กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นเหล้าหมักชั้นดีในโรงเตี๊ยมร้างริมทาง ลู่เฉินไม่ได้สนใจซากศพของมือสังหารพรรคมารโลหิตสามคนที่นอนพะงาบๆ อยู่บนพื้นแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่เขาสนใจในเวลานี้คือไหสุราหยกขาวในมือที่เหลือเพียงครึ่งจอก ดวงตาเรียวรีหรี่ลงเล็กน้อยอย่างเกียจคร้าน ใบหน้าหล่อเหลาติดจะซังกะตายมีคราบฝุ่นละอองติดอยู่บางเบา ทว่ากลับสร้างความรู้สึกน่าเกรงขามโดยธรรมชาติ
"เจ้าซดเข้าไปอีกแล้วนะลู่เฉิน!"
เสียงหวานใสแต่แฝงความดุดันดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงของเหมยหลินที่ก้าวเท้าเข้ามาในวงเลือด นางใช้ปลายนิ้วกระบี่เขี่ยซากศพออกไปให้พ้นทาง ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิด คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม "พวกมันสะกดรอยตามเรามาถึงสามวันสามคืนแล้วนะ ข้าบอกให้เจ้าจัดการให้เด็ดขาดตั้งแต่คืนแรก เจ้าก็เอาแต่บอกว่า 'ปล่อยให้พวกมันเดินยืดเส้นยืดสายเสียหน่อย เดี๋ยวขาจะแข็ง' แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน!"
ลู่เฉินหัวเราะในลำคอเบาๆ "หึๆ ศิษย์น้องเหมย ใจเย็นน่า... การเดินทางไกลมันเหงานะครับ ถ้าไม่มีเจ้านกต่อพวกนี้คอยเดินตามหลัง คอยส่งเสียงกรอบแกรบเหมือนแมลงสาบยามค่ำคืน ข้าคงเหงาจนกระอักเลือดตายไปเสียก่อนแล้ว"
"เจ้า!" เหมยหลินกัดฟันกรอด นางตบโต๊ะไม้ผุพังเสียงดังสนั่นจนฝุ่นตลบ "นี่ไม่ใช่เวลามาเล่นลิ้นนะ! พรรคมารโลหิตเคลื่อนไหวครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ข่าวกรองจากสำนักแจ้งว่าพวกมันกำลังรวบรวมคัมภีร์กลืนวิญญาณครบทั้งเก้าส่วนแล้ว หากพวกมันใช้มันสำเร็จ แผ่นดินนี้คงกลายเป็นทะเลเลือดสมชื่อพรรคของมันแน่ แล้วเจ้ายังทำตัวระรื่นกระดิกเท้าดื่มเหล้าอยู่ได้!"
ลู่เฉินถอนหายใจยาวเหยียด เขาค่อยๆ วางจอกสุราลงบนโต๊ะอย่างทะนุถนอม ราวกับสิ่งนั้นคือสมบัติล้ำค่าที่สุดในใต้หล้า ดวงตาที่เคยฉายแววเกียจคร้านเมื่อครู่ เปล่งประกายวับวาดขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว
"ศิษย์น้อง..." เสียงของลู่เฉินทุ้มนุ่มและจริงจังขึ้นผิดหูผิดตา จนเหมยหลินเผลอชะงักไป "เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า... อาจารย์ผู้ล่วงลับของพวกเรา ทิ้งคัมภีร์นั่นไว้ให้พวกมันแย่งชิงกันง่ายๆ?"
บรรยากาศภายในโรงเตี๊ยมพลันเงียบสงัดลงทันที ลมหนาวพัดโชยกลิ่นไอความตายผ่านหน้าต่างที่ผุพังเข้ามาวูบหนึ่ง
เหมยหลินชะงักค้างไป นางจ้องมองศิษย์พี่ตัวดีของตนด้วยแววตาไหวระริก ความทรงจำอันเลวร้ายเมื่อหลายปีก่อนผุดขึ้นมาในหัว—ภาพของอาจารย์ที่กระอักโลหิตสีดำสนิท ร่างกายเหี่ยวแห้งราวกับถูกสูบวิญญาณ และแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะสิ้นใจตายคาอ้อมแขนของลู่เฉิน
"หมายความว่า..." เสียงของเหมยหลินสั่นพร่าเล็กน้อย "ที่พวกมันตามล่าเรา ไม่ใช่แค่เพราะเรามีกุญแจเปิดคัมภีร์... แต่เป็นเพราะ..."
