กลิ่นอายคาวเลือดจางๆ คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นสุราหมักร้อยวันในโรงเตี๊ยมร้างปลายทาง สภาพแวดล้อมรอบกายเงียบงันจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงหยดน้ำฝนกระทบหลังคารั่วดังติ๋งๆ เป็นจังหวะ ทว่าบรรยากาศภายในห้องโถงกลับตึงเครียดเสียยิ่งกว่าเส้นด้ายที่ถูกดึงจนแทบขาด
ลู่เฉินนั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าคร่ำคร่า มือข้างหนึ่งถือไหสุราขึ้นกระดกอึกใหญ่ ดวงตาหรี่ลงครึ่งหนึ่งคล้ายคนกำลังเมามายไร้สติ แต่หากมองให้ลึกลงไป ประกายในแววตาของเขากลับคมกริบราวกับกระบี่เพิ่งลับคม ท่าทางขี้เกียจหลังยาวเช่นนี้แหละที่มักจะทำให้ศัตรูตายใจมานักต่อนักแล้ว
"ท่านพี่ลู่... ท่านยังจะมีอารมณ์มาดื่มสุราอยู่อีกหรือ?"
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความเฉียบขาดดังขึ้นจากมุมห้อง เหมยหลินในชุดรัดกุมสีเขียวเข้มกำลังใช้กระบี่เช็ดคราบโลหิตบนใบดาบอย่างใจเย็น นางปรายตามองบุรุษผู้เป็นศิษย์พี่ตัวดีด้วยแววตาระคนหมั่นไส้ระคนระอา แม้ภายนอกนางจะดูนิ่งสงบ แต่ลมปราณรอบตัวกลับหมุนวนอย่างรุนแรง บ่งบอกว่าจิตใจของนางกำลังเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝันตลอดเวลา
ลู่เฉินหัวเราะในลำคอเบาๆ "ฮ่าๆ ศิษย์น้องเหมย อย่าเพิ่งทำหน้าเคร่งเครียดเช่นนั้นสิ ยิ่งสถานการณ์คับขัน ยิ่งต้องจิบสุราให้ชุ่มคอ ชีวิตคนเรามันสั้นนัก หากมัวแต่กังวลเรื่องข้างหน้า จนลืมรสชาติของสุราดีๆ ในมือ เกรงว่าตอนตายตาคงไม่หลับนะ"
"ท่านนี่นะ..." เหมยหลินถอนหายใจยาว นางเก็บกระบี่เข้าฝักด้วยความรวดเร็ว ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะไม้ที่ลู่เฉินนั่งอยู่ "ข่าวกรองที่เราได้รับจากหน่วยสืบสวนยืนยันแน่ชัดแล้ว พรรคมารโลหิตส่งยอดฝีมือระดับผู้อำนวยการมาถึงสามคน เป้าหมายไม่ใช่แค่การปล้นชิงคัมภีร์วิชาสวรรค์ แต่พวกมันต้องการ ‘พลังชีวิต’ ของผู้ฝึกยุทธ์ในเมืองนี้ทั้งหมดเพื่อใช้ทำพิธีลับบางอย่าง"
ลู่เฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากยังคงประดับอยู่ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเปลี่ยนไปวบหนึ่ง สัมผัสได้ถึงความหนาแน่นของกลิ่นอายมารที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที
"วิชาดูดกลืนโลหิตโลกันตร์... วิชาเดรัจฉานประเภทนี้ยังจะมีคนกล้าฝึกฝนอยู่อีกสินะ" ลู่เฉินพึมพำเบาๆ ภาพความทรงจำสีเลือดในอดีตแวบเข้ามาในหัว สมัยที่เขาต้องสูญเสียอาจารย์คนก่อนไปเพราะวิชามารสายนี้ รอยแผลเป็นในใจที่ถูกกลบฝังไว้เนิ่นนานพลถูกสะกิดขึ้นมาอีกครั้ง ชั่วพริบตาเดียว รังสีอำมหิตที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออกก็แผ่ซ่านออกจากร่างของลู่เฉินโดยไม่รู้ตัว
เหมยหลินชะงักไปเล็กน้อย นางสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของศิษย์พี่ นางรู้ดีว่าปมในอดีตเรื่องอาจารย์คนก่อนเป็นจุดตายในใจของเขา มือเรียวบางเอื้อมไปแตะแขนเสื้อของลู่เฉินเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโยค "ท่านพี่... อดีตผ่านไปแล้ว คนที่เราต้องจัดการคือพวกเดรัจฉานที่อยู่ข้างนอกต่างหาก"
ลู่เฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว เขายกไหสุราขึ้นชนกับอากาศเบาๆ ราวกับกำลังดื่มให้ดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับ "เจ้าพูดถูก... บัญชีแค้นในอดีต ข้ายังไม่ได้คิดดอกเบี้ยกับพวกมันเลย วันนี้ถือโอกาสทวงคืนเสียหน่อยก็ดีเหมือนกัน"
*โครม!*
