เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า•ตอนที่ 21

ความจริงหลังหน้ากาก

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
"เจ้าคิดว่าข้าจะรินเหล้าให้ศัตรูที่เตรียมจะเอาชีวิตข้าหรืออย่างไร ศิษย์น้อง?" เสียงนุ่มทุ้มที่คุ้นเคยจนน่าใจหายดังกังวานขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในโถงหินลึกของหุบเขาโลหิต ลู่เฉินที่กำลังยกไหเหล้าขึ้นจิบชะงักมือทันที กลิ่นอายกดดันมหาศาลไม่ได้มาจากพลังปราณที่แผ่พุ่งออกมา แต่มันมาจากน้ำเสียงที่เหมือนเข็มแหลมคมนับพันเล่มที่ปักลงมาบนความทรงจำอันขมขื่นของเขา เบื้องหน้าของลู่เฉิน ประมุขพรรคมารโลหิตที่ใครต่างยำเกรง ค่อยๆ ปลดหน้ากากทองคำรูปปีศาจออกอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางสายตาที่เบิกกว้างของเหมยหลินที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างหลัง ใบหน้าที่ปรากฏออกมานั้นช่างงดงามราวกับรูปสลัก แต่ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากนั้นกลับฉาบไปด้วยความเย็นเยียบที่ลู่เฉินจำได้แม่นยำยิ่งกว่าชีวิตตัวเอง "พี่ใหญ่... เหวินเทียน?" ลู่เฉินพึมพำ ชื่อนี้หลุดออกจากปากด้วยความยากลำบากราวกับมีก้อนหินอุดอยู่ในลำคอ ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นศิษย์พี่ที่ลู่เฉินเคยเคารพรักดั่งสายเลือดคนเดียวที่รอดพ้นจากเหตุการณ์กวาดล้างสำนักในอดีต บัดนี้เขากลับนั่งอยู่บนบัลลังก์ของศัตรูตัวฉกาจที่หมายจะกลืนกินแผ่นดิน "เจ้ายังดื่มเหล้าเก่งเหมือนเดิมนะลู่เฉิน" เหวินเทียนเอ่ยพลางลุกขึ้นยืน ร่างกายของเขาสูงสง่า แววตาคมกริบกวาดมองไปที่เหมยหลินเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาจ้องลู่เฉิน "ข้าเฝ้ามองเจ้ามาตลอด... ตั้งแต่วันที่เจ้าหนีตายออกมาจากกองเพลิง จนถึงวันนี้วันที่เจ้ากลายเป็น 'เซียนสุรา' ที่ผู้คนยกย่อง เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าวิชาลมปราณที่เจ้าใช้อยู่ทุกวันนี้ ใครเป็นคนวางรากฐานให้เจ้าในคืนก่อนที่สำนักจะล่มสลาย?" ลู่เฉินวางไหเหล้าลงบนโต๊ะหินด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เขาพยายามข่มจิตใจให้ราบเรียบเหมือนผิวน้ำ แต่ในใจกลับปั่นป่วนดั่งพายุคลั่ง "ท่าน... ท่านคือคนขายข่าวเรื่องพรรคมารโลหิตให้ข้าตามหามาตลอดสามปี เพื่ออะไร? เพื่อให้ข้ามาถึงที่นี่ แล้วให้ท่านสังหารข้าทิ้งด้วยมือของท่านเองงั้นหรือ?" เหวินเทียนหัวเราะร่า เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วโถงหิน "สังหารเจ้า? ข้าจะทำเช่นนั้นไปทำไมกันลู่เฉิน... เจ้าคือหมากตัวเดียวที่ข้าภาคภูมิใจที่สุด เจ้ามีพรสวรรค์ที่จะก้าวขึ้นเป็นเทพเจ้าผ่านวิชาที่ข้าเป็นผู้คิดค้นขึ้นมาเองกับมือ วิชา 'สุรากลั่นวิญญาณ' ไงล่ะ" เหมยหลินรีบก้าวขึ้นมาข้างหน้า มือเรียวสวยกุมกระบี่ไว้แน่น สายตาที่เคยดูแคลนความขี้เกียจของลู่เฉินเปลี่ยนเป็นความหวั่นวิตก "ท่านพูดเรื่องอะไร! วิชาที่ลู่เฉินใช้มันคือวิชาของยอดฝีมือในตำนาน ไม่ใช่ของมารร้ายเช่นพวกท่าน!" "ยอดฝีมือในตำนานงั้นหรือ?" เหวินเทียนแค่นเสียงหัวเราะ "ก็นั่นแหละตัวข้าอย่างไรล่ะ เหมยหลิน... เจ้าอาจจะฉลาดในการวางแผน แต่เจ้าไม่เคยเข้าใจแก่นแท้ของพลังที่แท้จริงหรอก ลู่เฉิน... มานี่สิ ก้าวมาข้างหน้าอีกสักก้าว