“ขวดโหลนั่น... คุณได้มันมาจากที่ไหนคะ?”
เซนถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ หากทว่าฝ่ามือของเขาที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ไม้โอ๊กกลับเกร็งแน่นจนขึ้นข้อขาว ความเงียบงันเข้าปกคลุมร้าน ‘ปลายสายรุ้ง’ ในทันที กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วบดที่เคยอบอวลดูเหมือนจะจางหายไป เหลือเพียงความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างใต้ชุดคลุมสีดำสนิท
ไม่มีเสียงตอบรับจากใบหน้าว่างเปล่าในฮู้ดนั้น ชายปริศนาเพียงแค่หมุนขวดโหลแก้วในมือเบาๆ เสียงเศษเสี้ยวของมิติกระทบกันเบาๆ ดัง ‘กริ๊ง’ คล้ายเสียงกระดิ่งลมที่พัดผ่านสุสาน ก่อนที่เขาจะวางขวดโหลลงบนโต๊ะไม้ใกล้ๆ แล้วหมุนตัวเดินออกไปราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้น ลิลลี่ที่บินซ่อนตัวอยู่หลังโถแป้งโผล่หัวออกมา ใบหน้าเล็กๆ ของภูตดอกไม้ซีดเผือด
“เซน... นั่นมันไม่ใช่ขวดโหลธรรมดา แต่มันคือกักเก็บเศษเสี้ยววิญญาณของเขตแดนที่ล่มสลาย!”
เซนถอนหายใจยาว พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวแรงเหมือนตะกร้อตีไข่ เขาเมินเฉยต่อความกลัวที่เกาะกินใจ แล้วหันไปจัดการกับ ‘สโคนเนยสด’ ที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ กลิ่นหอมฟุ้งของเนยแท้จากฟาร์มในป่าลึกเริ่มดึงความรู้สึกกลับมาสู่ปัจจุบัน วันนี้เป็นวันนัดหมายพิเศษ—งานเลี้ยงน้ำชาเล็กๆ ที่เขาตั้งใจจัดขึ้นเพื่อทำความรู้จักกับเหล่าเพื่อนบ้านในหมู่บ้านชายแดนแห่งนี้
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักๆ ของออร์คเจ้าของโรงตีเหล็ก ‘กอร์ก’ ก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงกระดิ่งหน้าร้าน ตามด้วยเอลฟ์สาวร่างสูงโปร่ง ‘เอลาร่า’ ผู้ดูแลป่าต้องห้าม ทั้งคู่ดูประหม่าเมื่อก้าวเข้ามาในร้านที่ดูอบอุ่นผิดกับบรรยากาศภายนอกที่เต็มไปด้วยไอหมอกเวทมนตร์
“ขนมหน้าตาน่าประหลาดนี่น่ะหรือ ที่เจ้าบอกว่าจะให้พวกเราลองชิม?” กอร์กขยับเก้าอี้ไม้จนดังลั่น เขาใช้นิ้วหนาๆ จิ้มลงบนผิวสัมผัสของสโคนอย่างไม่มั่นใจ
เซนยิ้มบางๆ เขาหยิบสโคนอุ่นๆ ที่กรอบนอกนุ่มในวางลงบนจานกระเบื้องเคลือบ “ลองกัดดูสักคำเถอะค่ะกอร์ก ขนมหวานไม่ได้มีไว้แค่กินเพื่ออิ่ม แต่มันมีไว้เพื่อเชื่อมโยงความรู้สึกระหว่างผู้ทำและผู้ทาน”
เอลฟ์สาวหยิบสโคนขึ้นมาดมกลิ่นดอกลาเวนเดอร์ป่าที่ผสมลงในเนื้อแป้ง ดวงตาเรียวเล็กของเธอเบิกกว้างขึ้น “กลิ่นนี้... มันทำให้ฉันนึกถึงตอนที่ต้นไม้น้อยในป่าเริ่มผลิใบครั้งแรกในรอบร้อยปี... คุณใส่อะไรลงไปกันคะ เซน?”
