เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า•ตอนที่ 22

คำสารภาพของสายลม

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"เจ้าจะฆ่าข้าหรือไม่?" เสียงของ ‘เฟยเทียน’ ศิษย์พี่ผู้เคยสง่างามดั่งหยกขาว บัดนี้แหบพร่าและสั่นเครือ เขานั่งคุกเข่าอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของหอตำราเลือด กระบี่ในมือหักสะบั้นเหลือเพียงด้ามดาบที่กำไว้แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ลู่เฉินไม่ได้ตอบในทันที เขายกไหสุราขึ้นดื่มช้าๆ กลิ่นสุราหมักแรงกล้าโชยปะทะกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ลู่เฉินเช็ดมุมปากอย่างใจเย็น ดวงตาที่เคยขี้เกียจคร้านและดูไร้จุดหมายบัดนี้กลับลึกล้ำราวกับห้วงสมุทรที่เก็บงำพายุไว้ข้างใต้ "ศิษย์พี่ ท่านรู้ดีว่าคำตอบของข้าคืออะไร" ลู่เฉินก้าวเท้าไปข้างหน้าช้าๆ พื้นกระเบื้องที่แตกละเอียดส่งเสียงกรอบแกรบภายใต้รองเท้าบูทเก่าๆ ของเขา "กับดักที่ท่านวางไว้ ไม่ใช่เพื่อฆ่าข้า แต่เพื่อดึงข้าเข้าสู่เกมของพรรคมารโลหิต ตั้งแต่ต้นจนจบ ท่านเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกชักใยด้วยความแค้นเรื่องอาจารย์คนก่อน... ท่านเหนื่อยไหม?" เฟยเทียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาแดงก่ำไปด้วยหยาดน้ำตาที่ผสมปนเปกับเลือด "เจ้าไม่เข้าใจหรอกลู่เฉิน! เจ้ามันแค่พวกเสเพลที่โชคชะตาเข้าข้าง! เจ้าได้รับถ่ายทอดวิชาลับโดยไม่ต้องร้องขอ ในขณะที่ข้าต้องก้มกราบขอวิชาเศษเดนจากพรรคมาร เพื่อจะก้าวข้ามเงาของอาจารย์ที่หันหลังให้ข้าเพียงเพราะข้าไร้พรสวรรค์!" ลู่เฉินหยุดเดิน เขาถอนหายใจยาวพลางมองไปรอบๆ เหมยหลินที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักกำลังคุมเชิงอยู่ข้างนอก เธอไม่ได้เข้ามาขัดขวาง แต่แววตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความเวทนา ซึ่งยิ่งทำให้เฟยเทียนดูน่าสมเพชยิ่งขึ้นในสายตาของตัวเอง "พรสวรรค์หรือครับ?" ลู่เฉินหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นชาแต่แฝงไปด้วยความเวทนา "ข้าไม่เคยขอให้ใครมาสอนวิชาลับ ข้าแค่ต้องการนั่งกินเหล้าชมจันทร์โดยไม่ต้องมีใครมาแบกความคาดหวังใส่บ่า แต่ท่านกลับมองว่านั่นคือสมบัติที่ข้าแย่งชิงไป ท่านใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อจะเป็น 'ยอดคน' จนลืมไปว่าการได้ใช้ชีวิตเป็น 'คน' มันสุขใจเพียงใด" เฟยเทียนหัวเราะร่า รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏบนใบหน้าที่เปรอะเปื้อน "งั้นเจ้าก็จงเป็นคนเสเพลต่อไปเถอะ เพราะหลังจากวันนี้ ข้าจะไม่มีวันอยู่ในเส้นทางนี้อีกแล้ว" เขาสะบัดมือเบาๆ ปราณมารที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดในร่างก็ระเบิดออกเป็นการทำลายเส้นชีพจรของตัวเอง! เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากมุมปากของเฟยเทียน ร่างกายของเขาทรุดฮวบลงกับพื้น แรงกดดันมหาศาลที่เคยปกคลุมทั่วหอตำราจางหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัด ลู่เฉินรีบพุ่งตัวเข้าไปคว้าไหล่ของศิษย์พี่ไว้ แต่มันสายเกินไป พลังวัตรที่สั่งสมมานับสิบปีแตกสลายราวกับแก้วที่ถูกทุบ "ทำไม..." ลู่เฉินขมวดคิ้ว "เพราะคำสารภาพของสายลม... มันไม่เคยมีความหมายกับคนที่ไม่อยากฟัง" เฟยเทียนพึมพำ ดวงตาเหม่อมองไปยังเพดานที่พังทลาย "ข้าเพิ่งรู้... ว่าสิ่งที่ข้าไล่ล่ามาตลอดชีวิต มันคือสิ่งที่ข้าเกลียดชังที่สุด ข้าไม่ใช่สายลมที่ไร้พันธนาการ ข้าเป็นเพียงใบไม้แห้งที่ถูกลมพัดพาไปตามทางที่พรรคมารขีดไว้เท่านั้น" เขากระอักเลือดออกมาอีกคำ ก่อนจะยื่นมือที่สั่นเทาหยิบจี้หยกชิ้นหนึ่งจากอกเสื้อส่งให้ลู่เฉิน "นี่คือกุญแจ... ไม่ใช่กุญแจของขุมทรัพย์พรรคมาร แต่มันคือรายชื่อ 'ศิษย์พี่คนก่อนหน้า' ที่พรรคมารจับไปทดลอง... ข้าแพ้แล้วลู่เฉิน แต่คนที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่แค่พรรคมารโลหิต" เหมยหลินเดินเข้ามาใกล้ สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความเวทนาเป็นความตระหนกเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือของเฟยเทียน "อย่าให้ใครรู้ว่าเจ้ามีสิ่งนี้" เฟยเทียนกระซิบด้วยลมหายใจสุดท้าย ก่อนที่ดวงตาจะค่อยๆ ปิดลง "เพราะคนที่สั่งให้พรรคมารจัดการอาจารย์... คือคนเดียวกับที่ส่งเจ้ามาที่นี่ในวันนี้" ลู่เฉินตัวแข็งทื่อ จี้หยกในมือเย็นเฉียบจนแทรกซึมไปถึงกระดูก สัมผัสถึงตราประทับที่คุ้นตาบนจี้หยกนั้น... ตราประทับของสำนักเจ้าสำนักที่เป็นเสมือนบิดาผู้ให้กำเนิดวิชาของเขาเอง เหมยหลินคว้าแขนลู่เฉินไว้แน่น "เราต้องไปเดี๋ยวนี้ พลังฝีมือของคนผู้นั้นกำลังเคลื่อนที่มาทางนี้... และดูเหมือนเขาจะไม่ได้มาเพื่อต้อนรับเรา" ความเงียบสงัดถูกทำลายด้วยเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าจากภายนอกหอตำรา เงาร่างหนึ่งทอดยาวผ่านประตูเข้ามา กลิ่นอายกดดันที่เหนือกว่าพรรคมารโลหิตหลายเท่าตัวทำให้ลู่เฉินถึงกับต้องกระชับจี้หยกในมือแน่นจนนิ้วซีดขาว นี่ไม่ใช่การจบศึก แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความจริงที่เขากำลังจะต้องเผชิญ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับข้าในเส้นทางสายสุรานี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%