ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง: เสกเวทมนตร์ผ่านขนมหวานและกาแฟดริป•ตอนที่ 1

กลิ่นหอมแรกในดินแดนใหม่

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
“ถ้าคุณก้าวเท้าเข้ามาเกินเส้นแบ่งสีขาวนั่นอีกเพียงก้าวเดียว กฎของหมู่บ้านจะถือว่าคุณเป็นผู้บุกรุก และโทษของการบุกรุกที่นี่… ก็คือการถูกเนรเทศออกไปในสภาพที่เหลือแค่ตัวเปล่า” เซนชะงักฝีเท้าทันที เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย็นชาของชายวัยกลางคนผู้ถือไม้เท้าหัวกะโหลกสัตว์ป่าไม่ได้ทำให้เขาหวาดกลัวเท่ากับแววตาที่จ้องมองมาเหมือนกำลังประเมิน ‘ซากศพ’ ที่เดินได้ เขาไม่ได้ตอบโต้ แต่เลือกที่จะวางกระเป๋าเดินทางใบเก่าที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนลงบนพื้นไม้ผุๆ ของหน้าร้านเบเกอรี่ร้างที่เขาสั่งซื้อผ่านจดหมายผูกคอเต่าเมื่อเดือนก่อน กลิ่นดินชื้นและไอเย็นจากป่าลึกโชยมาปะทะจมูก แทนที่จะเป็นกลิ่นหอมของเนยหรือน้ำตาลอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับเป็นกลิ่นของความเงียบงันที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายทศวรรษ “ผมไม่ได้มาเพื่อบุกรุกครับ... เอ้อ... ดิฉันหมายถึง ผมไม่ได้มาเพื่อสร้างปัญหา” เซนแก้คำพูดด้วยท่าทีนิ่งสงบ เขาเหลือบมองชายเจ้าของเสียง ก่อนจะล้วงกระดาษสีเหลืองกรอบที่มีตราประทับสีแดงสดออกมา “นี่คือโฉนดที่ดินและสิทธิ์ในการบูรณะร้าน ‘ปลายสายรุ้ง’ ตามข้อตกลงที่ได้รับการรับรองจากสภาเวทมนตร์ หวังว่าการถือสิ่งนี้ไว้ในมือ จะมากพอที่จะทำให้ผมไม่ต้องถูกเนรเทศตั้งแต่วันแรกที่มาถึงนะครับ” ชายผู้นั้นขมวดคิ้วแน่นจนหัวคิ้วแทบชนกัน เขาหยิบกระดาษไปอ่านด้วยสายตาที่คลางแคลงใจ ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรงแล้วโยนมันคืนให้ “งั้นก็เชิญ… แต่อย่าคิดว่าการเอาเศษเหล็กมาเคาะห้องครัวแล้วจะมีใครกล้าเดินเข้ามาซื้อขนมของเจ้าหรอกนะ เพราะที่นี่ไม่มีใครกินอะไรที่เป็นของ ‘มนุษย์ต่างถิ่น’ ตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษแล้ว” เมื่อชายคนนั้นเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงเสียงเคาะไม้เท้าที่ดังก้องอยู่ในความเงียบ เซนก็ถอนหายใจยาว ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางข้ามมิติไม่ได้มีมากเท่ากับความกดดันที่ถาโถมเข้ามาในอก เขาหมุนกุญแจสนิมเขรอะที่ไขยากเย็น ก่อนจะผลักประตูไม้หนักอึ้งให้เปิดออก ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายราวกับผีเสื้อกลางคืนที่ตื่นจากการหลับใหล แสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านหน้าต่างบานกระจกสีที่แตกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นเตาอบเหล็กหล่อขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนจะใช้งานไม่ได้มานานนับร้อยปี เซนเดินเข้าไปลูบพื้นผิวเตาอบนั้น ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างแล่นผ่านปลายนิ้ว มันไม่ใช่แค่เครื่องครัว แต่มันคือ ‘บ้าน’ หลังเดียวที่เขาสามารถหนีพ้นจากสายตาตัดสินของครอบครัวในโลกเก่า “เจ้าจะยืนเหม่อไปถึงไหนกันคะพ่อครัว? ถ้าไม่รีบทำความสะอาด