“ลู่เฉิน... เจ้าหลานชายคนโตของข้า... เจ้าไม่ควรมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่วันแรกแล้ว”
คำพูดของชายชราในชุดคลุมสีเทาหม่นดังก้องขึ้นในโถงถ้ำที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอสังหาร ลู่เฉินไม่ได้ขยับกายแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ยกไหสุราขึ้นจรดริมฝีปาก ดื่มด่ำกับรสชาติของสุราหมักท้อที่เหลืออยู่เพียงครึ่งไห ท่ามกลางสถานการณ์ที่ลมปราณรอบตัวพุ่งพล่านจนหินงอกหินย้อยรอบข้างปริแตก
“คำพูดนี้... ท่านพูดกับข้ามาสิบกว่าปีแล้วนะท่านอา” ลู่เฉินแค่นยิ้ม ดวงตาที่มักจะดูสะลึมสะลือเหมือนคนอดนอนบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยประกายคมกริบ “ถ้าคนเราย้อนเวลากลับไปแก้ไขเรื่องวันแรกได้ ป่านนี้ข้าคงไปนอนตีพุงอยู่ในหอคณิกาที่เมืองหลวง ไม่ใช่มานั่งฟังท่านเทศนาเรื่อง ‘ชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง’ ในที่รูหนูแบบนี้หรอกครับ”
เหมยหลินที่ยืนอยู่ข้างกายลู่เฉินกำกระบี่ในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด นางเหลือบมองศิษย์พี่ผู้ขี้เกียจสันหลังยาวของตนด้วยความหนักใจ สถานการณ์ตรงหน้าคือผู้อาวุโสลำดับสามแห่งตระกูลลู่—ชายผู้ซึ่งหายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน บัดนี้เขากลับมาในฐานะแขกผู้ทรงเกียรติของพรรคมารโลหิต พร้อมกับคราบเลือดที่แห้งกรังบนชายเสื้อ
“เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ ลู่เฉิน” ท่านอาขยับกายก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว พลังกดดันมหาศาลถาโถมใส่ลู่เฉินเหมือนภูเขาทั้งลูกที่กำลังถล่มลงมา “พรรคมารโลหิตไม่ได้ต้องการแค่ยึดครองแผ่นดิน แต่พวกมันกำลังหล่อเลี้ยง ‘ร่างบรรพชน’ ด้วยพลังชีวิตของผู้มีสายเลือดบริสุทธิ์... และเจ้า คือกุญแจดอกสุดท้ายที่พวกมันต้องการ”
เหมยหลินก้าวมาบังหน้าลู่เฉินโดยสัญชาตญาณ “ท่านอา! ท่านเสียสติไปแล้วหรือ? ท่านทรยศตระกูลตัวเองเพียงเพื่อวิชาปีศาจพวกนี้เนี่ยนะ!”
“ทรยศงั้นหรือ?” ชายชราหัวเราะลั่นจนไหสุราในมือลู่เฉินสั่นไหว “ข้าเพียงแค่เลือกทางเดินที่ทำให้ข้าไม่ตาย... ทางเดินที่เจ้าและไอ้หลานชายไม่ได้เรื่องคนนี้ไม่มีวันเข้าใจ!”
ลู่เฉินวางไหสุราลงบนพื้นอย่างเชื่องช้า เสียงกระทบของก้นไหกับหินดังก้องในความเงียบสงัด เขาค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืน บิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นกรอบราวกับคนเพิ่งตื่นนอน ก่อนจะหันไปขยิบตาให้เหมยหลินที่ยืนทำหน้าเครียดเป็นหิน
“ศิษย์น้องครับ... พักสักครู่เถอะ เรื่องนี้มันเกินมือเจ้าไปหน่อย” ลู่เฉินพูดด้วยน้ำเสียงเนือยๆ แต่แววตากลับจริงจังขึ้นเป็นกอง “อีกอย่าง สุราข้าหมดแล้ว และข้าก็ไม่ชอบคุยกับคนที่ปากเหม็นกลิ่นคาวเลือดก่อนจะได้ดื่มอีกไหด้วย”
“อย่าทำตัวไร้สาระนะศิษย์พี่! นี่มันไม่ใช่เวลามาเล่น!” เหมยหลินตวาด แต่ลู่เฉินเพียงแค่ผลักไหล่นางเบาๆ ให้ถอยไปด้านหลัง ก่อนที่เขาจะก้าวออกมาเผชิญหน้ากับชายชราเพียงลำพัง
