“ถ้าท่านคิดจะเอาชีวิตข้าด้วยมุกตลกฝืดๆ แบบนี้ ข้าเกรงว่าเหล้าในจอกนี้จะเสียรสชาติไปเปล่าๆ นะครับ”
ลู่เฉินเอ่ยขึ้นเบาๆ มือที่ถือจอกสุราไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งอยู่บนตอไม้เก่าๆ สายตาจ้องมองเงาร่างของชายชราที่ปรากฏตัวออกมาจากความมืดมิดของพงไพร เบื้องหน้าของเขาคือ 'เฒ่าโลหิตอาสัญ' หนึ่งในยอดฝีมือระดับสูงของพรรคมารโลหิตที่ใครต่างขนานนามว่าจอมเขมือบวิญญาณ
ชายชราหัวเราะเสียงแหบพร่า ฟังดูคล้ายเสียงกระดูกบดกันอยู่ในลำคอ “ลู่เฉิน เจ้ายังคงปากดีไม่เปลี่ยน สมแล้วที่เป็นศิษย์ของคนผู้นั้น... แต่ข้าอยากรู้นัก หากไร้ซึ่งจอกสุราในมือ เจ้าจะยังโอหังได้อีกนานเพียงใด!”
เพียงสิ้นเสียงร่างของเฒ่าโลหิตอาสัญก็เลือนหายไปราวกับควันไฟ ปรากฏตัวอีกครั้งเบื้องหลังลู่เฉินในชั่วพริบตา พร้อมกับกรงเล็บสีเลือดที่พุ่งเข้าจู่โจมจุดตายที่ต้นคอ หมายจะกระชากวิญญาณให้หลุดออกจากร่างในคราเดียว
ทว่าลู่เฉินเพียงแค่เอียงคอหลบเล็กน้อยอย่างเกียจคร้าน เหมือนคนกำลังปัดแมลงที่บินมาตอมหู เขาไม่ได้ขยับตัวออกจากตอไม้แม้แต่นิ้วเดียว มือขวาที่ถือจอกสุราหมุนวนเป็นวงกลม ส่งผลให้หยดสุราที่เหลืออยู่เพียงก้นจอกกระเซ็นออกไปราวกับกระสุนเงิน
*ฟุ่บ!*
หยดสุราเหล่านั้นปะทะเข้ากับปราณโลหิตของชายชราจนเกิดเสียงดังฉ่าคล้ายน้ำมันราดบนเตาร้อน เฒ่าโลหิตอาสัญชะงักกึก ความมั่นใจในวิชาดึงพลังชีวิตของเขาถูกทำลายลงอย่างไม่เป็นท่าเพียงเพราะหยดสุราไม่กี่หยด
“เจ้า...” ชายชราถอยกรูด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น “เจ้าไม่ได้พกดาบมาด้วย หรือเจ้าดูถูกข้าถึงเพียงนี้!”
ลู่เฉินค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ บิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นเปรี๊ยะ เขาคลี่ยิ้มบางๆ ซึ่งดูเหมือนคนขี้เมามากกว่าจอมยุทธ์ผู้เก่งกาจ “ดาบน่ะหรือครับ? คนขี้เกียจอย่างข้าพกไว้ก็หนักเอวเปล่าๆ อีกอย่าง การจัดการกับสุนัขรับใช้ที่ชอบพ่นน้ำลายใส่คนอื่น ดาบที่คมเกินไปอาจทำให้เลือดของมันกระเด็นเปื้อนชุดสวยๆ ของข้าได้”
เฒ่าโลหิตอาสัญคำรามลั่น ก่อนจะระเบิดปราณสีแดงฉานปกคลุมไปทั่วบริเวณ ต้นไม้รอบข้างเริ่มเหี่ยวเฉาลงในพริบตา พลังดูดกลืนวิญญาณถูกเรียกใช้ออกมาอย่างเต็มกำลัง หวังจะสูบชีวิตของชายหนุ่มตรงหน้าให้กลายเป็นเถ้าถ่าน
แต่ทว่า... ลู่เฉินกลับเพียงแค่ยืนกอดอก ปล่อยให้แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่ เขาดูผ่อนคลายราวกับยืนรับลมชมจันทร์อยู่บนหอคอยสูง
“วิชาดีครับ... แต่จังหวะการหายใจท่านผิดไปสองจุด” ลู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังสอนศิษย์น้องในสำนัก “จุดแรกคือตับที่อ่อนแอจากการเสพสมพลังมารมากเกินไป จุดที่สอง... จิตสังหารของท่านมันตะโกนบอกข้าดังเกินไปครับ”
