เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า•ตอนที่ 11

เหมยหลินกับความลับ

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
“เจ้าจะตามข้าไปถึงไหน เหมยหลิน? ไวน์ดอกท้อในจอกของข้าเริ่มจืดชืดลงเพราะสายตาที่จ้องมองมาเป็นระยะแล้วนะ” ลู่เฉินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของพงไพร เขาไม่ได้หันกลับไปมอง ยังคงนั่งเอนกายพิงโคนต้นไม้ใหญ่ มือหนึ่งถือจอกสุราที่บิ่นเล็กน้อย อีกมือหนึ่งหมุนวนจอกอย่างเกียจคร้าน สายตาของเขามองผ่านยอดไม้ไปสู่แสงจันทร์ที่ลอดผ่านกลุ่มเมฆ เงาร่างหนึ่งขยับไหวอยู่หลังพุ่มไม้หนา ก่อนจะค่อยๆ ก้าวออกมาด้วยท่าทีไม่สู้ดีนัก เหมยหลินในชุดรัดกุมสีมืดดูแตกต่างจากศิษย์น้องจอมบงการที่มักจะถือไม้เรียวไล่ฟาดเขาในสำนักอย่างสิ้นเชิง นางขบเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาที่เคยฉายแววเผด็จการบัดนี้กลับสั่นไหวเล็กน้อย “ข้าไม่ได้ตามเจ้า... ข้าแค่เดินตรวจตราเส้นทางเผื่อว่าจะมีพวกสวะจากพรรคมารโลหิตหลงมา” น้ำเสียงของนางแข็งทื่อ แต่คนอย่างลู่เฉินหรือจะเชื่อ “ตรวจตราเส้นทาง? ห่างจากหุบเขาเมฆาลอยมาสามร้อยลี้เนี่ยนะ?” ลู่เฉินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาเงยหน้าขึ้นมองนาง “ศิษย์น้องเหมย... เจ้ากับข้าฝึกวิชามาด้วยกัน พลังปราณของเจ้าที่แอบสะกดไว้จนแทบมิดนั้น ข้าสัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่ออกจากเขตสำนักแล้ว” เหมยหลินชะงัก ฝ่ามือนางกุมด้ามกระบี่แน่น “ข้าก็แค่เป็นห่วง... เจ้ามันพวกชอบประมาท ลำพังแค่สุราในหัวยังแทบจะเอาตัวไม่รอด หากวันใดพรรคมารล้อมกรอบขึ้นมา เจ้าจะทำอย่างไร?” “ข้าก็แค่ดื่มเหล้าต่อ หรือไม่ก็เมาจนพวกมันขยะแขยงจนไม่กล้าฆ่าข้าอย่างไรเล่า” ลู่เฉินยักไหล่พลางยกจอกขึ้นจิบ “แต่เจ้า... การตามข้ามาไม่ใช่เรื่องเล่นๆ พรรคมารโลหิตไม่ได้มีแค่พวกฝีมือดาษดื่น พวกมันมีตาข่ายดักจับลมปราณ หากเจ้าพลาดแม้แต่นิดเดียว ข้าอาจจะต้องกลายเป็นคนพาศพเจ้ากลับไปให้ท่านอาจารย์แทนที่จะได้กลับไปพร้อมชัยชนะนะ” “ข้าไม่สน!” เหมยหลินก้าวเข้ามาใกล้ แสงจันทร์ตกกระทบใบหน้าที่บัดนี้เปลี่ยนจากความเข้มแข็งเป็นความอ่อนไหวอย่างที่นางไม่เคยแสดงให้ใครเห็น “ข้าเห็นสายตาที่เจ้ามองอาจารย์คนก่อน... ข้าเห็นวันที่เจ้ากอดสุราขวดนั้นร้องไห้ในถ้ำปิดตาย เจ้าอาจจะทำเป็นคนไร้หัวใจ ลอยชายไปวันๆ แต่ข้าไม่มีวันปล่อยให้เจ้าเดินไปสู่ความตายเพียงลำพัง” ความเงียบเข้าปกคลุมพงไพรชั่วขณะ มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนที่ส่งเสียงกังวาน ลู่เฉินนิ่งไป แววตาที่เคยดูเฉื่อยชาและเกียจคร้านค่อยๆ เปลี่ยนเป็นลุ่มลึกราวกับมหาสมุทรที่ซ่อนคลื่นลมไว้ใต้พื้นผิว เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะตบพื้นที่ว่างข้างๆ ตัว “นั่งสิ... ข้ายอมแพ้แล้ว” เหมยหลินยอมนั่งลงอย่างว่าง่าย ความตึงเครียดที่กักเก็บมาตลอดทางมลายหายไปเหลือเพียงความเหนื่อยล้า “ทำไมเจ้าถึงทำขนาดนี้เหมยหลิน? เจ้าเป็นถึงอัจฉริยะอันดับหนึ่งของสำนัก อนาคตของเจ้าคือการเป็นเจ้าสำนักคนต่อไป ไม่ใช่การเอาชีวิตมาทิ้งไว้กลางป่าเพื่อเฝ้าดูคนขี้เมาอย่างข้า” นางหันมาสบตาเขา แววตานางมุ่งมั่นและแน่วแน่ “เพราะสำหรับข้า... เกียรติยศหรือตำแหน่งไม่มีความหมายเท่ากับการได้เห็นศิษย์พี่มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ดื่มสุราที่ท่านชอบ เจ้าอาจจะคิดว่าเจ้าไม่มีใคร แต่นับจากวันที่ข้าเห็นท่านอาจารย์ทรยศต่อความเชื่อใจของเจ้า ข้าสาบานกับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่มีวันปล่อยให้เจ้าต้องเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวอีก” ลู่เฉินชะงักไป จอกสุราในมือสั่นไหวเล็กน้อย เขาไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้หน้ากากจอมบงการที่มักจะดุดันใส่เขาตลอดเวลา จะมีความเป็นห่วงที่ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ซ่อนอยู่ เขากระตุกยิ้มมุมปาก พลางเอื้อมมือไปหยิบไหสุราอีกลูกหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในย่ามส่งให้นาง “ดื่มเสียหน่อยเถอะ ต่อไปนี้อย่าใช้คำว่า ‘ตาม’ อีกเลย... ให้ใช้คำว่า ‘ร่วมเดินทาง’ จะฟังดูรื่นหูสำหรับนักดื่มอย่างข้ามากกว่า” เหมยหลินรับไหสุรามาดื่มอึกใหญ่จนไอออกมา นางหน้าแดงก่ำ ไม่ใช่เพราะฤทธิ์สุรา แต่เพราะความรู้สึกที่ปลดปล่อยออกมา “แต่ข้าบอกไว้ก่อนนะลู่เฉิน หากเจ้ายังทำตัวเรื่อยเปื่อยแบบนี้อีก พรุ่งนี้เช้าข้าจะตีเจ้าให้ลุกจากที่นอนไม่ได้เลย!” “โธ่ ศิษย์น้อง... นี่เราเพิ่งจะเปิดอกคุยกันได้ไม่ถึงหนึ่งเค่อ เจ้าก็กลับมาทวงไม้เรียวเสียแล้วหรือ?” ลู่เฉินหัวเราะร่า บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลงจนดูเหมือนการพักผ่อนของสหายร่วมรบ ทว่า ท่ามกลางเสียงหัวเราะและกลิ่นอายสุราจางๆ ลู่เฉินก็หยุดชะงัก มือที่ถือจอกหยุดนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา เขาส่งสัญญาณมือให้เหมยหลินเงียบเสียงลงทันที บรรยากาศรอบข้างที่เคยเงียบสงบพลันเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบอย่างผิดปกติ เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับภูตผีดังขึ้นจากทิศทางที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไป พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่โชยมากับสายลม ลู่เฉินค่อยๆ วางจอกสุราลงบนโขดหินข้างตัวอย่างแผ่วเบา ก่อนจะลุกขึ้นยืนช้าๆ พลางหยิบกระบี่ที่ทำจากไม้ไผ่เก่าๆ ออกมา “ดูเหมือนว่า ‘พวกพนักงานต้อนรับ’ จะมารอเราเร็วกว่าที่คิดนะเหมยหลิน” เหมยหลินชักกระบี่ออกจากฝัก แววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจนักฆ่า “พรรคมารโลหิต?” “ไม่... ไม่ใช่แค่คนของพรรคมารธรรมดา” ลู่เฉินพึมพำ น้ำเสียงที่เคยขี้เล่นบัดนี้กลับเต็มไปด้วยจิตสังหารที่กดทับจนอากาศรอบข้างหนักอึ้ง “กลิ่นอายนี้... มันเป็นกลิ่นของคนที่เจ้าเคยรู้จักดีที่สุด... คนที่ควรจะตายไปตั้งแต่ห้าปีก่อนในเหตุการณ์กวาดล้างครั้งนั้น” เหมยหลินหน้าซีดเผือด “เป็นไปไม่ได้! อาจารย์คนก่อนของเจ้า... เขาตายไปต่อหน้าเราทั้งคู่แล้ว!” ลู่เฉินไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่จ้องมองไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า ที่ซึ่งเงาร่างของชายชราคนหนึ่งค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับเสียงหัวเราะที่แหบพร่าและคุ้นเคยอย่างน่าขนลุก หวังว่าบทนี้จะทำให้ท่านรู้สึกตื่นเต้นและติดตามเส้นทางของลู่เฉินไปพร้อมกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับผม!
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%