เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า•ตอนที่ 46

บทที่ 46

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
กลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ลอยปะปนกับกลิ่นเหล้าหมักชั้นดีในโรงเตี๊ยมร้างริมทาง มารโลหิตขั้นสามผู้หนึ่งกำลังกุมคอตัวเองที่ถูกบาดด้วยเศษไหสุรา ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มันไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อยว่า ร่างที่นอนเอกเขนกพิงเสาไม้ไผ่ เอามือข้างหนึ่งหนุนศีรษะ อีกมือถือไหเหล้าเขย่าเบาๆ อย่างเกียจคร้านผู้นั้น ชักอาวุธออกมาตอนไหน "รสชาติ... แย่ลงกว่าปีที่แล้วครึ่งส่วนนะเถ้าแก่" ลู่เฉินถอนหายใจยาวนานราวกับเรื่องตรงหน้าเป็นเพียงใบไม้ร่วงหล่น เขาเหลือบสายตาพินิจพิเคราะห์น้ำใสในไหด้วยสีหน้าผิดหวังอย่างยิ่ง มากกว่าจะสนใจยอดฝีมือพรรคมารที่กำลังจะสิ้นลมตรงหน้า "ลู่เฉิน! เจ้ายังจะมาวิจารณ์สุราอีกหรือ!" เสียงตวาดแหลมสูงแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง เหมยหลินก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาในกองเลือด มือเรียวบางตวัดกระบี่คู่ใจเก็บเข้าฝักด้วยความรวดเร็วและงดงาม นางปรายตามองศิษย์พี่ตัวดีด้วยแววตาที่ผสมผสานระหว่างความเหนื่อยหน่ายและความระอาใจ "พวกพรรคมารโลหิตส่งหน่วยสอดแนมมาถึงสามระลอกแล้วนะ ถ้าเจ้ายังมัวแต่นอนจิบเหล้าทำตัวไร้สาระ เกรงว่าพวกมันคงยกทัพมาต้อนรับเราถึงประตูสำนักแน่" ลู่เฉินยิ้มแห้งๆ ยกมือขึ้นเกาแก้มแก้เก้อ เขาป้องปากทำทีเป็นกระแอมไอเบาๆ "ศิษย์น้อง... เจ้าก็ใจร้อนเกินไป คนเราถ้าตึงเกินไปสายมันจะขาดนะ หย่อนสักนิด ชีวิตจะยืนยาวขึ้นอีกสิบปีเชียว" "หุบปากไปเลย! ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้!" เหมยหลินยื่นมือไปหมายจะกระชากคอเสื้อของคนขี้เกียจ ทว่าลู่เฉินกลับพลิ้วกายหลบราวกับปลาไหล ไหล่ลาดเอียงหลบมุมได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกับยกไหเหล้าขึ้นซดอึกใหญ่โดยไม่ให้หยดแม้แต่หยดเดียวหกเลอะเทอะ บรรยากาศภายในโรงเตี๊ยมกลับมาเงียบงันชั่วขณะ ลู่เฉินวางไหสุราลงบนโต๊ะไม้ผุๆ เสียงกระทบเบาๆ ดังกังวานในความเงียบ ดวงตาที่เคยฉ่ำเยิ้มด้วยฤทธิ์สุราพลันประกายแสงคมกริบขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างรวดเร็ว จนเหมยหลินที่จ้องมองอยู่ถึงกับชะงักไปชั่วขณะ วิชาตัวเบาเมื่อครู่... ไร้ร่องรอยเกินไปแล้ว "เจ้า... ซ่อนเร้นฝีมืออีกแล้วใช่ไหม" เหมยหลินหรี่ตาลง น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจัง นางรู้จักศิษย์พี่ผู้นี้ดี แม้ภายนอกจะทำตัวเหลวไหล รักสนุก และเกลียดความยุ่งยากเป็นที่สุด แต่ยามใดที่เกิดเรื่องคอขาดบาดตาย ลู่เฉินไม่เคยปล่อยให้ใครต้องลำบาก "เปล่าสักหน่อย ข้าแค่ไม่อยากให้ชุดสวยๆ ของศิษย์น้องต้องเปื้อนเลือดพวกนี้ต่างหาก" ลู่เฉินยิ้มหยัน ปัดฝุ่นตามชายเสื้ออย่างไม่ยี่หล่า "อีกอย่าง... เจ้าไม่คิดเหรอว่ามันแปลก" เหมยหลินขมวดคิ้ว "แปลกตรงไหน?" "พรรคมารโลหิตขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและเด็ดเดี่ยว พวกมันกวาดล้างสำนักเล็กๆ มาตลอดทางอย่างไร้ความปรานี แต่เจ้าพวกสามคนที่ส่งมานี่... ฝีมืออ่อนด้อยเกินไป ราวกับจงใจส่งมาให้พวกเราฆ่าเล่น เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจบางอย่าง" คำพูดของลู่เฉินทำให้เหมยหลินนิ่งงังไป นางทบทวนเหตุการณ์ตลอดสามวันที่ผ่านมา ตั้งแต่ออกจากสำนัก การโจมตีของพรรคมารล้วนดูสะเพร่าและคาดเดาง่ายราวกับปาหี่ สมองอันปราดเปรื่องของนางเริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว "ถ้าพวกมันไม่ได้ส่งคนมาลองเชิง... แต่กำลังถ่วงเวลาเรา?" "ฉลาดมาก สมกับเป็นศิษย์น้องของข้า" ลู่เฉินหัวเราะในลำคอ ยืนขึ้นเต็มความสูง ร่างกายที่ดูผอมบางราวกับคุณหนูสำนักใหญ่กลับแผ่กลิ่นอายความกดดันที่ทำให้ลมหายใจของเหมยหลินสะดุดไปวูบหนึ่ง "เป้าหมายที่แท้จริงของพวกมัน ไม่ใช่ข้าหรือเจ้า... แต่คือ 'หุบเขาหมื่นบุปผา' ต่างหาก" สีหน้าของเหมยหลินเปลี่ยนเป็นซีดเผือด หุบเขาหมื่นบุปผาเป็นที่ตั้งของคลังสมบัติและตำราโอสถโบราณ หากที่นั่นแตกพ่าย พรรคมารโลหิตจะครอบครองพลังในการฟื้นฟูร่างกายที่ไม่มีวันตาย และแผ่นดินนี้จะเข้าสู่ยุคมืดอย่างแท้จริง "ทำไมเจ้าเพิ่งบอก!" เหมยหลินร้อนรนจนเนื้อตัวสั่นเทา "ก็เจ้าเพิ่งให้โอกาสข้าพูดนี่นา" ลู่เฉินแย้มยิ้มสบายๆ คว้ากระบี่ไม้ไผ่เก่าๆ ที่เหน็บไว้ข้างเอวขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างไม่ทุกข์ร้อน "เอาล่ะ ในเมื่อพวกมันอยากเล่นสนุกนัก ข้าในฐานะเซียนสุราผู้รักความสงบ ก็คงต้องยอมเหนื่อยเดินทางไกลอีกสักรอบกระมัง" ทว่า ก่อนที่ทั้งสองจะได้ก้าวออกจากประตูโรงเตี๊ยม ลมพายุประหลาดลูกหนึ่งก็พัดกระโชกเข้ามาอย่างไร้ที่มา ใบไม้แห้งนับร้อยถูกพัดวนเป็นเกลียวคลื่น กลิ่นอายโลหิตที่เข้มข้นจนน่าคลื่นไส้แผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณ ท้องฟ้าด้านนอกที่เคยแจ่มใสกลับกลายเป็นสีแดงฉานราวกับย้อมด้วยเลือดสดๆ ตึง! ตึง! ตึง! เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังสะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับภูเขาทั้งลูกกำลังเคลื่อนที่ แรงกดดันระดับมหาศาลกดทับลงบนบ่าของลู่เฉินและเหมยหลินจนเข่าแทบทรุด เหมยหลินหน้าถอดสี รีบชักกระบี่ออกจากฝัก มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังที่เหนือกว่าขอบเขตที่นางเคยพบเจอ "นี่มัน... พลังวิญญาณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสูงสุด! หรือว่า..." ซู่ว์... ม่านหมอกสีดำทมิฬพวยพุ่งเข้ามาปิดกั้นทางออกทั้งหมด เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเลือดปักลายอสุรี แววตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่ลู่เฉินด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ชายปริศนาค่อยๆ ยกมือขึ้นประสานกัน พร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่าที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ลู่เฉิน... อาจารย์ของเจ้าฝากความคิดถึงมาให้... ผ่านหัวใจของเจ้าเอง" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางดื่มด่ำไปกับเรื่องราวของเซียนสุราเมามาย แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%