เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า•ตอนที่ 43

บทที่ 43

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
รอยแยกสีดำสนิทที่ฉีกกระชากมิติออกเป็นสองส่วน ไม่ได้ทำให้บรรยากาศรอบกายดูน่าเกรงขามขึ้นมาสักนิด... อย่างน้อยก็ไม่ใช่สำหรับคนที่มีไหสุราค้างอยู่ครึ่งปากอย่างลู่เฉิน "เฮ้อ... เสียดายยาดองเขากวางอ่อนเมื่อครู่ชะมัด แรงลมเมื่อกี้พัดเอาไอระเหยของข้าปลิวหายไปหมดเลยนะ" ชายหนุ่มในชุดคลุมสีเทาเก่าคร่ำคร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อย เขายกมือขึ้นปัดเศษมิติที่แตกละเอียดราวกับปัดฝุ่นบนบ่า ดวงตาหรี่ลงครึ่งหนึ่งคล้ายคนอดนอนมาสามวันสามคืน ทว่าประกายในนัยน์ตากลับวับวาดประหลาด ราวกับดวงดาวที่ซ่อนอยู่หลังม่านหมอกหนา เบื้องหน้าของเขาคือเงาร่างในชุดคลุมสีเงินยวดยวง ผู้นั้นคือหนึ่งในเจ็ดผู้เฒ่าเงาโลหิตแห่งพรรคมารโลหิต นามว่า 'เฟิงอู๋จี๋' ผู้ครอบครองวิชากระบี่ตัดนภาอันเลื่องลือ "ลู่เฉิน เจ้ายังกล้าทำตัวระรื่นได้อีกหรือ? นี่คือกระบี่ตัดนภาที่แม้แต่ภูเขาเหล็กยังขาดเป็นสองท่อนนะ!" เหมยหลินที่ยืนอยู่ด้านหลังขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน นางกระชับกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด แม้ปากจะต่อว่า แต่สายตากลับกวาดมองสำรวจรอยแยกมิติที่ยังคงปิดสนิทไม่ลง เพื่อประเมินช่องว่างในการจู่โจมสวนกลับ "ศิษย์น้อง... เจ้าใจร้อนเกินไปแล้ว การดื่มสุราต้องใช้สมาธิ การดูคนตีกันก็เช่นกัน หากเจ้าเร่งรีบนัก เดี๋ยวจะได้แผลกลับไปฟ้องท่านอาจารย์เอานะครับ" ลู่เฉินหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาเอื้อมมือไปตบไหล่นางเบาๆ สองที ราวกับกำลังปลอบเด็กน้อยที่ตื่นตระหนก ไม่ใช่การเผชิญหน้ากับศัตรูระดับปรมาจารย์มาร เฟิงอู๋จี๋หรี่ตาลง ปลายกระบี่ในมือสั่นระริก เสียง 'ฮึ่ม' ดังลอดออกมาจากลำคอของมันอย่างเย็นชา "ปากกล้าไม่เบา สมกับที่เป็นศิษย์ทรยศผู้นั้น... ทว่า วันนี้ต่อให้เจ้ามีวิชาตัวเบาเหนือล้ำเพียงใด ก็ไม่สามารถหนีพ้นคมกระบี่ที่กลืนกินวิญญาณได้หรอก" สิ้นเสียง ชายชุดเงินก็หายวับไปจากจุดเดิม ราวกับภาพลวงตา! *ฉับ!* อากาศเบื้องหน้าลู่เฉินถูกกรีดเป็นทางยาว ไอร้อนระอุผสมกลิ่นคาวเลือดพวยพุ่งออกมาจากรอยแผลในอากาศ มันคือพลังปราณโลหิตที่ถูกบีบอัดจนถึงขีดสุด ความเร็วของกระบี่นี้แทบจะเหนือกว่ากาลเวลา ผู้คนทั่วไปย่อมมองไม่ทันแม้แต่เงา ทว่า... ลู่เฉินไม่ได้ขยับเขยื้อน เขายังคงถือไหสุราเอียงคอเล็กน้อย ปล่อยให้สายลมคมกริบเฉียดผ่านปลายจมูกไปเพียงเส้นยาแดง เส้นผมยาวสลวยหลายเส้นหลุดร่วงลงสู่พื้นดิน