"เจ้าเลิกทำหน้าเหมือนเห็นผีกลางวันแสกๆ ได้แล้วมู่หยาง ข้าก็แค่ซัดฝ่ามือออกไปครั้งเดียว ไม่เห็นต้องถึงกับตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าแบบนั้นเลย"
ลู่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ขณะที่มือหนึ่งคีบหมูสามชั้นตุ๋นเหล้าแดงเข้าปาก อีกมือหนึ่งก็กระดกจอกสุราขึ้นจิบเบาๆ ท่ามกลางบรรยากาศความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วโรงเตี๊ยม 'มังกรทะยาน' เขาสวมชุดผ้าแพรสีซีดจางที่ดูอย่างไรก็เหมือนคนพเนจรตกอับ แต่ทว่ารอยยิ้มมุมปากนั้นกลับแฝงไปด้วยความคมคายที่ยากจะหยั่งถึง
มู่หยางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงจากการเห็นศิษย์พี่ผู้ขี้เกียจสันหลังยาวของเขาระเบิดพลังปราณระดับจักรพรรดิออกมาเพียงเพื่อไล่สุนัขข้างถนนที่เห่ารบกวนการนอน "ท่านพี่... พลังนั้นมัน... มันไม่ใช่สิ่งที่ศิษย์สายในจะทำได้ ท่านเป็นใครกันแน่?"
เหมยหลินที่นั่งอยู่ข้างๆ วางตะเกียบลงเสียงดัง 'เคร้ง' ก่อนจะขมวดคิ้วแน่น ดวงตาเรียวสวยคู่นั้นจ้องมองลู่เฉินราวกับจะค้นหาความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีไร้สาระ "ศิษย์พี่ลู่... ข้าเตือนท่านแล้วใช่หรือไม่ว่าอย่าเปิดเผยฝีมือพร่ำเพรื่อ ตอนนี้ข่าวลือเรื่อง 'เซียนสุรานิรนาม' แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง แม้แต่สำนักใหญ่ๆ ยังส่งคนออกมาสืบหาตัวท่าน"
ลู่เฉินหัวเราะร่า ยกจอกสุราขึ้นแตะกับขอบโต๊ะเป็นจังหวะ "ชื่อเสียงน่ะหรือ? มันก็เหมือนฟองอากาศนั่นแหละเหมยหลิน สวยงาม ชวนมอง แต่พอมันแตก... ก็หายไปในพริบตา ข้าเพียงแค่ไม่อยากให้ใครมาเห่าใส่หูตอนข้ากำลังดื่มด่ำกับรสชาติของหมูสามชั้นจานนี้เท่านั้นเอง"
ทว่าความเยือกเย็นในบรรยากาศกลับถูกทำลายลงด้วยแรงกดดันมหาศาลที่จู่ๆ ก็พุ่งทะลุผ่านประตูโรงเตี๊ยมเข้ามา แขกเหรื่อรอบข้างต่างวางตะเกียบลงโดยมิได้นัดหมาย บ้างก็รีบลุกเดินออกจากร้าน บ้างก็ก้มหน้าหลบสายตาอย่างหวาดกลัว ชายชุดดำสนิทกลุ่มหนึ่งในชุดรัดกุมปักลวดลาย 'เปลวเพลิงสีเลือด' ก้าวเข้ามาภายในร้านราวกับวิญญาณที่ไร้ซึ่งเงา
ไอสังหารเข้มข้นจนเหล้าในจอกของลู่เฉินกระเพื่อมไหว
"ผู้ใดที่เรียกตัวเองว่าเซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า... ก้าวออกมา" เสียงทุ้มต่ำดังกังวานจากปากชายร่างยักษ์ที่มีรอยแผลเป็นพาดผ่านดวงตาซ้าย เขาคือ 'แม่ทัพเงา' แห่งพรรคมารโลหิต ผู้ที่ขึ้นชื่อว่ากระหายเลือดไม่ต่างจากสัตว์ป่า
ลู่เฉินไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง เขายังคงหยอกล้อกับชิ้นเนื้อในจาน "เจ้าของร้าน... สุราขวดนี้ติดรสเปรี้ยวไปนิดนะ คราวหน้าเปลี่ยนเป็น 'สุรานารีแดง' จากแคว้นใต้จะดีกว่า"
แม่ทัพเงามองข้ามหัวชายอื่นตรงมายังโต๊ะของลู่เฉิน แรงกดดันจากปราณมารระดับสูงพุ่งเข้าใส่ลู่เฉินราวกับคลื่นยักษ์หมายจะบดขยี้ให้จมดิน เหมยหลินรวบรวมพลังเตรียมชักกระบี่ ทว่าลู่เฉินกลับยกมือขึ้นห้ามศิษย์น้องเบาๆ สายตาที่เคยดูเมามายกลับแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งที่เยือกเย็นดุจก้นบึ้งของมหาสมุทร
"พรรคมารโลหิต... ขยันกันเสียจริงนะ" ลู่เฉินวางจอกสุราลงช้าๆ "พวกเจ้ายังไม่เข็ดจากการที่ข้าเคยสั่งสอนอาจารย์ของเจ้าเมื่อสิบปีก่อนอีกหรือ?"
