นอย่างดี "ถ้าเขาต้องการ 'ความสุข' ที่เป็นอมตะ เขาก็ต้องยอมแลกด้วยอะไรที่มากกว่าแค่คำสาปแช่งค่ะ ตามฉันมา... ถึงเวลาต้องให้คุณเห็น 'สวน' ที่แท้จริงของร้านนี้แล้ว"
ลิลลี่บินนำทางไปยังประตูหลังร้านที่ปกติแล้วเซนคิดว่าเป็นเพียงทางออกไปสู่โกดังเก็บของ ทว่าเมื่อเธอแตะนิ้วลงบนกลอนประตู ประตูบานนั้นก็ไม่ได้เปิดออกสู่ตรอกแคบๆ แต่มันกลับเปิดไปสู่พื้นที่กว้างใหญ่ที่ถูกโอบล้อมด้วยหมอกจางๆ ดอกไม้หลากสีสันบานสะพรั่งแข่งกันราวกับอัญมณีที่ประดับบนผืนดิน ผีเสื้อปีกโปร่งบินว่อนสลับกับละอองแสงที่เต้นระบำอยู่ในอากาศ
"นี่น่ะหรือ... สวนหลังร้าน?" เซนพึมพำ ดวงตาสะท้อนภาพดอกกุหลาบสีครามที่ส่งเสียงคล้ายการร้องเพลงกล่อมเด็ก
"ไม่ใช่แค่สวนค่ะ แต่นี่คือจุดกำเนิดของเวทมนตร์ที่คุณต้องใช้" ลิลลี่ร่อนลงบนดอกทานตะวันยักษ์ที่ขยับก้านหันมาหาเธออย่างรู้งาน "วัตถุดิบในร้านของคุณมันธรรมดาเกินไปค่ะเซน แป้งจากตลาดหรือนมจากฟาร์มแถวนี้... มันไม่มีชีวิต แต่ที่นี่ ทุกใบไม้ ทุกกลีบดอก มี 'ความทรงจำ' ฝังอยู่"
เซนก้าวเดินไปบนพื้นหญ้านุ่มเท้า เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานที่ไหลเวียนใต้ฝ่าเท้า มันไม่ใช่ความร้อนเหมือนเตาอบ แต่เป็นความอุ่นที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง เขาหยิบกระดาษจดบันทึกออกมา ขณะที่ลิลลี่เริ่มอธิบายสรรพคุณของสมุนไพรแต่ละชนิดอย่างคล่องแคล่ว ทั้งเบอร์รี่ที่ทำให้ผู้กินลืมความเศร้าชั่วคราว หรือน้ำค้างจากดอกลิลลี่ที่ช่วยเติมความกล้าหาญให้หัวใจที่แตกสลาย
"ถ้าฉันใช้สิ่งเหล่านี้... ฉันจะเปลี่ยน ‘ความตาย’ ที่เธอนั่นต้องการ ให้กลายเป็น ‘การเริ่มต้นใหม่’ ได้ไหมคะ?" เซนถามพลางจดบันทึกด้วยมือที่มั่นคงขึ้น
ลิลลี่นิ่งไปชั่วครู่ ดวงตาของเธอเปลี่ยนจากความซุกซนเป็นความอ่อนโยน "ความทรงจำในขนมคือสิ่งที่ทรงพลังที่สุดค่ะเซน ถ้าคุณทำมันด้วยความตั้งใจจริง แม้แต่คนตายก็อาจจะยอมรับว่าความสุขที่เหลืออยู่ในปัจจุบันนั้น สำคัญกว่าความโศกเศร้าในอดีต แต่ต้องจำไว้นะคะ... ทุกครั้งที่เด็ดวัตถุดิบไป คุณต้องให้อะไรบางอย่างเป็นการแลกเปลี่ยน"
"แลกเปลี่ยน? หมายความว่าอย่างไรคะ"
"หัวใจของคุณค่ะ... ส่วนเสี้ยวหนึ่งของความรู้สึกที่คุณอยากสื่อสารใส่ลงไปในขนม"
เซนเงียบไปนาน เขามองไปรอบสวนแห่งนี้ ที่ซึ่งธรรมชาติและเวทมนตร์หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ ไม่ใช่เพื่อหนีจากความคาดหวังของครอบครัวในอดีต แต่เพื่อสร้างที่พักพิงให้ผู้คนได้รับรู้ว่าชีวิตนั้นหอมหวานเพียงใดแม้ในวันที่ขมขื่นที่สุด
เขากำลังจะเอื้อมมือไปเด็ดใบมินต์สีทองที่กำลังสั่นไหวรับลม ทันใดนั้น หมอกที่ล้อมรอบสวนก็เริ่มบิดเบี้ยว สีสันสดใสของดอกไม้รอบข้างเริ่มซีดจางลง ลิลลี่ที่เคยร่าเริงถอยกรูดมาเกาะที่ปกเสื้อของเขา ร่างของเธอสั่นเทาอย่างรุนแรง
"เซน... หยุดค่ะ! อย่าเด็ดมัน!" ลิลลี่กระซิบด้วยเสียงที่สั่นเครือ "มีใครบางคน... ไม่ใช่สิ มีบางสิ่งกำลังก้าวข้ามผ่านเขตแดนเข้ามา... และมันไม่ใช่ลูกค้าแน่ๆ"
ที่ขอบเขตของสวน ปรากฏเงาร่างสูงโปร่งสวมชุดคลุมขาดวิ่น ใบหน้าของมันถูกบดบังด้วยหน้ากากไม้แกะสลักรูปหัวกะโหลกที่ร้าวเป็นทางยาว มันไม่ได้เดินเข้ามา แต่มันกำลัง 'กลืนกิน' สีสันของสวนไปทีละก้าว พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังก้องในโสตประสาทของเซน
"ความสุขของเจ้า... ช่างหอมหวานจนข้าทนไม่ไหวจริงๆ ขอข้าลิ้มลอง... ความตายที่เจ้าซ่อนไว้ในครัวสักนิดเถิด"
เซนหันกลับไปเผชิญหน้ากับเงามืดนั้น พลางกระชับขวดโหลเปล่าในมือแน่น นี่ไม่ใช่การทดสอบธรรมดา แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของสงครามระหว่างรสชาติแห่งชีวิตและความว่างเปล่าที่ไม่มีวันอิ่มหนำ
ด้วยความรักจากใจถึงรี้ดเดอร์ที่ติดตามการเดินทางของร้านเบเกอรี่แห่งนี้ หวังว่าคุณจะพบความอบอุ่นในทุกตัวอักษรนะคะ!
ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง: เสกเวทมนตร์ผ่านขนมหวานและกาแฟดริป•ตอนที่ 2
สวนผักลับของภูตดอกไม้
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง: เสกเวทมนตร์ผ่านขนมหวานและกาแฟดริป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!