"เจ้าบอกว่าหน้าเหมือนอาจารย์งั้นหรือ? หึ... คนตายไปนานแล้ว จะฟื้นขึ้นมาใส่ชุดสีทองเดินเล่นในป่าช้าแบบนี้ได้ยังไงกัน"
ลู่เฉินไม่ได้ถอยหนี แต่กลับหยิบไหเหล้าขึ้นมาจิบหนึ่งอึกใหญ่ คอเสื้อของเขาเปิดกว้างเผยให้เห็นไหเหล้าที่ซ่อนอยู่ข้างใน เสียงกลืนน้ำเมาลงคอของเขาดังชัดเจนในความเงียบงันที่แสนอึดอัดนี้
ร่างในชุดทองขยับตัวเพียงเล็กน้อย เสียงอาภรณ์เสียดสีกันดั่งเสียงใบมีดกรีดผ่านอากาศ เขาไม่ได้ตอบคำถาม หากแต่ค่อยๆ ถอดผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริง ทว่าดวงตานั้นกลับว่างเปล่าราวกับหลุมศพที่ไร้ก้นบึ้ง
"อาจารย์ท่านไม่ได้ตาย... ท่านแค่รอวันที่จะได้ดื่มเหล้าที่อร่อยที่สุดร่วมกับศิษย์รักอีกครั้ง" น้ำเสียงของอีกฝ่ายราบเรียบ หากแฝงด้วยกระแสพลังกดดันมหาศาลที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างบิดเบี้ยว
เหมยหลินที่ยืนอยู่ข้างหลังลู่เฉินคว้าด้ามกระบี่แน่นจนนิ้วซีดขาว นางรับรู้ได้ถึงอันตรายที่แผ่ออกมา "พี่ใหญ่ อย่าหลงเชื่อมัน! นี่คือกลอุบายของพรรคมารโลหิต พวกมันกำลังใช้จิตวิทยาทำลายสมาธิท่าน!"
ลู่เฉินไม่ได้โต้ตอบ เหมยหลินเองก็รู้ดีว่าในยามที่ลู่เฉินนิ่งเงียบเช่นนี้ นั่นหมายความว่าเขากำลังตัดสินใจบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าการแค่ชักกระบี่ออกมาสู้
"ไปเถอะเหมยหลิน" ลู่เฉินวางไหเหล้าเปล่าลงบนพื้นดินอย่างแผ่วเบา "ข้าไม่ได้จะสู้กับคนผู้นี้หรอก แต่วันนี้... ข้ามีนัดสำคัญที่สำคัญยิ่งกว่าความแค้นเก่าๆ ที่ข้าเองก็จำไม่ได้ว่าฝังไว้ที่ไหน"
เขากำลังจะหันหลังกลับ แต่ร่างในชุดทองกลับก้าวพรวดเข้ามาขวางหน้าด้วยความเร็วที่เหนือชั้น "เจ้าจะไปไหน? งานเลี้ยงรวมพลคนเมาที่เจ้าพร่ำบอกใครต่อใครว่าจะเป็นวันเปลี่ยนแผ่นดิน กำลังรอเจ้าอยู่ไม่ใช่หรือ ลู่เฉิน"
ลู่เฉินชะงัก ฝีเท้าที่ดูไร้หลักเกณฑ์หยุดกะทันหัน เขาหันมาเลิกคิ้วมองชายชุดทองพลางยิ้มมุมปาก "อ้อ... เจ้าก็ได้รับจดหมายเชิญด้วยงั้นหรือ? เสียมารยาทจริง ข้าจำไม่ได้ว่าส่งให้คนตายไปแล้ว"
เขาสะบัดแขนเสื้อ แรงลมปราณที่แฝงไว้ด้วยกลิ่นสุราหมักชั้นดีกระจายตัวออกไป กระแทกจนร่างชุดทองต้องถอยกรูดไปสามก้าว ลู่เฉินไม่รอช้า เขาคว้าข้อมือเหมยหลินแล้วพุ่งทะยานหายเข้าไปในแนวป่ามืดมิด ทิ้งไว้เพียงกลิ่นสุราที่อบอวลและปริศนาที่ยังค้างคา
---
ใจกลางป่าลึก ณ โรงเตี๊ยมร้างที่ถูกขนานนามว่า 'จอกเหล้าเทียมฟ้า' บรรยากาศภายในกลับเต็มไปด้วยผู้คนที่หลากหลายเกินจินตนาการ ตั้งแต่ขอทานที่ถือกระบี่ไม้ไผ่ จนถึงยอดฝีมือที่พรางตัวในชุดชาวนา ทุกคนมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือความรักในรสชาติของน้ำเมาและความเกลียดชังต่อพรรคมารโลหิตที่คอยสูบกลืนชีวิตผู้คน
ลู่เฉินเดินเข้ามาท่ามกลางสายตาของเหล่านักดื่มนับร้อย เขามองไปรอบๆ ด้วยสายตาที่ดูไร้พิษภัย ก่อนจะตบโต๊ะตัวกลางเสียงดังสนั่น "วันนี้เหล้าที่นี่ฟรีสำหรับทุกคน... ใครที่อยากให้แผ่นดินนี้กลับมามีสีสันอีกครั้ง จงชูจอกของพวกท่านขึ้นมา!"