ฝุ่นพวกนี้จะฝังลึกจนแม้แต่เวทมนตร์ของข้าก็ช่วยไม่ไหวหรอกนะ!” เสียงเล็กแหลมดังขึ้นจากแจกันดอกไม้ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ ก่อนที่ร่างเล็กจิ๋วเท่าฝ่ามือที่มีปีกโปร่งใสราวกับกลีบดอกไม้จะบินออกมา เซนอมยิ้มบางๆ ลิลลี่ เพื่อนร่วมทางเพียงหนึ่งเดียวของเขาในที่แห่งนี้ เธอมีใบหน้าเปื้อนละอองเกสรและดวงตากลมโตที่ดูซุกซนตลอดเวลา “ฉันแค่กำลังคิดว่า... เราเริ่มจากจุดไหนก่อนดีนะ ลิลลี่?” “เริ่มจากเอาความเศร้าในใจเจ้าออกไปก่อนเลยค่ะ!” ลิลลี่บินวนรอบหัวเขา “เตาอบนี่มันยังใช้ได้ แต่มันต้องการ 'หัวใจ' ของไฟที่มาจากพลังงานของเจ้า อย่าลืมสิ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่จะเอาแก๊สหรือถ่านมาจุดกันง่ายๆ เจ้าต้องใช้ ‘ความตั้งใจ’ ในการปรุงรสชาติลงไปในหินเวทมนตร์ใต้เตา” เซนถอดเสื้อโค้ทตัวนอกออก เผยให้เห็นแขนเสื้อที่พับขึ้นเตรียมพร้อม เขาเริ่มลงมือขัดถูร้านด้วยความบรรจง กลิ่นอายของความเก่าแก่เริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นของความหวังที่เขากำลังก่อร่างขึ้นใหม่ แม้คนในหมู่บ้านจะเกลียดชังคนนอก แต่สำหรับเขา ความหอมหวานของขนมอาจจะเป็นสะพานเชื่อมเพียงเส้นเดียวที่เหลืออยู่ เขานำเมล็ดกาแฟดริปที่ติดตัวมาจากมิติก่อนหน้าออกมาบดอย่างช้าๆ เสียงฟันเฟืองของที่บดกาแฟไม้ดังประสานไปกับเสียงลมพัดผ่านพุ่มไม้หลังร้าน ลิลลี่บินไปที่หน้าต่างแล้วคอยส่งเสียงบอกทิศทางของแสงแดดที่เริ่มเปลี่ยนสี “กลิ่นนี่มัน...” ลิลลี่สูดดมอากาศที่เริ่มเปลี่ยนไป “กลิ่นของเมล็ดกาแฟจากป่าแห่งเงา... เจ้าเอามาด้วยหรือคะ?” “ใช่ เพราะฉันรู้ว่าที่นี่คงไม่มีอะไรที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นตัวเองได้เท่ากับกาแฟแก้วแรก” เซนตอบพร้อมกับบรรจงเทน้ำร้อนลงบนผงกาแฟที่บดละเอียด กลิ่นหอมเข้มข้นอบอวลไปทั่วร้านที่เคยเงียบเหงา แต่ในขณะที่หยดกาแฟสุดท้ายกำลังจะไหลลงสู่แก้ว ทันใดนั้น... บานประตูหน้าร้านก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนบานพับเกือบหลุด ลมแรงพัดเอาใบไม้แห้งและฝุ่นควันเข้ามาข้างในจนฟุ้งกระจาย เซนวางกาต้มน้ำลงด้วยมือที่สั่นน้อยๆ เขามองเห็นร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทที่ปิดบังใบหน้ามิดชิดยืนนิ่งอยู่ที่ธรณีประตู บุคคลลึกลับคนนั้นเดินเข้ามาในร้านด้วยจังหวะที่เงียบเชียบ ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าเคาน์เตอร์ และวางบางอย่างลงบนโต๊ะไม้ที่เพิ่งทำความสะอาดเสร็จหมาดๆ มันเป็นจี้สร้อยคอที่มีรอยแตกและมีคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่ “เจ้าคือคนที่บอกว่าจะขาย ‘ความสุข’ ในร้านแห่งนี้ใช่ไหม?” เสียงของผู้มาเยือนนั้นแหลมสูงและเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “ถ้าอย่างนั้น... จงทำขนมที่ทำให้คนตายกลับมามีชีวิตอีกครั้งได้เสียที ไม่อย่างนั้นฉันจะสาปให้ร้านของเจ้ากลายเป็นหลุมศพตั้งแต่วินาทีนี้!” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความหอมหวานและปริศนาในบทแรกของร้านปลายสายรุ้งนะคะ แล้วพบกันในตอนต่อไปค่ะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง: เสกเวทมนตร์ผ่านขนมหวานและกาแฟดริป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%