แต่น่าแปลกที่ไร้ซึ่งหยดเลือดแม้แต่หยดเดียว "ช้าไป... ห่างจากตอนที่ข้าเคยโดนอาจารย์ตีเมื่อสิปปีก่อน ตั้งสามส่วนนะ" ลู่เฉินพึมพำเบาๆ ราวกับกำลังวิจารณ์ฝีมือพ่อครัวทำอาหารมากกว่าการประลองเอาเป็นเอาตาย "เจ้าว่าอะไรนะ?!" เฟิงอู๋จี๋ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งห่างออกไปสาม丈 (ประมาณ 10 เมตร) สีหน้าของมันเต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนหวาดระแวง มันมั่นใจว่ากระบี่เมื่อครู่เล็งเข้าที่จุดตายอย่างสมบูรณ์แบบ เหตุใดชายหนุ่มผู้นี้จึงหลบได้โดยแทบไม่ต้องออกแรง? หรือว่า... มันไม่ได้หลบ แต่กระบี่ของตนต่างหากที่พลาดเป้าไปเอง? "ข้าไม่ได้ว่าอะไร แค่บอกว่ารสชาติสุราวันนี้มันดร็อปกว่าเมื่อวานนิดหน่อย..." ลู่เฉินถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะยกไหสุราขึ้นซดอึกใหญ่ สำนักมารโลหิตส่งคนมาวุ่นวายกับเขาและศิษย์น้องติดต่อกันสามวันสามคืนแล้ว จนเขาไม่ได้นอนหลับอย่างเต็มตาเลยสักวัน เหมยหลินเห็นสบโอกาส นางไม่รอช้า พลังปราณกระบี่เบญจธาตุระเบิดออกจากร่าง ร่างบางพุ่งทะยานขึ้นฟ้าพร้อมกับกระบี่ในมือที่เปล่งแสงเจิดจ้าห้าสี "กระบี่เบญจธาตุพิฆาตมาร!" วิชานี้คือสุดยอดเคล็ดวิชาประจำสำนักที่นางฝึกฝนจนแตกฉาน ประกายแสงห้าสีพุ่งเข้าหาเฟิงอู๋จี๋ราวกับสายรุ้งทลายฟ้า ปิดผนึกเส้นทางหนีทีไล่ทั้งหมดของอีกฝ่าย เฟิงอู๋จี๋แค่นเสียงเย็นชา สะบัดกระบี่ต้านทาน "เด็กน้อยอวดดี คิดว่าวิชาตื้นเขินแค่นี้จะทำอะไรเฒ่าเช่นข้าได้หรือ?" พริบตานั้น พลังปราณสีเลือดและแสงห้าสีก็ปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นกระแทกกระจายออกเป็นวงกว้าง ต้นไม้ใบหญ้าในรัศมีร้อยเมตรต่างราบเป็นหน้ากลอง แรงกดดันระดับปรมาจารย์ทำเอาเหมยหลินใบหน้าซีดเผือด เลือดสีแดงสดไหลซึมออกจากมุมปากของนางทีละน้อย เห็นได้ชัดว่านางกำลังฝืนรับพลังที่เหนือกว่า "ศิษย์น้อง... บอกแล้วว่าอย่าเพิ่งรีบโชว์พาว" เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นข้างหูของนางอย่างกะทันหัน เหมยหลินสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมอง ก็พบว่าลู่เฉินมายืนอยู่ข้างกายตั้งแต่วันไหนก็ไม่รู้ มือข้างหนึ่งของเขาถือไหสุรา ส่วนมืออีกข้าง... กำลังยื่นออกไปใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางคีบคมกระบี่สีเงินยวดยวงของเฟิงอู๋จี๋เอาไว้ได้อย่างง่ายดาย! *กริ๊ง...