เสียงโห่ร้องตอบรับดังขึ้นอย่างกึกก้อง เหมยหลินถอนหายใจยาว นางยอมรับว่าพี่ใหญ่ของนางแม้จะดูขี้เกียจและชอบทำตัวเหลวไหล แต่ในยามที่ต้องการรวมผู้คน เขากลับทำมันได้ดีกว่าแม่ทัพใหญ่คนไหนๆ
"เราจะเริ่มจากตรงไหน?" เหมยหลินกระซิบ "ข่าวกรองบอกว่าพรรคมารโลหิตวางกำลังไว้รอบหุบเขาพันปี พวกมันกะจะปิดล้อมโรงเตี๊ยมนี้และสังหารทุกคนในคราวเดียว"
ลู่เฉินยกจอกเหล้าขึ้นจรดริมฝีปาก "ไม่มีคำว่าล้อมสำหรับคนที่เมามายหรอก เพราะคนเมาจะเดินไปทางไหนก็ได้ที่ใจต้องการ"
ทันใดนั้น ผนังไม้ของโรงเตี๊ยมก็ระเบิดออกด้วยแรงระเบิดมหาศาล เสียงกรีดร้องและความโกลาหลเกิดขึ้นทันที กลุ่มชายชุดแดงเลือดพุ่งเข้ามาเหมือนฝูงตั๊กแตน พวกมันคือมือสังหารระดับสูงของพรรคมารโลหิต
ลู่เฉินไม่ได้ตื่นตระหนก เขากลับค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ปล่อยให้เหล้าไหลซึมจากมุมปาก เขาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ปราณกระบี่ที่กลั่นจากไอเหล้าก็พุ่งกระจายออกไปเป็นวงกว้าง ตัดผ่านร่างของศัตรูที่อยู่ใกล้ที่สุดจนต้องล่าถอยกลับไปอย่างเสียขวัญ
"ข้าบอกแล้วไงว่าอย่ามาขัดจังหวะตอนดื่ม" ลู่เฉินเปรยเบาๆ ขณะที่มิตรจากทั่วแผ่นดินที่รวบรวมมา ต่างพร้อมใจกันชักอาวุธออกมาเข้าประจัญบานกับพวกมาร
การต่อสู้ตะลุมบอนเริ่มขึ้นอย่างดุเดือด ลู่เฉินไม่ได้เข้าร่วมในวงล้อม เขากลับเดินไปยังมุมห้องที่เงียบเชียบที่สุด ที่นั่น... ร่างในชุดทองคนเดิมนั่งอยู่ตรงนั้น กำลังถือจอกเหล้าที่รินทร์ไว้ให้เขาโดยเฉพาะ
"มาถึงขั้นนี้แล้ว เจ้ายังจะหนีความจริงอยู่อีกหรือ?" ชายชุดทองถามพร้อมกับวางจอกเหล้าลง
ลู่เฉินเดินไปนั่งฝั่งตรงข้าม มือของเขาที่สั่นเล็กน้อยไม่ได้เกิดจากความกลัว แต่มันคือความรู้สึกที่อัดอั้นมาตลอดหลายปี "ความจริงที่ว่าอาจารย์ของข้าถูกพวกมันชุบชีวิตขึ้นมาเป็นหุ่นเชิดน่ะหรือ? ข้ารู้ตั้งแต่วันที่เห็นหยดเลือดที่พื้นป่าแล้ว"
ชายชุดทองชะงักไป ดวงตาที่เคยว่างเปล่าเริ่มสั่นไหว "ถ้าเจ้ารู้... ทำไมถึงไม่สังหารข้าทิ้งเสีย?"
ลู่เฉินยกจอกเหล้าขึ้นชนกับจอกของอีกฝ่าย เสียงกังวานใสของจอกกระเบื้องดังก้องไปถึงใจของทุกคนที่กำลังสู้รบอยู่ "เพราะข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อกำจัดศัตรู... แต่ข้ามาเพื่อพาอาจารย์ของข้ากลับบ้าน"
ทันใดนั้น ชายชุดทองก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยดำมืดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน กระแสพลังพุ่งทะลักออกมาจากร่างจนพื้นโรงเตี๊ยมแตกร้าว ลู่เฉินเบิกตากว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังที่คุ้นเคย แต่มันกลับถูกบิดเบือนด้วยวิชาของมารโลหิตจนกลายเป็นพลังทำลายล้างที่รุนแรงที่สุด
"ลู่เฉิน... หนีไป!" เสียงของอาจารย์หลุดรอดออกมาจากลำคอของชายชุดทองเป็นครั้งแรก แต่มันกลับถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังออกมาจากเงาในความมืดที่อยู่เหนือเพดานโรงเตี๊ยม
รอยยิ้มของลู่เฉินเลือนหายไป สิ่งที่เขากำลังเผชิญไม่ใช่แค่อาจารย์ของเขา แต่เป็นสิ่งชั่วร้ายที่หยั่งรากลึกกว่าที่เขาคิดไว้มาก!
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเมามายไปกับศิษย์พี่ผู้นี้ในตอนนี้นะครับ!
เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า•ตอนที่ 18
รวมพลคนเมา
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!