ทันใดนั้น บรรยากาศภายในโถงถ้ำก็เปลี่ยนไป ลมปราณที่เคยดูเฉื่อยชาของลู่เฉินพลันเปลี่ยนเป็นกระแสเชี่ยวกรากเหมือนน้ำตกที่ถล่มทลาย มันไม่ใช่พลังปราณสายดุดัน แต่เป็นพลังที่นุ่มนวล ทว่าทรงพลังจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
“วิชา ‘กระบี่สุราเทียมฟ้า’ ของอาจารย์คนก่อน... ข้าไม่ได้ใช้มันมานานมากแล้ว” ลู่เฉินเปรยขึ้นพร้อมรอยยิ้มจางๆ “ท่านบอกว่าข้าไม่ควรอยู่ที่นี่งั้นหรือ? งั้นข้าจะแสดงให้เห็นว่า ต่อให้ข้าอยู่ที่ไหน ข้าก็คือคนที่ท่านเอื้อมไม่ถึงอยู่ดี”
ชายชราเบิกตากว้าง พุ่งตัวเข้าหาลู่เฉินด้วยกรงเล็บมารโลหิตที่อาบไปด้วยปราณสีแดงฉาน ทุกที่ที่กรงเล็บผ่าน อากาศรอบข้างมอดไหม้เป็นจุณ แต่ลู่เฉินกลับไม่ชักกระบี่ออกมา เขากลับคว้าเอาไหสุราเปล่าๆ ใบนั้นขึ้นมา แล้ววาดวงกลมในอากาศอย่างแช่มช้า
*เคร้ง!*
เสียงไหสุราปะทะกับกรงเล็บเหล็กกล้าดังก้องกังวานราวกับเสียงระฆังทองคำ แรงปะทะทำให้พื้นถ้ำใต้เท้าของทั้งคู่ทรุดตัวลงเป็นหลุมกว้าง ลู่เฉินยังคงรอยยิ้มเดิมไว้บนใบหน้า ขณะที่ชายชราหน้าถอดสี เพราะพบว่าพลังมารของตนกลับถูกพลังที่นุ่มนวลของลู่เฉิน ‘กลืนกิน’ เข้าไปจนหมดสิ้น
“วิชาดึงพลังชีวิตของพรรคมารงั้นหรือ? หึ... น่าเบื่อครับ” ลู่เฉินดีดนิ้วเพียงเบาๆ พลังงานที่เขากลืนกินมากลับสะท้อนย้อนกลับไปหาชายชราด้วยความรุนแรงกว่าเดิมสิบเท่า
ชายชรากระเด็นถอยหลังไปกระแทกผนังถ้ำ เลือดสีดำพุ่งออกมาจากปากของเขา เขาจ้องมองลู่เฉินด้วยความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด “เจ้า... เจ้าสำเร็จวิชา ‘ไร้ลักษณ์’ ของตระกูลได้ยังไง? ทั้งที่เมื่อก่อนเจ้ามันก็แค่พวกขี้เมาไม่มีน้ำยา!”
“ที่ข้าเป็นคนขี้เมา ก็เพราะโลกมันน่าเบื่อเกินกว่าจะตื่นมาทำตัวขยันครับท่านอา” ลู่เฉินเดินเข้าไปใกล้ๆ ชายชราที่กำลังพยายามตะเกียกตะกายหนี “แต่ถ้าท่านอยากจะให้ข้าจริงจังนักล่ะก็... ข้าก็จัดให้ได้”
ทว่า ในวินาทีที่ลู่เฉินกำลังจะลงมือเผด็จศึก เสียงปรบมือดังแว่วมาจากมุมมืดของโถงถ้ำ เป็นจังหวะที่เนิบช้าแต่กดดันถึงขีดสุด เหมยหลินหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นเงาดำร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืดมิดนั้น ร่างที่สวมชุดคลุมสีทองอร่ามและหน้ากากเงินที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด
“ไม่เลว... พรสวรรค์ของศิษย์เอกตระกูลลู่สมคำร่ำลือจริงๆ” เสียงทุ้มต่ำนั้นเอ่ยขึ้น พร้อมกับไอสังหารที่เย็นยะเยือกจนหยดน้ำที่เกาะบนผนังถ้ำกลายเป็นน้ำแข็ง “แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า... ‘อาจารย์คนเก่า’ ที่เจ้าเกลียดนักหนา บัดนี้เขาก็คือคนของพรรคมารโลหิตเช่นกัน”
เงาร่างนั้นค่อยๆ ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้ลู่เฉินชะงักงันจนไหสุราในมือหลุดร่วงแตกกระจายอยู่บนพื้น
“อาจารย์...” ลู่เฉินพึมพำ น้ำเสียงที่เคยขี้เล่นสั่นเครือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเซียนสุราจอกนี้มาจนถึงบทที่ 38 นะครับ
เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า•ตอนที่ 38
บทที่ 38
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!