“กาแฟแก้วนี้… มันขาดรสชาติของความทะเยอทะยานไปนะคะ”
เสียงทุ้มต่ำของชายแปลกหน้าในชุดคลุมสีเทาซีดขัดจังหวะความเงียบสงัดภายในร้าน เขาไม่ได้จิบกาแฟดริปเมล็ดพันธุ์พิเศษที่เซนบรรจงชงให้ แต่กลับวางถ้วยเซรามิกนิ่งสนิทลงบนโต๊ะไม้โอ๊คเก่าแก่ สายตาของเขาคมกริบราวกับใบมีดที่ผ่านการเจียระไนมาอย่างดี จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเซนที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์
เซนชะงักมือที่กำลังเช็ดจานเซรามิก ลิลลี่ที่แอบซ่อนตัวอยู่หลังกระถางต้นมินต์ข้างหน้าต่างถึงกับปีกสั่นระริกด้วยความประหม่า บรรยากาศภายในร้านที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นวานิลลาและอบเชย ดูเหมือนจะถูกความเย็นเยียบจากคนตรงหน้ากดทับจนแทบหยุดหายใจ
“คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อดื่มกาแฟสินะคะ” เซนเอ่ยเสียงเรียบ แม้หัวใจจะเต้นรัวเหมือนกลองรบ แต่เขาก็ยังรักษาความสุขุมไว้ได้ดี
ชายคนนั้นแค่นหัวเราะ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเฉยชาเป็นความสมเพชที่แฝงไปด้วยความอาลัย “เชฟฝีมือฉกาจระดับอาณาจักรที่เคยรังสรรค์เค้กชั้นเลิศในงานเลี้ยงของราชา กลับมาหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าเขา คอยอบขนมปังให้พวกก๊อบลินหรือเผ่าพันธุ์ชั้นต่ำพวกนี้… เธอทิ้ง ‘พรสวรรค์’ ที่ครอบครัวตระกูลดังฝากความหวังไว้ เพื่อมาเล่นขายของงั้นหรือคะ เซน?”
ชื่อนั้น… ชื่อที่เขาพยายามลบเลือนไปพร้อมกับเศษซากของความทรงจำในอดีต
เซนวางผ้าเช็ดจานลงช้าๆ เขาไม่โต้ตอบ แต่เดินอ้อมเคาน์เตอร์มาหยิบโถใส่เมล็ดกาแฟคั่วบดใหม่ เขากดเครื่องดริปเบาๆ กลิ่นหอมฟุ้งกระจายตัวขึ้นช้าๆ ทว่าครั้งนี้กลิ่นของมันกลับลุ่มลึกและขมปร่ากว่าปกติ “ในตระกูลของผม การทำอาหารคือสงครามค่ะ มันคือการพิสูจน์อำนาจและอิทธิพลผ่านจานอาหาร ทุกจานต้องสมบูรณ์แบบจนไร้ที่ติ และทุกรสชาติต้องเป็นอาวุธในการกำจัดคู่แข่ง… คุณคิดว่านั่นคือชีวิตที่ผมต้องการจริงๆ หรือคะ?”
“นั่นคือชีวิตที่เธอถูกกำหนดมา! ทุกคนต่างก็มีกรงขังของตัวเอง เซน… และตระกูลเธอก็ไม่ได้แค่ขังเธอไว้ แต่พวกเขาสร้างกรงที่ทำจากทองคำบริสุทธิ์เพื่อล่ามโซ่เธอไว้ในฐานะ ‘เครื่องมือ’ เท่านั้น” ชายคนนั้นโน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นอายของดินและฝนที่ติดตามตัวเขามาทำให้เซนรู้สึกอึดอัด
ลิลลี่บินออกมาจากมุมมืด พยายามร่ายเวทมนตร์อ่อนๆ เพื่อสร้างกำแพงลมป้องกันเซน แต่ชายคนนั้นเพียงแค่ปัดมือเบาๆ ละอองเวทมนตร์ของลิลลี่ก็แตกกระจายเหมือนฟองสบู่ “อย่าสะเออะยุ่งกับเรื่องของผู้ใหญ่ เจ้าภูตน้อย”
เซนขยับตัวมาบังลิลลี่ไว้ “อย่าทำอะไรเธอค่ะ เธอไม่เกี่ยว”
“ผมมาที่นี่เพื่อเตือน” ชายแปลกหน้าหยิบจดหมายปิดผนึกด้วยตราประทับขี้ผึ้งสีดำสนิทวางลงบนเคาน์เตอร์ “งานประชันอาหารระดับทวีปจะเริ่มขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ท่านพ่อของคุณ… ส่งคำสั่งมาแล้ว ไม่ใช่คำขอร้อง แต่มันคือคำสั่งตาย ถ้าเธอไม่กลับไปกู้ชื่อเสียงของตระกูลที่พังยับเยินจากการหายตัวไปของเธอ”
