เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า•ตอนที่ 45

บทที่ 45

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"หากเจ้ายังรินสุราช้ากว่าเต่าคลานเช่นนี้ ข้าเกรงว่าพรรคมารโลหิตคงยกทัพมาถึงยอดเขาและดื่มเลือดเราจนหมดไหเสียก่อนแล้วกระมัง ศิษย์น้องเหมย" น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในโรงเตี๊ยมร้างริมทาง ลู่เฉินนั่งเอกเขนกอยู่บนม้านั่งไม้ผุพัง มือข้างหนึ่งถือไหเหล้าเก่าคร่ำครึที่ไร้ซึ่งกลิ่นอายพลังปราณใดๆ ดวงตาหรี่ลงกึ่งหลับกึ่งตื่นคล้ายคนเมามายที่ไร้พิษภัย ทว่ายามที่ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงเบาๆ บนขอบโต๊ะ เสียงนั้นกลับดังก้องกังวานเสียดแทงเข้าไปถึงจิตวิญญาณของผู้ฝึกยุทธรอบด้าน เหมยหลินที่ยืนกอดอกอยู่เบื้องหลัง ถลึงตาใส่ศิษย์พี่ตัวดีจนแทบถลน นางแค่นเสียงลอดไรฟัน "ถ้าไม่ใช่เพราะท่านมัวแต่แวะซื้อสุราตระกูลหลี่เมื่อสามชั่วยามก่อน ป่านนี้เราคงสืบเบาะแสของผู้อาวุธโสพรรคมารโลหิตเจอตัวจริงเสียงจริงไปแล้ว เลิกทำตัวไร้สาระเสียที ลู่เฉิน! สถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งสุนทรีย์กับน้ำเหม็นๆ นั่น!" "โธ่... ศิษย์น้อง สุราดีคือหยาดน้ำค้างจากสรวงสวรรค์ จะเรียกว่าน้ำเหม็นได้อย่างไรกัน เลอะเทอะจริงๆ" ลู่เฉินแย้มยิ้มบางเบา ดวงตาหงส์คู่นั้นกวาดมองไปรอบบริเวณโรงเตี๊ยมที่ถูกล้อมไว้ด้วยกลุ่มมือสังหารชุดดำนับสิบชีวิต ใบหน้าของพวกมันสวมหน้ากากรูปอสูรโลหิต บรรยากาศแผ่พุ่งไอสังหารเข้มข้นจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว ครืน! พื้นไม้ใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนเล็กน้อย ผู้นำกลุ่มมือสังหาร ซึ่งเป็นชายร่างกำยำสวมหน้ากากทองคำแดง ก้าวเท้าเข้ามาด้วยลมปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนฝุ่นผงบนพื้นลอยเคว้งคว้าง มันแค่นเสียงหัวเราะเยาะหยัน "ฮ่าๆๆ ลู่เฉิน! ชื่อเสียง 'เซียนสุราเมามาย' ของเจ้าช่างโด่งดังเสียจริง คิดไม่ถึงว่าใกล้จะตายอยู่รำคาญใจแล้ว ยังมีอารมณ์มานั่งจิบสุราเคล้าความตายกับสตรีข้างกายอีก น่าสมเพชยิ่งนัก!" ลู่เฉินไม่ได้แม้แต่จะชายตามองผู้มาเยือน เขายกไหเหล้าขึ้นจิบอึกใหญ่ รสชาติเผ็ดร้อนบาดคอแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งอย่างยาวนาน ราวกับโลกใบนี้ไม่มีเรื่องใดสำคัญไปกว่าการลิ้มรสสุราในมืออีกแล้ว "เจ้าพูดมากเกินไปแล้วนะ..." ลู่เฉินเอ่ยเสียงเบาหวิว "ข้ากำลังดื่มด่ำกับรสชาติของสุราหมักปีศาจ... เอ่อ ไม่สิ ปีนี้หมักได้ที่กำลังดีทีเดียว รสชาติกลมกล่อมแต่แฝงความดุดัน คล้ายกับนิสัยของศิษย์น้องตอนโมโหไม่มีผิด" เหมยหลินหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ นางตบโต๊ะฉาดใหญ่จนไม้พุพังแตกละเอียดเป็นจุล "ลู่เฉิน! อยากตายนักใช่ไหม!" "ฮ่าๆๆๆ ถึงเวลาตายของพวกเจ้าแล้ว จงมอบคัมภีร์โลหิตพันลี้และหัวใจมารมาซะดีๆ ข้าจะไว้ชีวิตให้พวกเจ้าตายอย่างสบาย!" ผู้นำพรรคมารโลหิตแผดเสียงคำราม ลมปราณสีเลือดพวยพุ่งออกจากร่างราวกับเปลวเพลิงทมิฬ มันชักกระบี่หนาหนักเคลือบด้วยพิษโลหิตพุ่งเข้าใส่ลู่เฉินด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ประกายกระบี่ฉีกกระชากอากาศจนเกิดเสียงหอนหวีดแหลมเล็ก ในเสี้ยววินาทีเป็นตายนั้นเอง เหมยหลินกำลังจะชักกระบี่ออกมารับมือ ทว่าไหล่บางกลับถูกมือข้างหนึ่งแตะเบาๆ อย่างนุ่มนวล "ถอยไปก่อน... เดี๋ยวเหล้าหก