* เสียงโลหะกระทบกันเบาหวิว ทว่าหยุดยั้งพายุพลังทั้งหมดให้สงบลงได้ในพริบตาเดียว เฟิงอู๋จี๋เบิกตากว้างจนแทบถลันออกมานอกเบ้า มันพยายามดึงกระบี่กลับ แต่ไม่ว่าจะออกแรงเท่าไหร่ กระบี่ในมือก็ราวกับถูกฝังไว้ในภูเขาเหล็กที่ไร้ก้นบึง ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย "ทะ... เป็นไปได้ ใช้วิชาอะไรกัน?!" เฟิงอู๋จี๋แผדเสียงคำรามด้วยความตื่นตระหนก ขวัญผะวาแล่นพล่านไปทั่วร่าง ความรู้สึกเย็นวาบแผ่ซ่านจากสันหลังลามไปถึงกะโหลกศีรษะ ลู่เฉินแย้มยิ้มบางๆ ดวงตาคู่คมทอประกายลึกล้ำที่เหมยหลินไม่เคยเห็นมาก่อน มันเป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า... และความทรงจำอันมืดมนที่ถูกเก็บงำไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจ "วิชาอะไรหรือ? ก็แค่... วิชาที่ใช้จัดการกับพวกชอบทำลายความสงบสุขในการนอนของผู้อื่นยังไงล่ะครับ" เขากล่าวจบ นิ้วมือที่คีบกระบี่อยู่ก็ออกแรงดีดเบาๆ *เปรี้ยง!* กระบี่ตัดนภาอันลือลั่น หักสะบั้นเป็นร้อยๆ ท่อนในพริบตาเศษโลหะกระจายเกลื่อนพื้น พร้อมกับพลังสะท้อนกลับที่กระแทกเฟิงอู๋จี๋กระเด็นถอยหลังไปไกลหลายสิบวา กระอักเลือดออกมาคำโตจนย้อมผืนดินให้กลายเป็นสีชาด ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมพื้นที่รอบด้านทันที เหมยหลินอ้าปากค้าง มองแผ่นหลังของศิษย์พี่ผู้เกียจคร้านด้วยความรู้สึกทึ่งระคนงุนงง นางรู้ว่าเขามีฝีมือ แต่ไม่เคยคิดเลยว่า... ช่องว่างระหว่างเขากับปรมาจารย์มารจะห่างกันราวฟ้ากับเหวเช่นนี้ "เก่งกาจ... สมกับที่เป็นทายาทคนสุดท้ายจริงๆ" ทันใดนั้น เสียงปรบมือแผ่วเบาดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลังซากปรักหักพังของศาลเจ้าร้าง ลู่เฉินหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มระรื่นบนใบหน้ามลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความเคร่งขรึมอย่างหาได้ยากยิ่ง เหมยหลินพลอยใจหายวาบ นางรีบตั้งท่ากระบี่เตรียมรับมือทันทีที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเฟิงอู๋จี๋หลายเท่าตัว ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงาไม้ทีละก้าว ช้าๆ ทว่ามั่นคง ใบหน้าของผู้นั้นสวมหน้ากากไม้สลักรูปอสูรไร้ตา ทว่าสิ่งที่ทำให้ลู่เฉินถึงกับต้องขมวดคิ้วแน่นจนเป็นปม ก็คือป้ายห้อยเอวรูป "จอกสุราโลหิต" ที่สลักสัญลักษณ์คุ้นตา ซึ่งเขาไม่ได้เห็นมันมานานกว่าสิบปีเต็ม—สัญลักษณ์ของ "อาจารย์" ผู้ล่วงลับของเขาเอง! "ไม่เจอกันนานนะ... ศิษย์น้องร่วมสำนัก" เสียงแหบพร่าเอ่ยลอดออกมาจากหน้ากากอสูร พร้อมกับกลิ่นอายพลังที่คุ้นเคยอย่างประหลาดจนลู่เฉินต้องกำไหสุราในมือแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนเศษดินบริเวณเท้าแตกละเอียด ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับเรื่องราวในตอนนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%