“เจ้าตายไปแล้วนี่?”
เสียงของลู่เฉินแหบพร่าคล้ายคนเพิ่งตื่นจากฝันร้าย ความเมามายในดวงตาเลือนหายไปชั่วขณะ เหลือเพียงความว่างเปล่าที่เย็นเยียบดุจก้นบึ้งของมหาสมุทร ร่างเบื้องหน้าสวมอาภรณ์สีเทามอมแมมที่ปักตรานกกระเรียนกางปีกทว่ามีรอยเลือดแห้งกรังเป็นปื้น ดวงตาคมปลาบของชายผู้นั้นหรี่ลงเมื่อเห็นท่าทีของลู่เฉิน ก่อนจะเค้นหัวเราะออกมาอย่างเหยียดหยาม
“ตาย? ข้าไปตายที่ไหนมาหรือศิษย์น้องลู่? หรือว่าสุรากลั่นนั่นทำเจ้าสมองเสื่อมจนจำพี่ชายร่วมสำนักไม่ได้เสียแล้ว”
มันก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นสาบของไอชั่วร้ายจากเคล็ดวิชาดูดกลืนโลหิตโชยออกมาจากร่างกายของมันอย่างปิดไม่มิด ลู่เฉินไม่ได้ถอยหนี เขากลับยืนนิ่งสนิท มือขวาที่เคยถือจอกสุราตอนนี้ว่างเปล่า เขากำมันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
ที่นี่คือสำนักจันทรา... สำนักที่ควรจะสงบเงียบและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของตำราวิชา แต่บัดนี้กลับเงียบเชียบผิดปกติ กลิ่นกำยานที่ควรหอมอบอวลถูกแทนที่ด้วยกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ
“พี่ซ่ง?” เหมยหลินที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างๆ เพิ่งจะรวบรวมสติได้ นางกวาดสายตามองไปรอบๆ ลานฝึกยุทธที่บัดนี้ไร้เงาศิษย์คนอื่น “นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมศิษย์พี่ถึง... แล้วทำไมสำนักถึงเงียบขนาดนี้”
ชายที่ถูกเรียกว่า ‘ซ่ง’ หรือ ซ่งจื่อหราน ไม่ตอบคำถาม มันแค่นหัวเราะพลางหันไปมองเหมยหลินด้วยสายตาหื่นกระหาย “เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้หรอกศิษย์น้องเหมย วันนี้สำนักจันทราเสื่อมถอยถึงขีดสุดแล้ว ขุมพลังของอาจารย์เจ้า... พวกข้า ‘พรรคมารโลหิต’ ขอยึดไว้ครอบครองเอง”
ซ่งจื่อหรานพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วผิดปกติ ฝ่ามือที่แผ่พุ่งไอสีดำหมายจะคว้าเข้าที่ลำคอของเหมยหลิน แต่ก่อนที่ปลายนิ้วปีศาจจะสัมผัสผิวเนียนละเอียด ลู่เฉินที่ดูเหมือนกำลังเซไปเซมาเพราะฤทธิ์สุราก็ก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าวอย่างงุนงง
*พลั่ก!*
เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะนั้นมหาศาลจนร่างของซ่งจื่อหรานกระเด็นหมุนคว้างไปกลางอากาศราวกับใบไม้แห้ง ก่อนจะกระแทกพื้นลานหินจนแตกกระจาย เลือดสีคล้ำทะลักออกจากปากมันทันที
“อุ๊ย... ขอโทษที” ลู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงยานคาง ตาปรือปรอยราวกับคนไม่ได้สติ “สงสัยข้าจะเมาจนกะระยะพลาด มือมันลั่นไปโดนหน้าเจ้าเข้า... เจ็บไหม?”
ซ่งจื่อหรานเบิกตากว้าง ความเจ็บปวดที่กรามแทบแตกทำให้มันพูดไม่ออก มันพยายามยันกายลุกขึ้นแต่กลับพบว่าภายในร่างกายถูกพลังสายหนึ่งบดขยี้เส้นชีพจรจนกระจัดกระจาย มันไม่ใช่การจู่โจมที่รุนแรง แต่เป็นการควบคุมพลังที่เหนือชั้นจนน่าสะพรึงกลัว!