*หมับ!*
ลู่เฉินก้าวเท้าเพียงก้าวเดียว ระยะห่างสามจั้งถูกย่อให้เหลือเพียงลมหายใจ เขายื่นมือออกไปจับข้อมือของชายชราไว้ได้แม่นยำราวกับจับตะเกียบคีบกับแกล้ม แรงมหาศาลที่เฒ่าโลหิตอาสัญรวบรวมไว้ถูกสลายไปในพริบตาด้วยแรงดีดนิ้วเพียงครั้งเดียวที่จุดชีพจร
“ข้าบอกแล้วไงครับว่าไม่ต้องใช้ดาบ” ลู่เฉินกระซิบข้างหูชายชราที่ตัวสั่นเทาด้วยความตกตะลึง “เพราะแค่ข้าขยับตัวตามจังหวะที่ท่านทิ้งช่องว่างไว้... ท่านก็แพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มแล้ว”
ลู่เฉินสะบัดมือเบาๆ ส่งร่างของยอดฝีมือพรรคมารกระเด็นไปกระแทกต้นไม้ใหญ่จนโค่นลง แต่อีกฝ่ายยังไม่ทันจะลุกขึ้น ร่างของเหมยหลินก็โผล่มาจากยอดไม้พร้อมกับสีหน้าเหนื่อยหน่าย เธอทิ้งตัวลงมายืนข้างๆ ลู่เฉินด้วยท่าทางที่คอยจ้องจะลากเขากลับไปฝึกวิชาเสมอ
“ศิษย์พี่คะ! มัวแต่เล่นสนุกอยู่นั่นแหละ ท่านอาจารย์สั่งให้รีบไปสมทบที่ยอดเขาหมอกทมิฬ นี่ท่านลืมเรื่องสำคัญไปแล้วหรือไง!” เหมยหลินบ่นพลางคว้าคอเสื้อลู่เฉินเตรียมจะลากไป
ลู่เฉินหัวเราะร่า ยกจอกสุราเปล่าขึ้นชู “โธ่ ศิษย์น้อง วันนี้ข้าอุตส่าห์ได้ออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายหน่อย... ว่าแต่ เจ้าไม่เห็นหรือว่ามีคนกำลังแอบมองเราอยู่?”
เหมยหลินชะงัก สายตาคมกริบของเธอกวาดไปรอบทิศทาง ก่อนจะหยุดลงที่พุ่มไม้ด้านหลังซึ่งนิ่งสนิท แต่ทว่า... มีกลิ่นอายบางอย่างที่คุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าพรรคมารโลหิตลอยคละคลุ้งออกมา
จากเงามืดนั้น ร่างหนึ่งก้าวออกมาอย่างเชื่องช้า เขาไม่ได้แต่งกายชุดมาร ไม่ได้แผ่จิตสังหาร แต่เพียงแค่เขายืนนิ่งๆ อากาศรอบข้างก็คล้ายจะกลายเป็นน้ำแข็ง ลู่เฉินที่เคยทำหน้าตากวนประสาท กลับหุบยิ้มลงฉับพลัน แววตาที่เคยฉายแววขี้เกียจกลับเปลี่ยนเป็นความคมกริบดุจดาบที่ซ่อนอยู่ในฝัก
“ศิษย์พี่... นั่นมัน...” เหมยหลินพึมพำ เสียงของเธอสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“อย่าขยับครับ” ลู่เฉินเอ่ยเสียงเข้ม “คนคนนี้... คือคนที่สอนข้าจับดาบคนแรก และก็เป็นคนที่ข้าตั้งใจว่าจะต้องสังหารด้วยมือของข้าเอง”
เงาร่างนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่ลากผ่านดวงตาซ้าย พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่ทำให้ลู่เฉินต้องกำจอกสุราในมือจนแตกละเอียด “ลู่เฉิน... เจ้าเก่งขึ้นมาก แต่ดาบที่อยู่ในฝักนั่นน่ะ... มันยังไม่ยอมเผยคมออกมาให้ข้าเห็นเลยหรือ?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของนักดื่มจอมยุทธ์คนนี้ไปพร้อมๆ กันนะครับครับ
เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า•ตอนที่ 12
การปะทะที่ไร้รอยแผล
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!