เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า•ตอนที่ 27

บทที่ 27

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
“ถ้าเจ้ายังไม่ยอมเลิกมองข้าด้วยสายตาเหมือนข้าแอบไปขโมยไหสุราของเจ้ากินแบบนั้น ข้าอาจจะเผลอปล่อยหมัดใส่หน้าเจ้าเข้าจริงๆ นะ เหมยหลิน” ลู่เฉินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในโรงเตี๊ยมร้างปลายดงดิบ เขาไม่ได้หันไปมองสตรีที่นั่งฝั่งตรงข้าม มือหนึ่งถือจอกสุราที่บิ่นมุมอย่างไม่ใส่ใจ นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะไม้ผุพังเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าหนักแน่นดุจเสียงหัวใจที่กำลังเต้นเร่า เหมยหลินขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตของนางหรี่ลงราวกับจะมองให้ทะลุเข้าไปถึงจิตวิญญาณของบุรุษเบื้องหน้า “ข้าไม่ได้มองว่าท่านขโมยสุรา แต่ข้ามองว่าท่านกำลังพยายามหนีความจริง... ความลับที่ท่านปิดตายไว้ในกล่องไม้เก่าๆ ในใจนั่นน่ะ ลู่เฉิน คืนนี้ดวงจันทร์สีเลือดผิดปกติ คนของพรรคมารโลหิตไม่ได้ขยับตัวเพราะหิวโหยพลังชีวิตเพียงอย่างเดียว แต่พวกมันกำลังมาตามหา 'กุญแจ' ที่ท่านเก็บไว้” ลู่เฉินชะงักไปครู่หนึ่ง กลิ่นอายสุราเข้มข้นที่มักจะหอมละมุนกลับดูขื่นขมในความรู้สึกของเขา รอยยิ้มมุมปากที่มักจะดูขี้เล่นเสเพลเลือนหายไป เหลือเพียงแววตาที่ลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้นมานานปี “กุญแจที่ว่า... มันอาจจะเป็นคำสาปที่พรากชีวิตทุกคนที่ข้าเคยรักไปก็ได้” เขากระซิบ น้ำเสียงแหบพร่า ขณะที่บรรยากาศกำลังบีบคั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ไม่มีการปกปิดก็ดังก้องขึ้นจากด้านนอก ไม่ใช่ฝีเท้าของคนธรรมดา แต่เป็นจังหวะการก้าวของกลุ่มคนที่ฝึกวิชาดูดกลืนโลหิตจนร่างกายแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า ลู่เฉินวางจอกสุราลงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะคว้ากระบี่ไม้ที่วางพิงเสาขึ้นมาถือไว้ในมืออย่างหลวมๆ “เหมยหลิน ถอยไป” เขาสั่งสั้นๆ แต่ทว่าเฉียบขาด “ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น” นางตอบพลางชักอาวุธคู่ออกมา ดวงตาเด็ดเดี่ยว “ข้าเป็นคนลากท่านมาทำภารกิจนี้ เพราะฉะนั้นข้าจะไม่มีวันปล่อยให้ท่านแบกรับความตายของอดีตอาจารย์นั่นไว้เพียงลำพัง” ทันใดนั้น ประตูโรงเตี๊ยมก็ถูกถีบจนแตกกระจายเศษไม้กระเด็นว่อนไปทั่วพื้นที่ เงาร่างในชุดสีแดงฉานเกือบสิบคนก้าวเข้ามา ทุกคนมีแววตาสีเลือดและไอสังหารที่รุนแรงจนทำให้อากาศรอบข้างดูหนาหนัก ผู้นำกลุ่มก้าวออกมาข้างหน้า มันคือชายวัยกลางคนที่ใบหน้ามีรอยแผลเป็นลากยาวผ่านดวงตาซ้าย “ลู่เฉิน... ศิษย์ทรยศแห่งสำนักไร้ลักษณ์” ชายคนนั้นกล่าวเสียงเย็นเยียบ “ท่านอาจารย์ของเจ้าฝากบอกว่า ในที่สุดความทรงจำที่เจ้าพยายามฝังกลบไว้ ก็ถึงเวลาที่ต้องขุดขึ้นมาแลกกับเลือดของเจ้าแล้ว” ลู่เฉินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ท่าทีขี้เกียจขี้คร้านหายไปสิ้น เหลือเพียงความนิ่งสงบดั่งมหาสมุทรที่รอคอยพายุ “คำพูดของชายแก่ที่ตายไปแล้วยังมีค่าพอให้พวกเจ้าต้องดั้นด้นมาไกลถึงขนาดนี้เชียวหรือ? แต่น่าเสียดายนะ... วันนี้ข้าดื่มมาน้อยไปหน่อย สติเลยอาจจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวนัก ถ้าจะสู้กับข้า ก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือนล่ะว่าหมัดคนเมาน่ะ มันคาดเดาทิศทางยากกว่าที่เจ้าคิด” ลู่เฉินพุ่งตัวออกไปราวกับสายฟ้า กระบี่ไม้ในมือไม่ได้แผ่รังสีคมกริบ แต่มันกลับวาดลวดลายลื่นไหลราวกับสายน้ำ พริบตาเดียวร่างของศัตรูคนหนึ่งก็กระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกผนังจนพังทลาย การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืน ทว่าในจังหวะที่ลู่เฉินกำลังจะปิดฉากหัวหน้ากลุ่มมาร เขาก็ต้องชะงักงัน... ชายผู้มีรอยแผลเป็นไม่ได้หลบหนี แต่มันกลับหยิบเศษกระดาษสีเหลืองซีดที่ขาดวิ่นออกมาจากอกเสื้อ มันคือจดหมายที่มีลายมือที่เขาคุ้นเคยที่สุด... ลายมือของ 'อาจารย์' ผู้ที่เขาเชื่อว่าตายไปแล้ว “ถ้าเจ้าฆ่าข้า... เจ้าจะไม่มีวันได้รู้ว่าคนที่เจ้าฝังลงดินไปเมื่อสิบปีก่อน ในโลงศพนั้นมันมีร่างของใครกันแน่” ชายผู้นั้นเหยียดยิ้มพร้อมกับปลดปล่อยไอพลังสีดำทมิฬออกมาปกคลุมทั่วโรงเตี๊ยม ลู่เฉินหยุดมือทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนกที่ไม่อาจปิดบังได้ หัวใจของเขาเหมือนถูกกระชากออกจากอกเมื่อเห็นตราประทับลับประจำสำนักบนจดหมายนั้น สิ่งที่เขาเคยคิดว่าคืออดีตที่จบลงไปแล้ว บัดนี้กลับกลายเป็นบาดแผลสดใหม่ที่กำลังฉีกกระชากชีวิตเขาให้แหลกสลายลงต่อหน้าต่อตา ความลับที่ปิดตายกำลังจะพังทลายลงในค่ำคืนนี้ และคนที่ก้าวเท้าเข้ามาขวางทางออกสุดท้ายของเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นร่างเงาในชุดสีดำที่คุ้นเคยเสียยิ่งกว่าใครในยุทธภพนี้ ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเซียนสุราผู้แสนธรรมดาคนนี้ครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%