ความเงียบปกคลุมไปทั่วร้าน มีเพียงเสียงหยดน้ำกาแฟที่ดริปจนหมดถ้วย เซนมองจดหมายฉบับนั้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ความทรงจำที่เขาพยายามฝังกลบเริ่มไหลย้อนกลับมา ราวกับภาพวาดที่ถูกสีน้ำมันเปรอะเปื้อนจนดูไม่ได้ เขาเคยเป็นเด็กที่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเลือกวัตถุดิบทำอาหารเอง ต้องนั่งจดจำสูตรอาหารนับพันเพื่อทำตามความต้องการของคนที่เรียกตัวเองว่าพ่อ
“ฉันไม่ได้เป็นเชฟของตระกูลนั้นมานานแล้วค่ะ” เซนเอ่ยเสียงสั่นเครือแต่หนักแน่น “ที่นี่คือบ้านของฉัน ขนมปังทุกก้อน กาแฟทุกแก้วที่ฉันชง… ฉันทำด้วยความรู้สึก ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์หรือชัยชนะ”
ชายคนนั้นลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสวมหมวกคลุมศีรษะปิดบังใบหน้าอีกครั้งก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตู “งั้นก็เตรียมตัวรับผลที่จะตามมาได้เลย เพราะในคืนวันเพ็ญถัดไป ‘พวกเขา’ จะไม่ส่งนักเดินทางมาเจรจาแบบฉัน แต่จะเป็นคนของตระกูลที่มาเพื่อเผาร้านแห่งนี้ให้กลายเป็นเถ้าถ่าน… เพื่อให้เธอเหลือเพียงแค่ที่ที่เธอควรอยู่แต่แรก”
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังกริ๊งเบาๆ เมื่อเขาก้าวออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่หนักอึ้งกว่าเดิม
เซนทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ มือของเขาสั่นจนไม่สามารถควบคุมได้ ลิลลี่บินเข้ามาเกาะที่ไหล่ของเขาด้วยความห่วงใย เธอรับรู้ได้ถึงความเศร้าที่ลึกสุดหยั่งจากหัวใจของเพื่อนสนิท
“เซน… เราจะทำยังไงกันดีคะ?” ลิลลี่ถามเสียงแผ่ว
เซนหยิบจดหมายสีดำนั้นขึ้นมา ปลายนิ้วแตะที่ตราประทับสีดำที่ดูเหมือนหลุมศพของอดีต เขาไม่ได้เปิดมัน แต่เขากลับลุกขึ้นเดินไปที่เตาอบ จุดไฟให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้งด้วยสายตาที่มุ่งมั่นอย่างประหลาด เขาหยิบแป้งสาลีคุณภาพดีออกมาเตรียมไว้
“ฉันจะไม่ยอมให้ที่นี่พังพินาศไปเพราะความเห็นแก่ตัวของใครเด็ดขาดค่ะ ลิลลี่” เซนพึมพำ ก่อนจะหันไปหยิบกุญแจลับที่เขาไม่เคยใช้มาก่อนออกมาจากลิ้นชักชั้นในสุด กุญแจดอกนั้นไม่ได้ไขประตูร้าน แต่มันไข ‘ห้องเก็บวัตถุดิบต้องห้าม’ ที่เขาเคยสาบานว่าจะไม่แตะต้องมันอีกตลอดชีวิต
เมื่อเขาเสียบกุญแจลงในรอยแยกหลังกำแพง แสงสีทองประหลาดก็สาดส่องออกมาพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้ชั้นวางแก้วกาแฟสั่นระริก ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง… แต่มันไม่ใช่เสียงเคาะประตูไม้ทั่วไป มันคือเสียงเคาะที่สอดประสานกันเป็นจังหวะเพลงที่เขาคุ้นเคยดี… จังหวะเพลงของ ‘แม่’ ผู้ที่ควรจะจากโลกนี้ไปนานแล้ว
เบเกอรี่มิติต่างโลกหวังว่าความอบอุ่นในหัวใจของทุกท่านจะช่วยให้ผ่านพ้นคืนอันเหน็บหนาวนี้ไปได้นะคะ!
ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง: เสกเวทมนตร์ผ่านขนมหวานและกาแฟดริป•ตอนที่ 10
กลิ่นกาแฟในความทรงจำ
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ร้านเบเกอรี่ปลายสายรุ้ง: เสกเวทมนตร์ผ่านขนมหวานและกาแฟดริป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!