เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า•ตอนที่ 8

วิชาลับที่หายไป

ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
กลิ่นไอน้ำมันจันทน์ผสมกลิ่นอับของคัมภีร์โบราณในหอเก้าชั้น ไม่ได้ทำให้ลู่เฉินรู้สึกศรัทธาแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่ทำให้เขายังยืนอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่เพราะสำนึกรักสำนัก หรือความรับผิดชอบในฐานะศิษย์พี่ใหญ่ แต่เป็นเพราะไหสุรา 'มรกตพันลี้' ที่เขาแอบซุกซ่อนไว้ในอกเสื้อต่างหาก "ไอ้สารเลวนี้... พรหมลิกิตหรือเวรกรรมกันแน่ ที่ทำให้ข้าต้องมาเจอ 'มัน' ที่นี่?" ลู่เฉินพึมพำกับตัวเอง ดวงตาสีดำสนิทหรี่ลงมองลอดช่องชั้นหนังสือไม้มะค่าแก่ ปลายคิ้วกระตุกยิกๆ ภาพเบื้องหน้าคือชายหนุ่มในชุดคลุมสีเทาเข้ม รูปร่างสูงโปร่ง กำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาวดั่งสตรีบรรจงลอกลายอักขระโบราณจากแผ่นหนังแพะที่ถูกขโมยมาจากห้องลับของเจ้าสำนัก ท่าทางของมันสุขุม เยือกเย็น และเปี่ยมด้วยความมั่นใจ ชนิดที่ต่อให้ฟ้าถล่มลงมาตรงหน้า มันก็คงคิดแค่ว่าจะใช้ฟ้าถล่มนั้นต้มชาชนิดไหนดี "หลี่ซาน..." ลู่เฉินเค้นชื่อนั้นออกมาจากไรฟัน รสชาติฝาดเฝื่อนของเหล้าหมักในปากพลانเปลี่ยนเป็นความขมปร่า อดีตศิษย์พี่รองผู้ทรยศหักหลังสำนักเมื่อสามปีก่อน หายตัวไปพร้อมกับ 'คัมภีร์วัชระโลหิต' วิชาต้องห้ามที่เกือบทำให้สำนักล่มสลายในคืนเดียว ลู่เฉินจำแผลเป็นรูปจันทร์เสี้ยวที่หลังมือขวาของมันได้แม่นยำ รอยแผลที่เขากรีดฝากไว้ด้วยกระบี่ไม้ไผ่ในคืนที่ฝนตกหนักหนานั้น "ศิษย์พี่ใหญ่..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดั่งขนนกแตะผิวน้ำดังขึ้นที่ข้างใบหู กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยป่าลอยมาแตะจมูกพร้อมกับแรงสะกิดเบาๆ ที่หัวไหล่ ลู่เฉินสะดุ้งเฮือก เกือบจะซัดฝ่ามือออกไปตามสัญชาตญาณ แต่ยั้งมือไว้ได้ทันเมื่อเห็นใบหน้าบึ้งตึงของเหมยหลิน ศิษย์น้องหญิงผู้ไม่เคยปล่อยให้เขาได้มีความสุขกับการดื่มสุราเกินสามจอก "เจ้าจะยืนแคะขี้เล็บมองมันอีกนานไหม?" เหมยหลินหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด พลางใช้พัดกระดาษในมือเคาะเบาๆ ที่ฝ่ามืออีกข้าง "คนผู้นั้นคือกุญแจดอกสำคัญที่จะนำเราไปสู่พรรคมารโลหิต ถ้าท่านยังมัวแต่เสียดายสุราในอกเสื้อ ข้าจะฟ้องอาจารย์ว่าท่านแอบเอาเหล้าเข้าเขตหวงห้ามอีกรอบ" "ศิษย์น้อง... เจ้าช่างใจร้ายใจดำยิ่งนัก" ลู่เฉินทำหน้ายุ่งเหยิง ถอนหายใจยาวเหยียดราวกับแบกภาระของสามโลกไว้บนบ่า "ข้าแค่กำลังประเมินสถานการณ์ เจ้าก็รู้ว่าข้าเกลียดการใช้กำลัง มันเปลืองเหงื่อ และที่สำคัญ... มันทำให้คอแห้ง" เหมยหลินกลอกตาขึ้นฟ้าอย่างระอา นางชินชาพฤติกรรมกะล่อนของชายหนุ่มผู้นี้เสียแล้ว แต่ถึงกระนั้น นางก็รู้ดีว่าภายใต้ท่าทางเกียจคร้านราวกับสุนัขขี้เซานี้ ซ่อนเร้นประกายกระบี่ที่หลับใหลไว้คมกริบเพียงใด "ถ้าท่านจัดการมันภายในสิบกระบวนท่า ข้าจะยอมแบ่งสุราตระกูลฮั่วที่ท่านอยากได้ให้ครึ่งไห" เหมยหลินยื่นข้อเสนอที่ปฏิเสธยากยิ่ง ดวงตาของลู่เฉินเป็นประกายขึ้นมาทันที ราวกับหมาป่าเจอเนื้อชิ้นโต รอยยิ้มขี้เล่นปรากฏขึ้นที่มุมปาก "สิบกระบวนท่า? ศิษย์น้องดูถูกข้าเกินไปแล้ว สำหรับไอ้สวะที่ขี้ขลาดตาขาวจนต้องขโมยของเก่ากินแบบนั้น สามกระบวนท่าก็มากเกินพอ" พูดจบ ลู่เฉินก็ก้าวเท้าออกไปจากเงาดำของชั้นหนังสือ เสียงรองเท้าผ้าดิบกระทบพื้นไม้ดัง 'ก๊อก' เบาๆ แต่กลับสะท้อนก้องไปทั่วหอคอยเงียบงันราวกับเสียงอสุนีบาต หลี่ซานชะงักมือที่กำลังถือพู่กัน ปลายพู่กันค้างเติ่งกลางอากาศ มันไม่ได้ตกใจจนลานลุกขึ้นตั้งรับ ทว่ากลับค่อยๆ วางพู่กันลงอย่างช้าๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เย็นเยียบไม่แพ้กัน "ลู่เฉิน... ข้าคิดไว้แล้วว่าเจ้าต้องเป็นคนแรกที่ตามมา" เสียงของหลี่ซานราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ราวกับรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น "เจอหน้ากันครั้งแรกในรอบสามปี คำแรกที่พูดออกมาน่าประทับใจเสียจริง" ลู่เฉินยกมือขึ้นเกาแก้ม ใช้นิ้วก้อยแคะหูอย่างไม่ใส่ใจ "น่าเสียดาย ที่ข้าไม่มีความรู้สึกยินดีที่ได้พบสุนัขรับใช้ที่ชอบฉกฉวยของชาวบ้านเลยสักนิด" "ของชาวบ้านงั้นหรือ?" หลี่ซานหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแหบพร่าฟังดูน่าขนลุก "คัมภีร์นี้เดิมทีก็ไม่ได้เป็นของสำนักเราตั้งแต่แรก! บรรพบุรุษของพวกเราต่างหากที่เป็นผู้แย่งชิงมันมาด้วยการนองเลือด ข้าแค่กำลังทวงคืนสิ่งที่ควรจะเป็นต่างหาก" บรรยากาศในหอเก้าชั้นลดฮวบลงจนหนาวเหน็บ ลมพายุภายนอกเริ่มโหมกระหน่ำซัดเข้าใส่หน้าต่างกระดาษจนเกิดเสียงดังสนั่น แผ่นหนังแพะตำราลับในมือของหลี่ซานเริ่มเรืองแสงสีแดงก่ำ ราวกับมีชีวิต ชีพจรของมันเต้นตุบๆ ตามจังหวะการไหลเวียนของลมปราณมารที่แผ่พุ่งออกมาจากร่าง ลู่เฉินหุบรอยยิ้มเล่นหัวลงทันที แววตาคู่คมกริบฉายประกายความจริงจังที่หาได้ยากยิ่ง อากาศรอบตัวเขาบิดเบือนเล็กน้อยจากแรงกดดันของพลังลมปราณที่ระเบิดออกโดยไร้เสียง "เหตุผลร้อยแปดพันเก้า จะพูดให้สวยหรูอย่างไร สุดท้ายคนโสมมก็ยังคงเป็นคนโสมม" ลู่เฉินก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างของเขากลายเป็นเงาสลัววับแวม "ข้าขี้เกียจฟังคำแก้ตัวของคนใกล้ตายแล้ว" *ฟึบ!