"ถูกต้องครับ" ลู่เฉินแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไม่มีความสนุกสนานเจือปนเลยแม้แต่น้อย "พวกมันไม่ได้ตามหาคัมภีร์... แต่พวกมันกำลังตามหา 'เหยื่อบูชายัญ' ต่างหากล่ะ"
ยังไม่ทันที่เหมยหลินจะได้เอ่ยปากซักถามสิ่งใดเพิ่มเติม ทันใดนั้นเอง—
*เปรี้ยง!*
หลังคาโรงเตี๊ยมไม้เก่าแก่ก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เศษไม้และกระเบื้องปลิวว่อนไปทั่วสารทิศ แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาจากฟากฟ้า ราวกับภูเขาหินยักษ์หล่นทับลงมากลางกระหม่อม อากาศรอบตัวพลันหนាแน่นขึ้นจนหายใจไม่ออก เหมยหลินหน้าถอดสี กระบี่ในมือสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวต่อจิตสังหารที่รุนแรงระดับนี้
ร่างสามร่างลอยลงมาจากนากฟ้าอย่างแผ่วเบาราวกับภูตผี ทุกผู้ล้วนสวมหน้ากากกระดูกสัตว์สีดำสนิท และสวมชุดคลุมยาวสีเลือด ปล่อยไอพลังมารพวยพุ่งออกมาปกคลุมทั่วร่างจนมองไม่เห็นใบหน้า
"ฮ่าๆๆๆ ลู่เฉิน... เจ้าช่างอวดดีนัก ถึงกับกล้าใช้ลูกน้องฝีมืออ่อนหดหัวอยู่ในรูหนูแห่งนี้เพื่อรอความตาย" เสียงแหบแห้งราวกระดาษทรายเสียดสีกันดังขึ้นจากชายตรงกลาง ร่างนั้นก้าวออกมาก้าวหนึ่ง พื้นใต้เท้าแตกละเอียดเป็นวงกว้าง "ส่งศิษย์น้องของเจ้ามา แล้วมอบหัวใจมารโลหิตของอาจารย์เจ้าคืนให้เสียแต่โดยดี มิฉะนั้น... ข้าจะควักวิญญาณของพวกเจ้าออกมาทอดให้สุนัขกิน!"
เหมยหลินหน้าซีดเผือด นางถอยหลังไปกึ่งก้าว มือเรียวกำด้ามกระบี่แน่นจนข้อต่องอขาว "พวกมัน... ระดับยอดฝีมือขั้นหลอมรวมวิญญาณขั้นสูงสุด! ศิษย์พี่... เราสู้ไม่ไหวแน่!"
ทว่า ลู่เฉินกลับยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว เขายกจอกสุราขึ้นจิบอีกคำอย่างสบายอารมณ์ ราวกับเบื้องหน้าไม่ใช่ยอดฝีมือระดับอมตะมาร แต่เป็นเพียงฝูงยุงน่ารำคาญกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
"เฮ้อ... คนสมัยนี้นี่นะ พูดมากเสียจริง ข้ากำลังจะดื่มให้หมดจอกอยู่เชียว" ลู่เฉินบ่นพึมพำเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ร่างกายที่ดูผอมบางและเกียจคร้านเมื่อครู่ กลับแผ่กลิ่นอายประหลาดออกมาสายหนึ่ง—กลิ่นอายที่เบาบางราวกับสายหมอก แต่กลับกดทับจิตสังหารของยอดฝีมือทั้งสามให้พังทลายลงในชั่วพริบตา!
มือขวาของลู่เฉินแตะอยู่ที่ด้ามกระบี่ไม้ไผ่เก่าๆ ที่เหน็บไว้ข้างเอว ดวงตาคู่คมกวาดมองผู้มาเยือนทั้งสามด้วยแววตาเบื่อหน่าย
"พวกเจ้า... รู้จักคำว่า 'มารยาทบนโต๊ะอาหาร' หรือไม่ครับ?" ลู่เฉินเอ่ยถามเสียงเรียบ พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก "บุกรุกเข้ามาตอนที่คนเขากกำลังดื่มสุราอย่างไร้รสชาติแบบนี้... ข้าเกรงว่าพญายมคงไม่ได้จองโต๊ะสำรองไว้ให้พวกเจ้าหรอกนะ"
สิ้นเสียงคำพูดนั้น ร่างของลู่เฉินก็หายวับไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย!
ยอดฝีมือพรรคมารโลหิตทั้งสามสะดุ้งสุดตัว จิตสำนึกอันตรายกรีดร้องลั่นในหัว สมองยังไม่ทันประมวลผล ความเจ็บแปลบก็แล่นริ้วขึ้นที่ต้นคอ ร่างทั้งร่างแข็งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
เหมยหลินเบิกตากว้างจนแทบถลน เมื่อเห็นภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้า—
ศีรษะภายใต้หน้ากากกระดูกทั้งสาม หลุดลอยออกจากบ่าพร้อมกันในดาบเดียว เลือดสีดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนราวกับน้ำพุ ก่อนที่ร่างไร้หัวทั้งสามจะล้มลงกระแทกพื้นพร้อมกันเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเสี้ยวพริบตาเดียว! ไม่มีกระบวนท่าที่ซับซ้อน ไม่มีเสียงระเบิดกัมปนาท มีเพียงความตายที่เงียบเชียบและเด็ดขาด
ลู่เฉินสะบัดกระบี่ไม้ไผ่ในมือเบาๆ คราบเลือดหยดสุดท้ายหยดลงบนพื้น ก่อนที่เขาจะเก็บมันเข้าฝักอย่างลวกๆ แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
"น่าเบื่อชะมัด... เหล้าจอกนี้รสชาติกร่อยไปถนัดตาเลย" ลู่เฉินบ่นอุบอิบ พลางหันกลับมามองศิษย์น้องที่ยืนอ้าปากค้างตาค้างอยู่ด้านหลัง "ศิษย์น้องเหมย... ยืนทำหน้าปลาทูชนกันอยู่ทำไมล่ะครับ? รีบเดินทางต่อเถอะ ข้าชักสังหรณ์ใจว่า... คนที่ส่งเจ้าพวกนี้มา อาจจะไม่ใช่พรรคมารโลหิตเสียแล้วกระมัง"
เหมยหลินยังไม่ทันหายตกใจจากภาพการสังหารอันไร้ร่องรอยนั้น จู่ๆ ลมหนาวสายหนึ่งก็พัดผ่านหลังนางไป พร้อมกับเสียงปรบมือเบาๆ ที่ดังขึ้นจากความมืดมิดนอกหน้าต่างโรงเตี๊ยม
*แปะ... แปะ... แปะ...*
"สมคำร่ำลือ... ศิษย์เอกแห่งหุบเขาสุราไร้ลักษณ์ ลู่เฉินฝีมือร้ายกาจสมคำร่ำลือจริงๆ" เสียงทุ้มนุ่มน่าขนลุกดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างในชุดคลุมสีทองอร่ามก้าวเดินออกมาจากความมืด เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาซีดเซียว ดวงตาสองข้างเป็นสีแดงฉานราวกับหยาดโลหิต และที่สำคัญ... บนหน้าอกของมัน ปักสัญลักษณ์รูป 'ดอกบัวโลหิตเก้ากลีบ' ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้นำสูงสุดแห่งพรรคมารโลหิตที่ควรจะตายไปตั้งแต่สิบปีก่อน!
ลู่เฉินชะงักฝีเท้า รอยยิ้มเกียจคร้านบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา ดวงตาคู่คมหรี่ลงมองผู้มาใหม่ด้วยความตกตะลึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางดื่มด่ำไปกับเรื่องราวของเซียนสุราเมามาย แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า•ตอนที่ 47
บทที่ 47
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!