เสียดายของแย่" คำพูดเรียบง่ายดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับร่างของลู่เฉินที่หายวับไปจากตำแหน่งเดิมอย่างไร้ร่องรอย ราวกับเขาไม่เคยนั่งอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก เคร้ง! ประกายไฟสีทองสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของโรงเตี๊ยม ไม่มีใครมองเห็นว่าลู่เฉินเคลื่อนไหวอย่างไร รู้ตัวอีกที ปลายกระบี่สีโลหิตของผู้นำพรรคมารโลหิตก็หยุดชะงักค้างกลางอากาศ โดยมีนิ้วชี้และนิ้วกลางของลู่เฉินคีบคมกระบี่เอาไว้ได้อย่างมั่นคง ราวกับคีบก้านดอกไม้แห้งๆ กิ่งหนึ่ง ผู้นำพรรคมารโลหิตเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เส้นเลือดบนขมับปูดโปน มันพยายามถ่ายพลังปราณทั้งหมดลงไปที่กระบี่เพื่อสะบัดให้หลุด ทว่าคมกระบี่กลับนิ่งสนิทราวกับถูกตรึงไว้ด้วยขุนเขาโบราณ "วิชา 'กระบี่โลหิตกลืนวิญญาณ' ของพวกเจ้า... น่ารำคาญเสียจริง" ลู่เฉินทอดถอนหายใจ ดวงตาที่เคยหรี่ลงกลับทอประกายคมกริบดั่งดวงดาราบนฟากฟ้า ชั่วพริบตาเดียว แรงกดดันระดับที่ทำให้แผ่นดินสะเทือนก็ระเบิดออกมาจากร่างของชายหนุ่มขี้เกียจผู้นี้อย่างไร้การเตือนล่วงหน้า! ตูมมม! คลื่นพลังสีครามผสมผสานกับกลิ่นอายสุราเข้มข้นแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง มือสังหารพรรคมารโลหิตนับสิบชีวิตกระเด็นกระดอนไปคนละทิศคนละทาง กระอักเลือดสดๆ ออกมาพร้อมกันจนพื้นห้องกลายเป็นสีชาด ผู้นำพรรคมารโลหิตทรุดฮวบคุกเข่าลงเบื้องหน้า ใบใต้หน้ากากเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้ "ทะ... ท่าน... เจ้าไม่ใช่แค่ยอดฝีมือ... เจ้า... เจ้าบรรลุถึงขอบเขต..." มันไม่อาจเอ่ยคำพูดจนจบประโยคได้ เพราะแรงกดดันมหาศาลบีบอัดจนลำคอตีบตัน ลู่เฉินก้มตัวลงมองมันด้วยรอยยิ้มเอื่อยเฉื่อย มือข้างหนึ่งยังคงถือไหเหล้าแกว่งไปมา "ข้าก็แค่นักดื่มสุราธรรมดาผู้หนึ่ง... เหตุใดพวกเจ้าจึงชอบขัดจังหวะเวลาสุนทรีย์ของคนอื่นอยู่เรื่อย น่าเบื่อเสียจริง" เขายกเท้าขึ้นเตะเข้าที่หน้าอกของผู้นำพรรคมารโลหิตเบาๆ ทว่าร่างใหญ่โตกลับปลิวทะลุกำแพงโรงเตี๊ยมหายลับไปในความมืดอย่างไร้เสียงตอบรับ เหมยหลินยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกซับซ้อน นางชินชากับความแข็งแกร่งที่ซ่อนเร้นของศิษย์พี่ผู้นี้แล้ว แต่ทุกครั้งที่เขาลงมือ มันก็ยังคงสร้างความตกตะลึงให้หัวใจนางเต้นระรัวได้เสมอ "เรียบร้อย โรงเรียนจีน..." ลู่เฉินหันมาฉีกยิ้มกว้างให้ศิษย์น้องสาว "ศิษย์น้อง เราไปหาโรงเตี๊ยมแห่งใหม่ดื่มต่อกันเถอะ ข้าว่าสุราแถวนี้รสชาติไม่ค่อยเข้าทีเท่าไหร่" ทว่า ก่อนที่เหมยหลินจะได้อ้าปากเอ่ยคำใด ท้องฟ้าภายนอกที่เคยเป็นยามวิกาลอันเงียบสงบ กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับถูกย้อมด้วยโลหิต กลิ่นอายพลังปราณโบราณอันทรงพลังยิ่งยวดสายหนึ่งกดทับลงมาจากยอดเขาเบื้องบน ราวกับทวยเทพจากสรวงสวรรค์กำลังก้มมองลงมายังมดปลวก กระบี่หักครึ่งเล่มที่ปักอยู่บนพื้นดินนอกหน้าต่าง จู่ๆ ก็สั่นระริกและเปล่งแสงสีดำทมิฬออกมาอย่างน่ากลัว และสิ่งที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของลู่เฉินแข็งค้างไปในทันที... คือเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ลอยมาตามสายลมหนาว *“ศิษย์พี่ใหญ่... ผ่านไปสิบปี ท่านยังคงขี้ขลาดและหลบซ่อนอยู่หลังกองสุราเช่นเดิมสินะ...”* ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางดื่มด่ำไปกับเรื่องราวของเซียนสุราเมามาย แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%