* ร่างของลู่เฉินหายวับไปจากจุดเดิม หลี่ซานเบิกตากว้าง พลังลมปราณสีเลือดระเบิดออกจากร่างเพื่อสร้างเกราะคุ้มกัน แต่มันช้าไปเสี้ยววินาที— นิ้วชี้และนิ้วกลางของลู่เฉินประสานกันเป็นกระบี่ดัชนี จี้เข้าที่จุดชีพจร 'เสินถิง' ระหว่างคิ้วของหลี่ซานอย่างแม่นยำไร้ที่ติ ไม่มีเสียงปะทะรุนแรง ไม่มีแรงลมทำลายล้าง มีเพียงความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวชั่วลมหายใจเดียว หลี่ซานแข็งค้าง ร่างกายสั่นเทา ดวงตาเบิกโพลงค้างเติ่ง ความตกใจและความหวาดกลัวฉายชัดในแววตา เม็ดเหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผาก คัมภีร์ในมือหลุดร่วงลงสู่พื้นไม้ "หน... หนึ่งกระบวนท่า..." หลี่ซานเค้นเสียงลอดไรฟัน เลือดสดๆ ไหลรินออกมาจากมุมปาก ลู่เฉินถอนมือกลับ ยืนไขว่ห้างทำหน้าเบื่อหน่ายตามเดิมราวกับเมื่อครู่ไม่ได้ทำอะไรลงไป "บอกแล้วว่าสามกระบวนท่ามันมากเกินไป... หืม?" ยังไม่ทันที่ลู่เฉินจะได้ก้มลงหยิบแผ่นหนังแพะขึ้นมา สายตากลับเหลือบไปเห็นรอยสลักแปลกประหลาดที่ด้านหลังของแผ่นหนัง มันไม่ใช่ภาษาโบราณของสำนัก และไม่ใช่ตัวอักษรของพรรคมารโลหิต ทว่ามันคือตราสัญลักษณ์รูป 'อีกา สามขา' ที่คาบลูกแก้วเพลิง ซึ่งเป็นตราประจำตัวขององค์กรลับในราชสำนักที่ควรจะล่มสลายไปตั้งแต่ยี่สิบปีก่อน! หัวใจของลู่เฉินกระตุกวูบ ความทรงจำอันดำมืดที่เขาพยายามลบเลือนเกี่ยวกับอาจารย์คนก่อนและโศกนาฏกรรมในอดีตพรั่งพรูเข้ามาในหัว "เหมยหลิน... ถอย!" ลู่เฉินคำรามลั่นด้วยน้ำเสียงที่เหมยหลินไม่เคยได้ยินมาก่อน ทว่า... มันสายเกินไปเสียแล้ว *ฉับ!* เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะลุผ่านหน้าต่างกระจกเข้ามาด้วยความเร็วสูงเกินกว่ามนุษย์ คมกระบี่สีดำสนิทปักทะลุอกของหลี่ซานจากด้านหลัง เลือดสีดำพุ่งทะลัก ร่างของหลี่ซานกระตุกเฮือกก่อนจะล้มฟุบลงจมกองเลือดอย่างไร้ลมหายใจ และก่อนที่ลู่เฉินจะทันได้เงยหน้าขึ้นมองเงาสปริศนานั้น เสียงหัวเราะเยือกเย็นก้องกังวานก็ดังขึ้นจากขื่อหลังคาเบื้องบน "ขอบใจศิษย์พี่ลู่... ที่ช่วยกำจัดหนูสกปรกให้ข้าถึงที่" ลู่เฉินเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นใบหน้าของมือสังหารที่ยืนอยู่บนขื่อคาน—ใบหน้าที่เขาจำได้แม่นยำยิ่งกว่าใคร ใบหน้าที่ควรจะนอนเน่าเปื่อยอยู่ใต้หลุมศพเมื่อสามปีก่อน! "เป็นไปไม่ได้..." ลู่เฉินพึมพำ ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในความมึนเมานี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในจอกถัดไป — เซียนสุราเมามาย
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราจอกเดียวเทียมฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%