คำพูดเพียงประโยคเดียวทำให้ชายชุดดำทั้งกลุ่มชะงักงัน แม่ทัพเงาหน้าถอดสี "สิบปีก่อน? เจ้านั่นมัน... คนบ้าที่ทำลายค่ายกลมารโลหิตจนพินาศในจอกเดียว?"
"ไม่ใช่คนบ้าหรอก" ลู่เฉินลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายดูผ่อนคลายแต่ทว่ากลับไร้ช่องโหว่ให้โจมตี "เขาเรียกข้าว่า... สหายสุรา"
ทันใดนั้น ลู่เฉินดีดนิ้วเพียงหนึ่งครั้ง พลังลมปราณที่มองไม่เห็นกระแทกเข้าที่ข้อมือของแม่ทัพเงาจนกระบี่ในมือสั่นสะเทือน เสียงระเบิดดังก้องไปทั่วโรงเตี๊ยม ข้าวของรอบข้างกระจัดกระจาย ทว่าลู่เฉินกลับยังยืนอยู่ที่เดิมอย่างสงบ ท่ามกลางเศษไม้ที่ร่วงหล่นลงมาดั่งหิมะ
"เจ้าบอกว่าพรรคมารเพ่งเล็งข้าหรือ?" ลู่เฉินกวาดสายตามองไปรอบๆ "งั้นก็กลับไปบอกเจ้าสำนักของพวกเจ้าเสียว่า... ข้าไม่ได้มีเวลามาเล่นเกมไล่จับกับพวกมดปลวกหรอก ถ้าอยากได้ชีวิตข้า ก็เตรียมสุราที่ดีที่สุดในใต้หล้ามาแลกเสียก่อน เพราะข้าไม่ถนัดฆ่าคนในขณะที่คอยังแห้งผาก"
แม่ทัพเงากระอักเลือดออกมาคำโต พยายามประคองร่างที่สั่นเทาถอยกรูออกไปทางประตู ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงอาฆาต "จำคำพูดเจ้าไว้... พรรคมารโลหิตไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!"
เหมยหลินรีบวิ่งเข้ามาหาลู่เฉินด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด "ศิษย์พี่! ท่านเพิ่งประกาศศึกกับพรรคมารโลหิตเต็มตัวนะ! พวกเขาไม่มีทางหยุดแค่ส่งคนมาเพียงเท่านี้หรอก"
ลู่เฉินเพียงแค่แค่นยิ้มบางๆ เขาเอื้อมมือไปหยิบเศษกระดาษที่ติดอยู่กับเศษไม้ที่ร่วงลงมาเมื่อครู่ ในกระดาษแผ่นนั้นมีรอยประทับตราของ 'สำนักพยัคฆ์ทมิฬ' ซึ่งเป็นศัตรูคู่อาฆาตของพรรคมารโลหิต ทว่ามันกลับถูกส่งมาให้เขา ในข้อความสั้นๆ นั้นเขียนไว้เพียงว่า...
'เราทราบความลับเรื่องการตายของอาจารย์ท่านแล้ว และผู้ที่อยู่เบื้องหลังการทรยศในวันนั้น... ก็คือคนในพรรคของท่านเองที่ท่านเพิ่งจะประมือด้วยเมื่อครู่นี้'
ลู่เฉินเบิกตากว้างเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่พบกัน ความเมามายในแววตาจางหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความแค้นที่สั่งสมมานานนับปี เขากำกระดาษแน่นจนยับยู่ยี่ ก่อนจะหันไปทางเหมยหลินด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก
"เหมยหลิน... คืนนี้คงไม่ได้พักแล้วล่ะ เพราะดูเหมือนว่าสุราแก้วนี้จะมีรสชาติของเลือดผสมอยู่ด้วย"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับศิษย์พี่สายชิลผู้กุมความลับของแผ่นดินไว้ในจอกเหล้าใบเดียวครับ แล้วพบกันในตอนถัดไปนะครับ!
เซียนสุราเมามายครับ
เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า•ตอนที่ 15
พายุแห่งความขัดแย้ง
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!