ประตูไม้บานใหญ่ของโรงเตี๊ยมถูกพลังลมปราณรุนแรงกระแทกจนแหลกละเอียดเป็นจุล เศษไม้ปลิวว่อนไปทั่วสารทิศ ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสามร่างในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากรูปอสูรน่าเกลียดน่ากลัว ดวงตาสีแดงฉานเปล่งประกายวาวโรจน์ท่ามกลางความมืด
"ฮ่าๆๆ คิดไม่ถึงเลยว่า เจ้าหนูตระกูลลู่ผู้โด่งดังจะมาหลบหัวซุกหัวซุนอยู่ที่โรงเตี๊ยมร้างแห่งนี้!" เสียงแหบพร่าราวกับเสียงเสียดสีของโลหิตดังขึ้นจากผู้นำกลุ่ม มันก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับปล่อยแรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ออกมาเต็มที่ ทำให้โครงสร้างไม้ของโรงเตี๊ยมสั่นสะเทือนเอี๊ยดอ๊าดราวกับจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ
เหมยหลินหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย นางชักกระบี่ออกจากฝักอีกครั้ง ร่างกายตึงเครียด "ระวังตัวด้วย ท่านพี่! มันคือ 'สามอสูรโลหิตโลกันตร์' ผู้อาวุโสฝ่ายมือปราบมารของพรรคมารโลหิต พลังปราณของพวกมันหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง ยากจะรับมือด้วยกำลังภายนอก"
ลู่เฉินไม่ได้ลุกขึ้นยืน เขายังคงนั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้เช่นเดิม ปรายตามองทั้งสามคนด้วยหางตา ราวกับกำลังมองฝุ่นผงข้างทางมากกว่ายอดฝีมือระดับสูง
"พวกเจ้าเสียงดังรบกวนเวลาดื่มสุราของข้า รู้ตัวไหมว่าความผิดนี้มีโทษสถานใด?" ลู่เฉินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อย มือข้างหนึ่งหมุนจอกสุราในมือเล่นไปมา
ผู้นำสามอสูรโลหิตแค่นเสียง "เด็กน้อยปากกล้า! ใกล้จะตายอยู่รอมร่อ ยังมีอารมณ์มาพูดจาโอหัง วันนี้ข้าจะสูบเลือดในกายของเจ้าออกมาทีละหยด ให้เจ้าได้ลิ้มรสความทรมานที่แท้จริงก่อนตาย!"
สิ้นเสียง มันสะบัดมือออกไป พลังปราณสีเลือดรูปกรงเล็บพญามารพุ่งแหวกอากาศเข้ามาหาลู่เฉินด้วยความเร็วสูง หมายจะปลิดชีพในกระบวนท่าเดียว
เหมยหลินอุทานด้วยความตกใจ กำลังจะพุ่งเข้าไปขวาง ทว่าช้าเกินไป...
*เปรี้ยง!*
ลู่เฉินเพียงแค่ดีดนิ้วมือข้างที่ถือจอกสุราออกไปเบาๆ คลื่นพลังสุราใสสะอาดบริสุทธิ์สายหนึ่งพุ่งปะทะเข้ากับกรงเล็บโลหิตอย่างจัง พลังปราณมารที่น่าสะพรึงกลัวกลับถูกสลายหายไปในพริบตา ราวกับหยดน้ำที่ตกลงบนกองไฟ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สามอสูรโลหิตเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด "เป็นไปได้ยังไง! วิชากรงเล็บโลหิตของข้า..."
ลู่เฉินค่อยๆ วางจอกสุราลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระทบเบาๆ ดังสะท้อนก้องกวาดไปทั่วห้องโถง เขายันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ บิดขี้เกียจเล็กน้อย ปล่อยให้รัศมีพลังอันไร้ขอบเขตระเบิดออกมาราวกับคลื่นสึนามิที่กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่ง
"เจ้าบอกว่าจะสูบเลือดข้าอย่างงั้นหรือ?" ลู่เฉินยิ้มละไม ดวงตาสีดำสนิทลึกล้ำดั่งห้วงมหาสมุทร "น่าเสียดายจริงๆ ที่เลือดในกายของข้า... พวกเจ้าไม่มีปัญญาแม้แต่จะแตะต้องมันหรอก"
ทันใดนั้น แสงกระบี่สีทองอร่ามก็สว่างวาบขึ้นจากเงาไม้ด้านหลังของสามอสูรโลหิตโดยที่พวกมันไม่ทันตั้งตัว... และก่อนที่ใครจะทันได้ส่งเสียงกรีดร้อง ร่างของหนึ่งในสามอสูรก็ทรุดฮวบลงกับพื้น พร้อมกับรอยตัดที่คอซึ่งเรียบเนียนจนน่ากลัว!
***
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางดื่มด่ำไปกับเรื่องราวของเซียนสุราเมามาย แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า•ตอนที่ 48
บทที่ 48
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!