“ความใส่ใจที่มากกว่าสูตรอาหารค่ะ” เซนตอบพร้อมกับเทกาแฟดริปสีอำพันลงในถ้วยแก้ว กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วอ่อนที่ให้รสสัมผัสแบบดอกไม้ช่วยละลายกำแพงความสงสัยของเหล่าเพื่อนบ้านลงทีละน้อย
ตลอดช่วงบ่าย ร้านอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน กอร์กเล่าเรื่องการตีเหล็กด้วยอารมณ์ขันที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าดุดัน ส่วนเอลาร่าก็แบ่งปันเรื่องราวของเหล่าสมุนไพรในป่าที่ลิลลี่สนใจเป็นพิเศษ เซนรู้สึกได้ว่าความโดดเดี่ยวที่เขาเคยแบกรับมาตลอดในอดีตกำลังถูกเยียวยาด้วยมิตรภาพใหม่ๆ นี้ แต่ในขณะที่เขากำลังส่งยิ้มให้แขกผู้มาเยือน สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ริมหน้าต่าง
ขวดโหลเปล่าใบนั้น... ใบที่ชายชุดดำทิ้งไว้บนโต๊ะ—มันไม่ได้อยู่บนโต๊ะตัวเดิมแล้ว แต่มันกลับมาวางอยู่บนเคาน์เตอร์ใกล้ๆ ตัวเขาอีกครั้ง โดยที่ไม่มีใครเห็นว่าใครเป็นคนย้ายมันมา
“เซน? เป็นอะไรไปคะ?” ลิลลี่กระซิบถามเมื่อเห็นเซนหยุดชะงักไปกลางคัน
เซนไม่ตอบ เขาค่อยๆ ยื่นมือไปแตะขวดโหลแก้วใบนั้น ผิวสัมผัสของมันไม่ได้เย็นเยียบอย่างที่คิด แต่กลับร้อนระอุราวกับมีเปลวเพลิงที่มองไม่เห็นกักขังอยู่ภายใน และในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับแก้วใส ภาพนิมิตที่บิดเบี้ยวก็พุ่งเข้าสู่สมองของเขา—ภาพร้านเบเกอรี่ของเขาที่ถูกปกคลุมไปด้วยเปลวไฟสีดำ และเสียงกระซิบที่คุ้นเคยจากอดีตที่เขาพยายามลบเลือน
“เราพบกันอีกครั้งแล้วนะ... เชฟผู้น่าสงสาร”
เสียงนั้นไม่ใช่เสียงคนแปลกหน้า แต่มันคือเสียงของเขาเอง—ในวันที่เขายังเป็นเชฟในเมืองหลวงที่ถูกครอบครัวบีบคั้นจนแทบเสียสติ!
เซนชักมือกลับอย่างแรง ขวดโหลแก้วร่วงหล่นลงพื้น—ทว่ามันไม่แตก กระจายตัวออกเป็นหยดหมึกสีดำที่เริ่มคืบคลานไปตามพื้นไม้เหมือนสิ่งมีชีวิตที่หิวกระหาย ก่อนที่มันจะพุ่งตรงไปที่เท้าของกอร์ก และเริ่มแทรกซึมผ่านรองเท้าหนังหนาของออร์คหนุ่ม ร่างกายของกอร์กเริ่มสั่นเทา ดวงตาของเขากลายเป็นสีแดงฉานเหมือนสัตว์ป่าที่คลุ้มคลั่ง เขาลุกขึ้นยืนจนโต๊ะล้มคว่ำ กรงเล็บที่เริ่มงอกยาวออกมาจากปลายนิ้วชี้ไปที่เซนด้วยความโกรธเกรี้ยว
“แกเอา ‘ความทรงจำ’ ของพวกเราไปซ่อนไว้ที่ไหน!” กอร์กคำรามด้วยเสียงที่ไม่ใช่มนุษย์ พร้อมกับหยิบขวานยักษ์ที่แขวนไว้ที่ข้างเอวออกมาฟาดฟันเข้าใส่เคาน์เตอร์เบเกอรี่จนพังทลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย!
เซนยืนตัวแข็งทื่อ มองเศษซากความตั้งใจของเขาที่แหลกคามือผู้ที่เขาเพิ่งจะเริ่มสร้างมิตรภาพด้วย ในขณะที่เงาสีดำเริ่มขยายตัวขึ้นกลางร้าน ก่อร่างสร้างเป็นรูปร่างของชายชุดดำที่กลับมาอีกครั้ง—คราวนี้ไม่มีหมอกควันอีกต่อไป เขาเผยให้เห็นใบหน้าที่เซนจำได้ดีที่สุด... เพราะมันคือใบหน้าของเขาเอง ที่มีรอยยิ้มบิดเบี้ยวและเย็นชา!
“ต้อนรับสู่โลกแห่งความจริงที่เธอพยายามหนีมาตลอดนะ เซน” ร่างแยกนั้นเอ่ยพร้อมกับคว้าขวดโหลที่ว่างเปล่าชูขึ้นเหนือหัว “คราวนี้... เรามาดูกันว่าขนมของเธอจะเยียวยาจิตใจที่ถูกกัดกินไปแล้วได้หรือเปล่า”
หวังว่าเรื่องราวในวันนี้จะทำให้คุณนักอ่านทุกท่านได้สัมผัสถึงความอบอุ่นและปมปริศนาที่เริ่มเข้มข้นขึ้น แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง: เสกเวทมนตร์ผ่านขนมหวานและกาแฟดริป•ตอนที่ 4
สโคนอุ่นๆ กับมิตรภาพต่างเผ่า
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง: เสกเวทมนตร์ผ่านขนมหวานและกาแฟดริป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!