แล้วข้าจะมอบโลกทั้งใบที่เจ้าต้องการให้" ลู่เฉินไม่ขยับ เขาหยิบไหเหล้าขึ้นมากระดกอีกครั้งจนหมดไหก่อนจะโยนมันทิ้งไปบนพื้นจนแตกกระจาย เสียงแก้วแตกดังชัดเจนในความเงียบ ดวงตาที่เคยดูง่วงเหงาตลอดเวลาบัดนี้กลับประกายด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ซ่อนมานาน "ข้าเคยรักท่าน เคารพท่านดั่งพี่ชายแท้ๆ" ลู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยไอสังหารที่เริ่มก่อตัวขึ้นรอบกาย "แต่ในวันที่ท่านเลือกจะสังเวยศิษย์น้องคนอื่นในสำนักเพื่อแลกกับพลังอำนาจนี้ ความเป็นพี่น้องของเรามันก็ตายไปพร้อมกับพวกเขาตั้งแต่วันนั้นแล้ว" "โอ้? แล้วเจ้าจะทำอะไรได้?" เหวินเทียนขยับยิ้ม "เจ้ามีเพียงฝีมือที่ข้าเป็นคนสอน... เจ้าจะเอาชนะผู้ให้กำเนิดวิชาของเจ้าได้อย่างไร?" ลู่เฉินยิ้มตอบ เป็นรอยยิ้มที่ดูสบายๆ เหมือนกำลังจะไปตั้งวงดื่มเหล้ากับเพื่อนฝูง แต่ในมือของเขากลับปรากฏไอสีฟ้าจางๆ ขึ้นมา "นั่นสินะ... ข้าอาจจะชนะไม่ได้ด้วยวิชาของท่าน แต่ถ้าเป็นวิชาที่ข้า 'คิดขึ้นใหม่' ในตอนที่เมาจนแทบจะจำทางกลับบ้านไม่ได้ล่ะ?" เขาก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว พลังปราณที่กดดันรอบโถงก็สั่นสะเทือน ลมพายุหมุนวนอยู่รอบตัวเขาจนเสื้อผ้าสะบัดไหว ไม่ใช่พลังที่รุนแรงและป่าเถื่อนอย่างที่เหวินเทียนใช้ แต่มันเป็นพลังที่พลิ้วไหวและคาดเดาไม่ได้ดั่งสายน้ำที่ไหลเชี่ยว เหวินเทียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาเริ่มเปลี่ยนเป็นจริงจัง "เจ้าพัฒนาไปถึงขั้นนี้แล้วหรือ... น่าสนใจ!" ทว่าก่อนที่การปะทะครั้งประวัติศาสตร์จะได้เริ่มต้นขึ้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนจำนวนมากก็ดังก้องขึ้นจากทางเข้าโถงหิน ประตูเหล็กกล้าที่ปิดสนิทถูกกระแทกจนพังทลายลง พร้อมกับร่างของกลุ่มคนที่ลู่เฉินคุ้นเคยเป็นอย่างดีก้าวเข้ามา แต่สิ่งที่ทำให้ลู่เฉินต้องชะงักและเบิกตากว้างที่สุด คือคนที่เดินนำหน้าสุด... ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น 'อาจารย์' ของเขาที่ลู่เฉินเข้าใจว่าตายไปนานแล้วในเหตุการณ์ครั้งนั้น อาจารย์เดินเข้ามาพร้อมถือตะเกียงเก่าๆ ในมือ แสงไฟสะท้อนให้เห็นรอยแผลเป็นบนใบหน้าอย่างชัดเจน เขามองเหวินเทียนด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความผิดหวัง ก่อนจะหันมามองลู่เฉินด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะร้องไห้ "ศิษย์โง่ของข้า... เจ้าไม่ควรมาที่นี่เลย" อาจารย์กล่าวพลางวางตะเกียงลง "เพราะความจริงที่เจ้าน่าจะได้รับรู้ในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องของศิษย์พี่เจ้าเพียงคนเดียว แต่คือความลับว่าทำไมสำนักของเราถึงต้องถูกทำลายลงในวันนั้น!" เหวินเทียนหุบยิ้มทันที แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นอาฆาตแค้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ลู่เฉินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อจัดการกับศิษย์พี่เพียงลำพัง แต่นี่คือกับดักที่เชื่อมโยงถึงความแค้นในอดีตที่ลึกซึ้งเกินกว่าเขาจะคาดคิดเสียอีก เซียนสุราเมามายขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของลู่เฉินมาจนถึงบทนี้ด้วยหัวใจนะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%