“แก... แกเป็นใครกันแน่...” ซ่งจื่อหรานเค้นเสียงลอดไรฟัน
“ข้าก็คือศิษย์ขี้เมาที่เจ้าเพิ่งจะดูถูกเมื่อครู่นี้ไง” ลู่เฉินขยับยิ้ม ท่าทางซื่อๆ ไร้พิษสงหายวับไปราวกับสับสวิตช์ แววตาของเขากลับมาคมกริบดุจมีดพกที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ “พี่ซ่งที่ข้ารู้จัก ตายไปเมื่อสิบปีก่อนในสนามรบแล้ว ร่างที่ยืนอยู่นี่... เป็นเพียงตัวปลอมที่กินเนื้อคนจนลืมกลิ่นไอของตัวเอง”
เหมยหลินยืนตะลึง นางมองลู่เฉินสลับกับศิษย์พี่ซ่ง นี่คือลู่เฉินคนเดิมที่ขี้เกียจจนต้องลากไปทำภารกิจทุกวันจริงๆ หรือ? คนที่ตบศิษย์พี่ระดับขั้นรวมปราณจนหมอบได้ในมือเดียวโดยไม่หันมามองเนี่ยนะ?
“อย่ามัวแต่นอนอืดอยู่ตรงนั้นเลย” ลู่เฉินเดินเข้าไปหาซ่งจื่อหรานที่พยายามคลานหนี “บอกมาว่าอาจารย์ของข้าอยู่ที่ไหน และพวกเจ้าทำอะไรกับศิษย์คนอื่นๆ ในสำนัก”
ซ่งจื่อหรานแสยะยิ้ม ทั้งที่เลือดไหลอาบหน้า “อาจารย์ของเจ้า? ฮ่าๆๆ... นางถูกสังเวยแด่ท่านประมุขพรรคมารไปตั้งแต่เที่ยงคืนแล้ว! เจ้ามาช้าเกินไปลู่เฉิน! สำนักจันทราจบสิ้นแล้ว!”
บรรยากาศรอบตัวลู่เฉินเปลี่ยนไปทันที กลิ่นอายกดดันที่เบาบางราวกับละอองหมอกในตอนแรก บัดนี้กลับหนักอึ้งจนอากาศรอบตัวสั่นไหว เหมยหลินรู้สึกเหมือนถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงไปทั่วร่างเพียงเพราะยืนอยู่ใกล้เขา
“สังเวยงั้นรึ...” ลู่เฉินพึมพำ น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว เขาหยิบจอกสุราที่เก็บไว้ในสาบเสื้อขึ้นมาจิบหนึ่งคำ ก่อนจะโยนทิ้งไปข้างหลัง “นั่นเป็นข่าวที่แย่ที่สุดที่ข้าเคยได้ยินเลยนะ”
เขาก้าวเท้าผ่านร่างของซ่งจื่อหรานไปโดยไม่แม้แต่จะเหลือบมอง เหมือนคนเดินผ่านขยะริมทาง แต่ในจังหวะที่เท้าของเขากำลังจะเหยียบพ้นประตูใหญ่ของสำนัก เสียงปรบมือแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากความมืดในมุมตึก
*แปะ... แปะ... แปะ...*
“ช่างเป็นศิษย์ที่กตัญญูเสียจริง” เสียงแหบพร่าของผู้เฒ่าคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับร่างในชุดคลุมสีดำสนิทที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงา เผยให้เห็นใบหน้าที่เหี่ยวย่นและดวงตาสีแดงฉาน “แต่เจ้าคงลืมไปว่า... ในจอกสุราที่เจ้าเพิ่งดื่มเข้าไปนั้น ข้าได้ใส่ ‘พิษโลหิตนิรันดร์’ เอาไว้ตั้งแต่มือแรกที่เจ้าแตะต้องตัวคนของข้าแล้ว”
ลู่เฉินชะงักฝีเท้า เขาก้มมองมือตัวเองที่เริ่มปรากฏเส้นเลือดสีดำขยายตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันกลับมามองเงาดำนั้นด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก
“พิษงั้นรึ? น่าสนใจ...” ลู่เฉินยิ้มกว้าง แววตาที่เมามายกลับมาฉายประกายดุจเทพเซียน “แต่ข้าเคยบอกหรือยังว่า... สุราที่ข้าชอบดื่มที่สุด คือสุราที่ผสมยาพิษ?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามดื่มด่ำไปกับเรื่องราวของข้า "เซียนสุราเมามาย" ครับ!
เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า•ตอนที่ 2
สำนักจันทราเสื่อมถอย
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!