“เจ้าเริ่มรำคาญข้าแล้วหรืออย่างไร ศิษย์พี่?”
เสียงของเหมยหลินหวานหยดราวกับน้ำผึ้งอาบยาพิษ นางสะบัดแส้หนังในมือจนเกิดเสียงแหวกอากาศแหลมคม เส้นแส้สีแดงสดตวัดรัดคอศัตรูจากพรรคมารโลหิตจนขาดสะบั้นราวกับตัดกิ่งไม้แห้ง เลือดสีคล้ำกระเซ็นเปรอะใบหน้าเนียนใสของนาง แต่นางกลับไม่แม้แต่จะกระพริบตา ซ้ำยังแย้มยิ้มกว้างกว่าเดิม รอยยิ้มนั้นไม่ใช่รอยยิ้มของศิษย์น้องจอมบงการที่เขาคุ้นเคย แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่เพิ่งพบเหยื่ออันโอชะ
ลู่เฉินกระชับไหเหล้าในมือแน่นขึ้นจนข้อนิ้วซีดขาว เขายืนนิ่งอยู่กลางวงล้อมที่เต็มไปด้วยซากศพ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว “เหมยหลิน... เจ้าเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่? วิชาแส้โลหิตนั่น... ไม่ใช่สิ่งที่คนในสำนักเราควรจะฝึกฝน”
“สำนัก? ท่านยังยึดติดกับคำคำนั้นอีกหรือครับ?” นางหัวเราะเบาๆ เดินนวยนาดผ่านศพเข้ามาใกล้ลู่เฉิน ปลายแส้ยังคงหยดเลือดสีสดลงบนพื้นหิน “สิบปีที่ข้าคอยลากคอท่านไปทำภารกิจไร้สาระ ท่านคิดว่าข้าทำไปเพื่อความรุ่งเรืองของสำนักงั้นหรือ? หึ... ท่านมันก็แค่คนขี้เกียจที่โชคดีเกินไป ส่วนข้า... ข้าเหนื่อยกับการเดินตามหลังท่านแล้ว”
ลู่เฉินนิ่งไป ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลัง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่มันคือความเจ็บปวดที่บาดลึกถึงจิตวิญญาณ เขาจ้องมองดวงตาของหญิงสาวที่เขาเชื่อใจยิ่งกว่าใคร แสงสีแดงที่วาบผ่านม่านตานั้นเริ่มขยายตัว ราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังกัดกินตัวตนของนางจากข้างใน
“อาจารย์เคยบอกข้าว่า... หากจะควบคุมพลังมหาศาล ต้องรู้จักปล่อยวาง” ลู่เฉินถอนหายใจยาว ปลดปล่อยไหเหล้าในมือให้ร่วงหล่นลงพื้น แตกกระจายกลิ่นหอมจางๆ กระจายไปทั่วบริเวณ “แต่ดูเหมือนข้าจะปล่อยวางเร็วเกินไป จนลืมไปว่าบางอย่าง... ไม่ควรปล่อยให้มันงอกเงย”
เขาก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว พลังปราณที่เคยซ่อนเร้นอยู่ใต้ท่าทางขี้เกียจคร้านพลันระเบิดออกในชั่วพริบตา อากาศรอบตัวเขาสั่นไหวราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เหมยหลินชะงักฝีเท้า แววตาที่เคยเหี้ยมเกรียมแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึง นางไม่เคยเห็นลู่เฉินในสภาพนี้... สภาพที่ไม่มีหน้ากากแห่งความขี้เกียจสวมทับ
“ศิษย์พี่... ท่านซ่อนพลังไว้มากขนาดนี้เชียวหรือ?”
“ข้าไม่ได้ซ่อน” ลู่เฉินกล่าวเสียงเรียบ ดวงตาคู่นั้นคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งชักออกจากฝัก “ข้าแค่รอเวลา... รอเวลาที่จะรู้ว่าศัตรูที่แท้จริงของข้า คือใครกันแน่”
พรรคมารโลหิตที่เหลือรอดอยู่อีกสามคนต่างพากันถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว แต่เหมยหลินกลับยกยิ้มมุมปาก นางตวัดแส้ขึ้นเหนือหัว ร่างกายของนางเริ่มเปล่งแสงสีแดงฉานที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม “ถ้าอย่างนั้น ท่านก็จงตายไปพร้อมกับความลับนั้นเถิด! วิชาโลหิตกระชากวิญญาณ!”
นางพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ แส้หนังนับร้อยเส้นแยกตัวออกจากกันพุ่งเข้าหาลู่เฉินราวกับฝูงงูพิษ ลู่เฉินไม่หลบหลีก เขายกมือขึ้นช้าๆ นิ้วชี้และนิ้วกลางผสานกันเป็นท่ากระบี่ พลังปราณสีครามที่บริสุทธิ์และเงียบสงบปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้ว ก่อนจะดีดออกไปเบาๆ
เปรี้ยง!
เสียงปะทะกันดังกึกก้องจนพื้นหินแตกกระจาย แส้โลหิตของเหมยหลินถูกแรงปะทะจนดีดกลับ แต่นางไม่ได้ถอยหลัง กลับกัน นางใช้จังหวะนั้นพุ่งเข้าประชิดตัวลู่เฉินแล้วใช้มือเปล่าคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของเขา พลังสีแดงเริ่มถ่ายโอนจากร่างของนางเข้าสู่ร่างของเขาผ่านจุดชีพจร
“ข้าไม่ได้มาที่นี่คนเดียวหรอกนะ ลู่เฉิน” เหมยหลินกระซิบข้างหูเขา ลมหายใจของนางร้อนผ่าว “ลองหันไปดูข้างหลังท่านสิ... ว่าใครกำลังรอที่จะ ‘เก็บงาน’ ต่อจากข้า”
ลู่เฉินเบิกตากว้าง แม้จะถูกตรึงไว้ด้วยพลังมาร แต่เขาก็ยังค่อยๆ เหลียวหลังไปมองตามคำพูดของนาง ท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขา เบื้องหลังเงาไม้ที่ควรจะว่างเปล่า ร่างของชายชราในชุดคลุมสีเทาผู้หนึ่งกำลังยืนอยู่ ชายผู้ที่ลู่เฉินจำได้ดีว่าเป็นอาจารย์คนแรกของเขา—ผู้ที่ควรจะตายไปจากโลกนี้เมื่อสิบปีก่อน
อาจารย์คนนั้นยกมือขึ้นช้าๆ วงแหวนอาคมสีดำสนิทปรากฏขึ้นเหนือหัวลู่เฉิน พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบแห้งที่ดังก้องไปทั่วหุบเขา “ศิษย์รัก... เจ้ายังคงเป็นนักดื่มที่ฝีมือดีเหมือนเดิมนะ แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า... เหล้าที่เจ้าชอบดื่มน่ะ ข้าเป็นคนสอนให้เจ้าผสม ‘พิษ’ ลงไปตั้งแต่วันแรกที่รับเจ้าเป็นศิษย์!”
ลู่เฉินรู้สึกถึงความร้อนที่แล่นพล่านไปทั่วกระแสเลือด สติของเขาเริ่มเลือนรางในขณะที่เหมยหลินกระชับมือแน่นขึ้น และนั่นคือตอนที่เขารู้ตัวว่า... ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่กับดัก แต่เป็นกรงขังที่ถูกถักทอไว้มานานนับทศวรรษ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเซียนสุราผู้นี้มาจนถึงบทที่ 32 นะครับ
เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า•ตอนที่ 32
บทที่ 32
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!